วันที่ 4 ก.ค.69 - สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ออกประกาศเรื่อง “มาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยสมาชิกลูกเรือของผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ พ.ศ. 2569” เพื่อยกระดับการกำกับดูแลสายการบิน และป้องกันการใช้สถานะหรือสิทธิของการเป็นลูกเรือรับฝาก รับหิ้ว หรือรับขนสิ่งของของบุคคลอื่นในทางที่มิชอบ

ประกาศฉบับนี้มีเป้าหมายลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความปลอดภัย ความมั่นคงด้านการบิน และความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย โดยเป็นมาตรการต่อเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีการกำหนดแนวทางยกระดับการกำกับดูแลสมาชิกลูกเรือ

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ระบุว่า หลังรับข้อสั่งการ CAAT ได้เร่งออกประกาศดังกล่าว เพื่อให้ผู้ดำเนินการเดินอากาศทุกแห่งมีมาตรการควบคุมการรับฝากหรือรับขนสิ่งของโดยลูกเรืออย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการตรวจสอบ การบริหารความเสี่ยง และการดำเนินการทางวินัยอย่างเคร่งครัด
สาระสำคัญของประกาศ กำหนดให้ผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ หรือ AOC ทุกแห่ง ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมสัมภาระของลูกเรือ หรือ Crew Baggage Control โดยกำหนดประเภท ขนาด น้ำหนัก และเงื่อนไขของสิ่งของที่ลูกเรือสามารถนำขึ้นอากาศยานได้อย่างชัดเจน
ประกาศยังห้ามใช้สถานะสมาชิกลูกเรือในการรับฝาก รับหิ้ว รับขน หรือนำส่งสิ่งของของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่สายการบินมอบหมาย
นอกจากนี้ สายการบินต้องมีระบบบริหารความเสี่ยง การสุ่มตรวจและตรวจค้นสัมภาระลูกเรือ การฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนัก ระบบรับแจ้งเบาะแส การสอบสวนข้อเท็จจริง และมาตรการทางวินัยที่ชัดเจน พร้อมบูรณาการมาตรการนี้เข้ากับระบบการจัดการด้านนิรภัย ระบบกำกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และแผนรักษาความปลอดภัยของผู้ดำเนินการเดินอากาศ
หากพบเหตุอันควรสงสัยว่าลูกเรืออาจฝ่าฝืนประกาศหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ผู้ดำเนินการเดินอากาศต้องประเมินความเสี่ยง พิจารณาระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว รายงานต่อ CAAT โดยไม่ชักช้า และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามกฎหมาย
CAAT จะนำประกาศฉบับนี้ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจติดตามผู้ได้รับใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ทั้งการออกใบรับรอง การต่ออายุ และการตรวจติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าสายการบินทุกแห่งมีระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
ทั้งนี้ หากพบการฝ่าฝืน สายการบินต้องดำเนินการตามระเบียบของบริษัท ขณะที่ CAAT สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาใบอนุญาตหรือใบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความเชื่อมั่นต่อระบบการบินพลเรือนของประเทศไทย



