‘เอกนิติ’ แจงมาตรการเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ-ภาษีนําเข้าทอง หวังช่วยสกัดบาทแข็ง-เงินเทา ยังทําไม่ได้ ระบุก่อนหน้านี้ ‘แบงก์ชาติ’ เดินหน้าออกประกาศคุมทองเข้มข้นแล้ว การันตี Connect the Dots เร่งเครื่องเต็มสูบ ปูพรมกระบวนการเชื่อมโยงข้อมูลกับ ก.ล.ต. ลุยตรวจสอบ USDT

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดําเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการฟอกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Connect the Dots) ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยังคงทํางานอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่าวันนี้กลไกในการตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานมีการเดินหน้าเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ล่าสุดธนาคารแห่งประทเศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลกับสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อที่จะเริ่มกระบวนการในการตรวจสอบธุรกรรมการฝากและถอนสินทรพัย์ดิจิทัล หลังพบความผิดปกติในการซื้อขาย USDT ในศูนย์การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange)

“วันนี้ ธปท. เริ่มเชื่อมโยงข้อมูลกับ ก.ล.ต. ในการตรวจสอบ USDT ยืนยันว่าระบบเริ่มทํางานแล้ว โดยหลังจากนี้คงต้องมาอัปเตดกันอีกครั้งถึงความคืบหน้าในแต่ละส่วน โดยอาจจะต้องเป็นในช่วงหลังการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว” นายเอกนิติ กล่าว

สําหรับมาตรการเรื่องการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสําหรับธุรกิจการซื้อขายทองคําผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และเรื่องการจัดเก็บภาษีนําเข้าทองคํา เพื่อสกัดเงินบาทแข็งค่านั้น ยังไม่ได้มีการดําเนินการ เพราะเรื่องภาษียังไม่สามารถทําได้ในขณะนี้

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ธปท. ได้ออกประกาศเจ้าพนักงานในการคุมเข้มธุรกรรมทองคํา 2 ฉบับ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาทและป้องปรามการฟอกเงิน ได้แก่ 1. คุมเพดานซื้อขายทองคําออนไลน์ โดยจํากัดวงเงินซื้อขายทองคําผ่านแอปพลิเคชันในรูปสกุลเงินบาท ไม่เกิน 50 ล้านต่อคนต่อวัน เริ่ม 1 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป และ 2. ผู้ค้าทองคํารายใหญ่ ที่มีมูลค่าการซื้อขายทองคําในและต่างประเทศ ตั้งแต่ 1 หมื่นล้านบาทต่อปีขึ้นไป เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทองคําตามแบบ วิธีการ และกําหนดเวลาที่เจ้าพนักงานกําหนดไว้ในเว็บไซต์ของ ธปท. รวมถึงต้องเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทําธุรกรรมทองคําไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ โดยในส่วนนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 27 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป