เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 โดยมีการดึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วมเป็นหนึ่งในองค์คณะกรรมการ ว่า บทบาทของกระทรวงยุติธรรมที่ได้รับมอบหมายในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างการเตรียมพิจารณานำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการรับเป็นคดีพิเศษ และกำลังเร่งสืบสวนหาข่าวในทางลึก หลังพบข้อมูลว่ามีกลุ่มติวเตอร์ในพื้นที่ต่างจังหวัดมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้สมัครสอบที่เข้าไปรับการติว ซึ่งคาดว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ในฐานะประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะเรียกประชุมเพื่อขับเคลื่อนงานโดยเร็วตามข้อสั่งการเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากคณะกรรมการได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว จะมีการดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มผู้กระทำความผิด รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า จำเป็นต้องพิจารณาแยกแยะตามข้อกฎหมายและขอบเขตอำนาจหน้าที่ หากพฤติการณ์ความผิดโยงใยถึงข้าราชการระดับสูงหรืออยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ต้องส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไป แต่หากเป็นคดีที่เกิดขึ้นใหม่และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่หากเข้าเงื่อนไขที่เป็นคดีพิเศษ ทางดีเอสไอก็พร้อมที่จะรับมาสืบสวนสอบสวนเองทั้งหมด

ส่วนประเด็นที่ว่าทางดีเอสไอตรวจพบข้อมูลว่ามีนักการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ปัจจุบันทางกระทรวงยุติธรรมรับทราบเพียงว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น และยังไม่มีรายงานข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตัวนักการเมืองส่งเข้ามาอย่างเป็นทางการ

“ในขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้สิทธิ์รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ เนื่องจากตามขั้นตอนกฎหมายจะต้องนำเรื่องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) หรือ บอร์ดคดีพิเศษ ซึ่งมีนายปกรณ์เป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่วมกัน โดยเกณฑ์ในการพิจารณาคือต้องดูพยานหลักฐานเป็นสำคัญ หากพบว่ามีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก และมีลักษณะเข้าข่ายการฉ้อโกงประชาชนอย่างชัดเจน ทางกระทรวงฯ จะดันเรื่องเข้าสู่บอร์ด กคพ. เพื่ออนุมัติรับเป็นคดีพิเศษในทันที” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวทิ้งท้าย