วันที่ 7 มิถุนายน 2569
28 พ.ค. 2569 11:40 | 491 view
@yaovarest
สังเวียน กทม. เดือด! 7 ตัวเต็งตบเท้าชิงผู้ว่าฯ งัดนโยบายฟัดกันยับ ตั้งแต่ "เมืองแคร์คน-รถบินได้" ยัน "AI สยบฝุ่น" มุ่งปักธงโปร่งใส-ล้างโกงทั้งระบบ
สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลับมาลุกเป็นไฟ! บรรยากาศการรับสมัครวันแรกสุดคึกคัก บรรดาพรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระดาหน้าเปิดตัวพร้อมนโยบายสุดล้ํา ไปดูกันแต่ละท่านมีแนวคิดพัฒนากทม.อย่างไร
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “โจ” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต เดินทางด้วยรถโดยสารประจําทางไฟฟ้า (EV) เข้าสมัครรับเลือกตั้ง ณ ศาลาว่าการ กทม. 2 ดินแดง ชูวิสัยทัศน์ "กรุงเทพง่าย ๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสําหรับทุกคน" ผ่านแคมเปญหลัก "เมืองแคร์คน"
ไฮไลต์สําคัญคือการประกาศ "ไม่ติดตั้งป้ายหาเสียงของผู้ว่าฯ กทม." แม้แต่ป้ายเดียว เพื่อลดขยะและไม่กีดขวางทางเท้า โดยคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะป้ายได้มากกว่า 30,000 ใบ ขณะที่ป้ายของ ส.ก. จะติดให้น้อยที่สุดเท่าที่จําเป็น ถือเป็นมิติใหม่ของการหาเสียงเชิงอนุรักษ์นับตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่
นายชัยวัฒน์ ย้ําจุดแข็งที่แตกต่างว่า ตนพร้อมเป็น "เจ้าภาพเชิงรุก" ในทุกปัญหา โดยจะไม่นําข้อจํากัดทางกฎหมายหรือขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ กทม. มาเป็นข้ออ้างในการไม่ทํางาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิบัตรทอง หรือการประสานงานรถเมล์ นอกจากนี้ยังมีนโยบายปราบโกงสุดเข้มข้น ด้วยการตรวจสอบรื้อร่าง TOR และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้งบประมาณทุกบาทถูกใช้ไปเพื่อคุณภาพชีวิตของคนเมืองอย่างแท้จริง
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือ "บิ๊กอู๊ด" อดีตผู้บัญชาการตํารวจนครบาล เปิดตัวลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการในนาม "พรรคเศรษฐกิจ" ยืนยันความพร้อมเกินร้อยในการอาสาเข้ามาเปลี่ยนเมืองหลวง โดยระบุว่าไม่เน้นถือฤกษ์ยามเรื่องหมายเลขประจําตัวผู้สมัคร เพราะเชื่อว่าเบอร์ไหนก็ชนะได้หากมุ่งมั่นทํางานจริง แม้จะยอมรับว่าหมายเลข 1 คือความโชคดี แต่เป้าหมายสูงสุดคือคะแนนเสียงจากประชาชนที่จะนําไปสู่โอกาสในการทํางาน
สําหรับหมัดเด็ดในการหาเสียงครั้งนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ชู 5 นโยบายหลักที่ตอบโจทย์ Pain Point ของคนกรุงเทพฯ ได้แก่ 1. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2. ปัญหาจราจร 3. การจัดการขยะ 4. ระบบสาธารณสุข และ 5. ความโปร่งใสของ กทม. โดยเน้นย้ําว่าที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ตกเพราะขาดการประสานงานที่มีประสิทธิภาพ ตนจึงขอใช้ประสบการณ์จากการเป็นตํารวจเข้ามาเป็นกาวใจ เชื่อมต่อกับทุกหน่วยงาน ทั้งตํารวจและรัฐวิสาหกิจ เพื่อทลายกําแพงการทํางานที่ซ้ําซ้อน
"ผมลงสนามครั้งนี้เพื่อชนะ ไม่ใช่ไม้ประดับของใคร" พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าวอย่างมั่นใจ พร้อมยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องผลโพลหรือกระแสคู่แข่ง เพราะเชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ ยุคใหม่ตัดสินใจจากนโยบายและตัวบุคคลมากกว่าการยึดติดพรรคการเมือง โดยพร้อมร่วมงานกับ สก. ทุกกลุ่ม และยึดมั่นในสโลแกน "รับฟัง รับใช้" เพื่อขับเคลื่อน กทม. ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ แกนนํากลุ่ม "กรุงเทพบินได้" พานายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ หรือ "หน่อง" ผู้สมัครหน้าใหม่ลงสนามชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. โดยทันทีที่มาถึงอาคารไอราวัตพัฒนา นายมงคลกิตต์ได้สร้างความฮือฮาด้วยการโชว์วิดพื้นทั้งแบบสองมือและมือเดียวรวม 22 ครั้ง เพื่อแสดงถึงพลังและความแข็งแรงตามนโยบายสุขภาพของกลุ่ม
นายภาสพงศ์ ผู้สมัครหน้าใหม่ระบุว่า ตนเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกําเนิด เห็นปัญหาซ้ําซากที่ผู้ว่าฯ หลายยุคแก้ไม่ได้ จึงขอโอกาสประชาชนเปิดใจรับฟังนโยบายที่ดูแลคนทุกระดับอย่างเท่าเทียม "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" โดยเน้นแก้ปัญหาจราจร ขยะ และน้ําท่วมอย่างยั่งยืน
ขณะที่นายมงคลกิตต์ เปิดเผยหมัดเด็ด 48 นโยบาย (ตนคิด 33 ข้อ และนายภาสพงศ์คิด 15 ข้อ) โดยไฮไลต์อยู่ที่ "การเปลี่ยนคลองแสนแสบเป็นน้ําดื่ม" ภายใน 4 ปี โดยอ้างอิงต้นแบบจากต่างประเทศ พร้อมสวนกลับคนวิจารณ์ว่า "คนที่บอกว่าน้ําแสนแสบดื่มไม่ได้ คือคนที่ไร้ความสามารถ" นอกจากนี้ยังมีนโยบาย "กรุงเทพบินได้" ด้วยการประสานนําเข้ารถบินได้จากจีน 100,000 คันเพื่อแก้ปัญหารถติด และนโยบายสวัสดิการน้ํามันราคาถูกไม่เกิน 32 บาท โดยจะนําเงินกองทุน กทม. ไปซื้อโรงกลั่นน้ํามันเพื่อคนกรุงโดยเฉพาะ
หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามอิสระ เดินทางถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อลงทะเบียนสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันความพร้อมเต็มร้อยพร้อมทีมงานคุณภาพที่ครอบคลุมทุกด้าน มุ่งมั่นบริหารจัดการกรุงเทพฯ แบบไร้รอยต่อ
หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่า กรุงเทพฯ เผชิญปัญหาเรื้อรังมานาน ทั้งวิกฤตฝุ่น PM 2.5, ปัญหาน้ําท่วม, การจัดการขยะ, จราจรติดขัด ไปจนถึงเศรษฐกิจและค่าครองชีพ แต่หัวใจสําคัญที่สุดคือ "การทุจริตคอร์รัปชัน" ซึ่งตนจะนําระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งมาใช้สกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง โดยย้ําว่าผู้ว่าฯ กทม. ยุคใหม่ต้องไม่ทํางานแบบ "ตั้งรับ" หรือรอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยตามแก้ แต่ต้อง "เชิงรุก" เพื่อสร้างความปลอดภัยให้คนกรุงในทุกมิติ
สําหรับเรื่องหมายเลขประจําตัวผู้สมัคร หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ ระบุอย่างอารมณ์ดีว่าไม่ได้มีความกังวลหรือคาดหวังหมายเลขใดเป็นพิเศษ โดยขอให้เป็นไปตามจังหวะและดวง เพราะเชื่อว่าหากนโยบายชัดเจนและตั้งใจจริง ประชาชนจะให้ความไว้วางใจไม่ว่าจะหมายเลขใดก็ตาม
นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นําทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากพรรคประชาธิปัตย์ครบทั้ง 50 เขต เดินทางเข้าสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ประกาศความพร้อมเต็มพิกัดในการทวงคืนความเชื่อมั่นด้วยสโลแกน "การเมืองสุจริต–กรุงเทพฯ โปร่งใส" มุ่งเน้นการบริหารจัดการเมืองที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
หัวใจสําคัญของนโยบายครั้งนี้ คือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความโปร่งใส โดยจะเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาภาครัฐทั้งหมดต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตาตรวจสอบความผิดปกติและผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองมุ่งเน้น 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเดินทางที่ไร้รอยต่อ, เมืองสะอาด, คุณภาพชีวิตที่ดี, การสร้างรายได้ใหม่ให้คนกรุง และระบบบริหารราชการที่ทันสมัย
นายอนุชา ย้ําว่า ปัญหาของกรุงเทพฯ ต้องแก้ด้วยการประสานงานทุกระดับ ตั้งแต่ท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศ โดยพรรคพร้อมใช้ศักยภาพบุคลากรขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและรองรับสังคมสูงวัย ทั้งนี้ไม่ได้ตั้งเป้าจํานวนที่นั่งเป็นตัวเลข แต่ขอเดินหน้าทําหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้ชนะใจประชาชนด้วยความโปร่งใส
ดร.มัลลิกา มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศความพร้อม 100% หลังเดินทางเข้าสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยชูแผนปฏิบัติการ "12 ยุทธศาสตร์" ที่พร้อมขับเคลื่อนทันทีหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน มุ่งเป้าแก้ปัญหาวิกฤตคุณภาพชีวิตคนกรุงแบบครบวงจร
ไฮไลต์สําคัญคือนโยบายการใช้เทคโนโลยี AI และนวัตกรรมขั้นสูงเข้ามาบริหารจัดการเมือง โดยเฉพาะการตรวจจับและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงการจัดระเบียบจราจรและวางแผนระบายน้ําอัจฉริยะเพื่อป้องกันน้ําท่วมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเตรียมบูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวงเพื่อแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จรวดเร็ว
ในด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต ดร.มัลลิกา ตั้งเป้าฟื้นฟู SME และสร้างงานรองรับคนกรุงเทพฯ กว่า 2-3 แสนตําแหน่ง พร้อมชูโมเดล "เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง" ด้วยการกวาดล้างอาชญากรรมและทุนสีเทาอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่สาธารณะสร้างสรรค์ในทุกเขต และยกระดับสถานอนามัย กทม. ให้พึ่งพาได้จริง
แม้ผลโพลจะตามหลังคู่แข่งรายอื่น แต่ ดร.มัลลิกา ยืนยันไม่หวั่นไหว โดยเชื่อว่าประสบการณ์จากการทํางานร่วมกับหลายกระทรวงและการลงพื้นที่เกาะติดปัญหาคนกรุงมาหลายปี จะเป็นจุดแข็งที่ทําให้ประชาชนเปลี่ยนใจเลือก "คนที่ทํางานจริงและทําได้ทันที"
ส่วน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตัวเต็งในศึกครั้งนี้เตรียมเปิดตัว 250+ นโยบาย จากทีมชัชชาติ เพื่อพาให้ 'กรุงเทพฯ ทํางาน' ในทุกระดับ ก้าวกระโดดไปสู่มหานครแห่งความหวังและโอกาส พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์และแผนงานจาก 'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' หลังลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในสมัยที่สอง วันที่ 28 พค.นี้ เวลา 18.00 น.ที่ Stadium One






ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 101 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 242 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:54 146 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:52 120 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:19 126 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:17 154 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:47 151 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:44 250 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:40 162 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:31 170 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:28 156 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 11:49 189 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:59 202 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:56 153 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:48 176 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:04 154 views