วันที่ 7 มิถุนายน 2569
20 พ.ค. 2569 16:11 | 406 view
@supakitt
กรุงเทพฯ — นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับลดระยะเวลาพํานักในการยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) จากเดิม 60 วัน กลับมาอยู่ที่ 30 วัน ว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม เนื่องจากพฤติกรรมการพํานักจริงของนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในกรอบเวลานี้ โดยนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียมีระยะเวลาพํานักเฉลี่ยเพียง 8-9 วัน ขณะที่นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปพํานักเฉลี่ยไม่เกิน 21 วัน การคงสิทธิยกเว้นวีซ่าจึงยังคงเป็นแม่เหล็กสําคัญในการดึงดูดกลุ่มท่องเที่ยวระยะสั้นเช่นเดิม
ทั้งนี้ แอดต้า ประเมินผลกระทบออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้:
ผลกระทบระยะสั้น: คาดว่ายอดตัวเลขนักท่องเที่ยวจะไม่ลดลงอย่างมีนัยสําคัญ แต่จะเป็นมาตรการ “คัดกรองทางอ้อม” เพื่อกลั่นกรองกลุ่มที่เข้ามาพํานักยาวนานผิดปกติ อย่างไรก็ตาม อาจสร้างความกังวลเชิงจิตวิทยาให้แก่ผู้ประกอบการในตลาดที่อ่อนไหวด้านราคาและความสะดวกในการเดินทาง เช่น ตลาดอินเดีย
ผลกระทบระยะยาว: มองเป็นโอกาสในการยกระดับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยสู่ “กลุ่มท่องเที่ยวคุณภาพ” และลดความเสี่ยงเรื่องกลุ่มทุนต่างชาติแฝงตัวเข้ามาทํางานผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลต้องพึงระวังว่า ในอนาคตหากมีการยกเลิกสิทธิฟรีวีซ่าแล้วกลับไปใช้ระบบยื่นขอผ่านสถานทูตแบบเดิม จะส่งผลกระทบขั้นรุนแรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งทันที

ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ ทาง ATTA ได้เสนอให้รัฐบาลแยกแยะนโยบายระหว่าง "การอํานวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว" (Facilitation) และ "การรักษาความมั่นคง" (Security) ออกจากกันให้ชัดเจน โดยการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการ ซึ่งมีแนวทางหลัก 3 ประการ คือ:
ระบบ AI Screening: นําระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ร่วมกับระบบลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-screening) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางและคัดกรองความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล
การสื่อสารเชิงรุก: เร่งทําความเข้าใจและแถลงนโยบายให้ชัดเจนในเวทีโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการนําเที่ยวและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
มาตรการเฉพาะกลุ่ม (Targeted Policy): ออกแบบมาตรการดูแลพิเศษสําหรับตลาดที่มีความอ่อนไหวสูงแต่เป็นอู่ข้าวอู่น้ําของไทย เช่น ประเทศอินเดียและไต้หวัน
สถิติจํานวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดในปัจจุบัน:
อันดับ 1 จีน: 1.37 ล้านคน
อันดับ 2 มาเลเซีย: 8.5 แสนคน
อันดับ 3 รัสเซีย: 6.6 แสนคน
อันดับ 4 อินเดีย: 5.6 แสนคน
จากฐานข้อมูลตัวเลขโครงสร้างตลาดดังกล่าว แอดต้าย้ําทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจําเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างมาตรการความมั่นคงและความสะดวกในการเดินทางอย่างเหมาะสมที่สุด เพื่อรักษาเสถียรภาพและขีดความสามารถการแข่งขันของภาคการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 129 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 275 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:54 181 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:52 138 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:19 146 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:17 173 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:47 181 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:44 279 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:40 185 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:31 192 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:28 172 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 11:49 209 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:59 221 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:56 172 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:48 198 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:04 169 views