วันที่ 7 มิถุนายน 2569
22 พ.ค. 2569 12:11 | 665 view
@supakitt
คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 วุฒิสภา ได้เชิญคณะเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจําประเทศไทยจาก 12 ประเทศ เข้ารับฟังการบรรยายสรุปผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ปี 2543 และ MOU ปี 2544 ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา โดย มีนายนพดล อินนา ประธานกรรมการที่ปรึกษาด้านกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เป็นผู้ชี้แจงข้อมูลต่อคณะทูต

โดย นายนพดล ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมระบุว่า การเชิญคณะทูตในครั้งนี้มีเป้าหมายสําคัญเพื่อสร้างความเข้าใจต่อข้อเท็จจริงของสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา และพบว่าหลังจากนั้นมีการนําเสนอข่าวสารจากต่างประเทศบางส่วนที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่วุฒิสภาได้ศึกษาไว้

จึงเห็นว่าจําเป็นต้องเชิญคณะทูตจากประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจาสําคัญเข้ามารับฟังข้อมูลโดยตรง โดยประเทศที่ได้รับเชิญประกอบด้วยกลุ่มอาเซียน ยกเว้นประเทศกัมพูชา และประเทศมหาอํานาจในภูมิภาค เช่น จีน เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น รวมทั้งสิ้น 12 ประเทศ ซึ่งถือว่าได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกประเทศที่ตอบรับเข้าร่วม
โดยคณะกรรมาธิการจะใช้เวทีนี้อธิบายอย่างละเอียดถึงเหตุผลที่มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอให้ยกเลิก MOU ปี 2543 และ MOU ปี 2544 โดยย้ําว่า การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติทางการเมือง แต่เกิดจากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคง และผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย

พร้อมกันนี้ จะมีการอธิบายถึงที่มาของ MOU ทั้งสองฉบับ ว่ามีบริบทอย่างไรในช่วงเวลาที่มีการลงนาม และเหตุใดคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจไม่ตอบโจทย์การรักษาผลประโยชน์ของประเทศอีกต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการ จะนําเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การรุกล้ําอาณาเขตไทยในช่วงกว่า 25-26 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนําไปสู่ความตึงเครียดและเหตุปะทะตามแนวชายแดนหลายครั้ง รวมถึงเหตุปะทะขนาดใหญ่ 2 ครั้งในปีที่ผ่านมา เพื่อให้คณะทูตต่างประเทศได้รับทราบบริบทที่ครบถ้วน
พร้อม ยกตัวอย่างกรณีพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งไทยเคยเปิดพื้นที่ช่วยเหลือผู้อพยพชาวกัมพูชาหลายแสนคนในช่วงสงครามภายในกัมพูชาเมื่อกว่า 40 ปีก่อน โดยไทยได้ให้ทั้งที่พัก อาหาร และยารักษาโรค ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม ภายใต้การสนับสนุนขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNHCR รวมถึงกาชาดสากลและกาชาดไทย

แต่ภายหลังสถานการณ์สงครามยุติลง กลับพบว่ามีผู้อพยพบางส่วนไม่เดินทางกลับประเทศ และยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการมองว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นความซับซ้อนของปัญหาชายแดนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
สําหรับการชี้แจงครั้งนี้ คณะกรรมาธิการยังได้จัดเตรียมภาพประกอบจากการลงพื้นที่ศึกษาจริงใน 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุปะทะ รวมถึงพูดคุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง เพื่อยืนยันว่าการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาที่ลงลึกและครอบคลุมทุกมิติ
ส่วนบทบาทของวุฒิสภาไทยในการสื่อสารกับวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการจับตาว่า ฮุน เซ็น มีบทบาทสําคัญในควบคุมการสื่อสารและขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าว
นายนพดล ระบุว่า ประธานวุฒิสภาไทยได้แต่งตั้งคณะทํางานด้านกิจการระหว่างประเทศขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อผลักดัน การทูตรัฐสภาเชิงรุก ให้เป็นกลไกสําคัญในการสื่อสารข้อเท็จจริงของไทยต่อประชาคมโลก
โดยแนวทางนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของ
Inter-Parliamentary Union (IPU) หรือสหภาพรัฐสภา ที่กําลังผลักดันให้รัฐสภาของแต่ละประเทศมีบทบาททางการทูตมากขึ้นในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า
และย้ําว่า หากในอนาคตพบว่ามีข้อมูลจากฝ่ายกัมพูชาที่บิดเบือนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง วุฒิสภาไทยก็พร้อมใช้เวทีรัฐสภาระหว่างประเทศในการออกแถลงการณ์หรือชี้แจงอย่างเป็นทางการ

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ฝั่งกัมพูชามีการสร้างบังเกอร์หรือสิ่งปลูกสร้างทางทหารที่สูงกว่าฝั่งไทยที่แนวชายแดน จนเกิดความกังวลว่าไทยอาจเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์นั้น นายนพดล ยืนยันว่า คณะกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดดังกล่าวมาแล้ว และจากการพูดคุยกับกําลังพลในพื้นที่ พบว่าทั้งทหารและฝ่ายปกครองมีความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อย่างเต็มที่ และมีความมั่นใจในศักยภาพของฝ่ายความมั่นคงไทย ทั้งในเรื่องกําลังพล ยุทธวิธี และการเตรียมการป้องกันประเทศ เชื่อว่าสามารถดูแลและปกป้องอธิปไตยของชาติได้อย่างแน่นอน
สําหรับแผนการสื่อสารในระยะต่อไป จะมีการเชิญคณะทูตครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น โดยเลือกเริ่มจากกลุ่มอาเซียนบวกสาม หรือ ASEAN+3 ก่อน เพราะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านควรเป็นกลุ่มแรกที่ต้องเข้าใจข้อเท็จจริงของไทย
พร้อมระบุว่า ในอนาคตอาจขยายวงการชี้แจงไปยังกลุ่มประเทศอื่นเพิ่มเติม รวมถึงประเทศในสหภาพยุโรป เพื่อให้ข้อมูลของไทยได้รับการรับรู้ในระดับสากลมากขึ้น และสร้างเครือข่ายความเข้าใจในเวทีการทูตระหว่างประเทศต่อไป
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 125 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 262 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:54 172 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:52 133 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:19 141 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:17 169 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:47 171 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:44 269 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:40 180 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:31 185 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:28 168 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 11:49 206 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:59 213 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:56 167 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:48 190 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:04 167 views