"การเลี้ยงไก่แบบบ้าน ๆ" ของ ลุงสนอง การทำเกษตรแบบผสมผสาน บางครั้งก็มีความเสี่ยง เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถกำหนดได้ว่าในแต่ละปีผลผลิตทางการเกษตรจะออกมากหรือน้อยเพียงใด ความสำเร็จในอาชีพเกษตร มีปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพภูมิอากาศ โรคและแมลง กลไกการตลาด รวมถึงตัวเกษตรกรเอง เช่นเดียวกับลุงสนองและป้าอี้ เกษตรกรต้นแบบปิดทองหลังพระฯ บ้านโป่งลึก ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่มีพื้นที่การเกษตรกว่า 30 ไร่ และตั้งใจจะปลูกทุเรียน โดยคาดหวังว่าทุเรียนจะช่วยสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว เมื่อทุเรียนที่นำมาปลูกกว่า 40 ต้น เริ่มให้ผลผลิต แต่ ลุงสนอง บอกว่าจริง ๆ แล้ว การทำทุเรียนไม่ง่าย ต้องใช้ทุนสูง และต้องดูแลจัดการอย่างใกล้ชิดเมื่อเกิดโรคและแมลง ระหว่างสวนทุเรียนกำลังจะไปได้ดี แต่โชคร้ายลุงสนองได้รับอุบัติเหตุทำให้ต้องรักษาตัวอยู่นานแรมปี สวนทุเรียนจึงไม่มีคนดูแลต่อ แต่ก็ยังดีที่ในสวนยังมีกล้วยที่ช่วยสร้างรายได้พยุงครอบครัว เพราะกล้วยช่วยให้ลุงสนองมีรายได้สม่ำเสมอ คือ สามารถมีเงินเข้าบ้านทุก ๆ 15 วัน จะตัดกล้วยครั้งหนึ่ง รายได้อยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 บาท แต่จุดอ่อนของกล้วยคือเรื่องราคา บางครั้งราคาถูก บางครั้งกล้วยล้นตลาด โดยเฉพาะกล้วยหักมุก หรือบางครั้งกล้วยเป็นโรคตายหรือมีหนอนเจาะไส้ ซึ่งกล้วยน้ำว้าจะขายได้ดีกว่า เพราะมีตลาดที่สามารถส่งขายได้ตลอด ในช่วงที่ได้ราคาสูง กล้วยราคากิโลกรัมละ 25-30 บาท ช่วงราคาถูกสุดคือ 8 บาท และภายหลังจากต้นกล้วยออกเครือแล้ว ต้นกล้วยส่วนที่เหลือจะนำมาตัดให้หมูและไก่กินได้ด้วย

ลุงสนอง เล่าว่า หลังจากนั้นไม่นาน มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เข้ามาในพื้นที่และให้การสนับสนุนเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ และมีความต้องการเลี้ยงไก่พื้นบ้าน นอกจากการอบรมให้ความรู้แล้ว มูลนิธิฯ ยังสนับสนุนอาหารไก่ มีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยฉีดวัคซีนให้ไก่ ในตอนนั้นเอง ลุงสนองได้รับไก่พื้นบ้าน 200 กว่าตัว และได้รับอุปกรณ์ในการทำกรงเลี้ยงไก่ อาทิ ตาข่าย สังกะสี และตะปู ลุงสนองและป้าอี้ จึงช่วยกันเลี้ยงและขยายพันธุ์ไก่ โดยมีไก่รวม ประมาณ 200-300 ตัว ลูกไก่ที่ขายจะมีอายุตั้งแต่ 2 อาทิตย์ขึ้นไป ราคาตัวละ 15 บาท โดยไก่ของลุงสนองเป็นที่ต้องการของตลาดในพื้นที่ โดยคนในชุมชนจะซื้อตอนที่ไก่ยังเล็ก เพื่อนำไปเลี้ยงต่อจนโตและใช้เป็น อาหารในครัวเรือน หลายคนให้ความเห็นว่า ไก่ลุงสนองแข็งแรงกว่าไก่ที่ลงไปซื้อจากตลาดข้างล่าง การเลี้ยงไก่พื้นบ้านในแบบของลุงสนอง เป็นการเลี้ยงแบบพึ่งพิงธรรมชาติและใช้อาหารที่มีในพื้นที่ ทำให้ไก่ปรับตัวได้ดี รายได้จากการเลี้ยงไก่ก็เป็นรายได้ที่น่าพอใจ แถมไม่ต้องออกแรงมากเหมือนการทำสวน หากคิดจะเริ่มต้นเลี้ยงไก่เป็นอาชีพนั้น ลุงสนองเล่าว่า จำนวนที่เหมาะสมในการเลี้ยงไก่รวมกับลูกเจี๊ยบด้วย ไม่ควรเกิน 200 ตัว เพราะมากกว่านี้จะดูแลไม่ทัน

ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาหมู่บ้านโป่งลึกมากขึ้น ดังนั้น ต้องมีการพัฒนาเรื่องอาหารการกินให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตลุงสนองและป้าอี้อาจจะเลี้ยงไก่เป็นอาชีพหลักก็เป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ต้องดูตลาดในพื้นที่และปริมาณนักท่องเที่ยวในอนาคตก่อน ตอนนี้อยู่ระหว่าง การศึกษาวิธีการเลี้ยงและกลุ่มลูกค้าในอนาคต

#มูลนิธิปิดทองหลังพระ

#ทุกวิกฤตผ่านได้เพราะคนไทยไม่ท้อไม่ถอย

#เชื่อมั่นเศรษฐกิจพอเพียง

#สืบสานพระราชปณิธาน

#ศาสตร์ของพระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

#พอเพียงเพื่อยั่งยืน

#TV5HD

มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ

Website: www.pidthong.org

Twitter: twitter.com/pidthong

Instagram: instagram.com/pidthonglangphra_

Threads: threads.net/@pidthonglangphra_

YouTube: https://youtube.com/@pidthong

Line: https://bit.ly/3sumjTn

Tiktok: https://bit.ly/3ZkPmXv