วันที่ 4 ก.ค.69 - กรมศิลปากรพบแหวนทองคำเพิ่มอีก 2 วง ระหว่างการเก็บโครงกระดูกมนุษย์และโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี โดยหนึ่งในนั้นเป็นแหวนตราประทับ มีจารึกอักษรโบราณบนหัวแหวน คาดว่าเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอินเดียโบราณ และมีอายุราว 1,900–2,100 ปี
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำทีมนักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญเข้าจัดเก็บหลักฐานทางโบราณคดีจากหลุมขุดค้น เนื่องจากพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำใต้ดิน ความเค็ม และความชื้นในช่วงฤดูฝน ซึ่งอาจทำให้โครงกระดูกเปื่อยยุ่ย และโบราณวัตถุประเภทสำริดผุกร่อนเร็วขึ้น จึงต้องเร่งนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์ทางวิทยาศาสตร์
ระหว่างการเก็บหลักฐาน นักโบราณคดีพบแหวนทองคำจากโครงกระดูกหมายเลข 4 จำนวน 2 วง วงแรกเป็นแหวนตราประทับ ส่วนหัวแหวนมีจารึกอักษรโบราณ อีกวงเป็นแหวนทองคำเรียบ ไม่มีลวดลายตกแต่ง เบื้องต้นผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า จารึกบนแหวนเป็นอักษรพราหมี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 5–7
ข้อมูลล่าสุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านจารึก ระบุว่า ข้อความบนหัวแหวนอ่านว่า “ปุสรขิตส” แปลว่า “ของปุสรขิตะ” เป็นชื่อบุคคลที่สัมพันธ์กับรากศัพท์อินเดียโบราณ หมายถึงผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ หลักฐานนี้ช่วยเพิ่มน้ำหนักข้อสันนิษฐานว่า พื้นที่ดอนยายทองอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการค้าและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสุวรรณภูมิกับอินเดียในอดีต
ก่อนหน้านี้ แหล่งโบราณคดีดอนยายทองเคยพบโครงกระดูกมนุษย์ เครื่องประดับทองคำ และภาชนะสำริด ซึ่งสะท้อนพิธีกรรมการฝังศพของชุมชนโบราณ กรมศิลปากรเคยระบุว่า การพบเครื่องทองคำร่วมกับการฝังศพในบริบทก่อนประวัติศาสตร์เป็นหลักฐานที่มีความสำคัญ และพบไม่บ่อยในประเทศไทย
กรมศิลปากรจะเก็บโบราณวัตถุและโครงกระดูกด้วย 2 วิธี คือ การเก็บแยกเป็นรายชิ้นสำหรับโครงกระดูกบางกลุ่ม และการยกทั้งแท่นดินสำหรับโครงกระดูกที่เปราะบาง โดยเฉพาะโครงกระดูกที่สันนิษฐานว่าเป็นเด็ก ซึ่งพบภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่บริเวณกลางลำตัว เพื่อรักษาสภาพหลักฐานให้สมบูรณ์ที่สุด
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจัดเก็บหลักฐาน กรมศิลปากรจะปิดหลุมขุดค้นและแถลงผลการดำเนินงานทางโบราณคดีระยะแรก พร้อมเตรียมจัดนิทรรศการให้ประชาชนเข้าชมโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาวิจัยต่อไป










