นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวยืนยันว่านโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นกัญชาทางการด้านการแพทย์เท่านั้น ซึ่งตัวร่างพ.ร.บ.ควบคุมกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้รับการทำประชาพิจารณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินงานเพื่อนำเข้าสู่สภาฯ ซึ่งจะเป็นพ.ร.บ.ที่จะควบคุมกัญชา ตั้งแต่การปลูก โดยปัจจุบันกฎหมายที่ควบคุมอยู่ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คุ้มครอง และส่งเสริมสมุนไพร และกฎกระทรวงต่างๆ เป็นการควบคุมเรื่องการขาย และการส่งออก และควบคุมเรื่องการสกัด แต่ยังไม่เคยมีพ.ร.บ. หรือกฎหมายใด ที่จะครอบคลุมจนถึงการปลูก และพ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีโทษหากฝ่าฝืน ค่อนข้างสูงและโทษหนัก พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทย และรัฐบาล มีนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น
.
เมื่อถามถึงโอกาสที่จะทำให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติดหรือไม่นั้น รมว.พัฒนา กล่าวว่า ตอนนี้ต้องเร่งทำพ.ร.บ.ควบคุมให้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ส่วนเรื่องพ.ร.บ.ควบคุมความเป็นยาเสพติด น่าจะอยู่ในส่วนของกฎหมายยาเสพติด โดยเป็นกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ส่วนกรณีที่มีการทะลักของกัญชาออกนอกประเทศนั้น แม้ปัจจุบันกัญชาในประเทศไทยจะไม่ใช่ยาเสพติด แต่ในประเทศปลายทางที่เดินทางไป หลายประเทศยังคงเป็นยาเสพติดอยู่ เพราะฉะนั้นการเคลื่อนย้าย ขนย้าย ต้องเช็คกฎหมายของประเทศไทยปลายทางด้วย ส่วนผู้ที่ลักลอบนำออกไปขาย จำนวนมาก กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ก็ได้มีการประสานกับกรมศุลกากร และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง
"ที่ผ่านมามีการใช้ใบอนุญาตปลอมบ้าง แต่ในปัจจุบันกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก จะส่งใบอนุญาตทาง อิเล็กทรอนิกส์ เท่านั้น เพราะฉะนั้น ก็จะสามารถควบคุมได้อีกทางหนึ่ง สำหรับเป็นการช่วยเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ แต่ยอมรับว่าหากมีจำนวนมากก็อาจจะมีหลุดลอดไปได้"
.
รมว.พัฒนา ยังได้กล่าวถึงกรณีร้านที่ดำเนินกิจการเปิดขายกัญชาอยู่ในขณะนี้ ในอดีตก่อนปี 2568 มีจำนวน 18,000 ร้านค้า และในช่วงสิ้นปี 2568 หมดอายุไปแล้วประมาณ 1 ใน 3 หรือประมาณ 6,000 ร้าน และมีการต่ออายุประมาณ 1,500 ร้านค้า ซึ่งการให้ใบอนุญาต จะอนุญาตให้เป็นคราวละ 3 ปีปฏิทิน ซึ่งจะมีหมดอายุ ปี 2569 และ 2570 ปีละประมาณ 6,000 ร้านค้า เมื่อเทียบปี 2568 ถ้าครบปี 2571 น่าจะเหลือร้านกัญชาประมาณ 3,000-4,000 ร้านค้า อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ ที่สามารถเข้าไปตรวจจับได้ ทั้งตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนหลายหมื่นคนส่วนกระบวนการตรวจสอบ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ได้นำร้านค้าทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ขึ้นรวมไว้บนเว็บไซต์ และมีหมุด GPS ให้แล้ว พร้อมกับเลขร้านค้า กับใบอนุญาตหมดอายุเมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ผ่านทางเว็บไซต์กรมการแพทย์แผนไทย หากร้านใดไม่อยู่ในหมุดเหล่านี้ แสดงว่าเป็นร้านค้าที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง สามารถจับกุมได้ทันที
.
ส่วนร้านค้าที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง มีการอัปเดตกฎกระทรวง ต้องมีการปรับตัวให้เป็นสถานพยาบาล จะต้องมีแพทย์เข้าไปประจำ เพื่อกำกับดูแลการจำหน่ายให้กับผู้ที่ต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการเซ็นจ่ายกัญชา จำนวนมากๆ ซ้ำๆ ให้ผู้ป่วยรายเดิม ซึ่งหากพบว่ามีการสั่งในลักษณะนี้ ต้องตรวจสอบโดยละเอียด ถ้าหากผิดปกติก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากพบร้านที่ไม่มีการลงทะเบียน ไม่ได้ขออนุญาต สามารถจับได้ทันที นายพัฒนา กล่าว




