วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
19 พ.ค. 2569 09:08 | 630 view
@supakitt
จับตาอีโบลาสายพันธุ์ "บุนดิบูโย" ระบาดคองโก-อูกานดา ดับแล้วกว่า 80 ศพ หมอยงชี้ชัดยังไม่มีวัคซีนรองรับ แต่ย้ําชัดติดต่อเฉพาะสัมผัสใกล้ชิด
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สํานักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาวิเคราะห์และให้ความรู้ผ่านระบบเครือข่ายสื่อมวลชน ถึงประเด็นข้อกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลาในทวีปแอฟริกาว่าจะส่งผลกระทบหรือลักลอบระบาดเข้ามาถึงประเทศไทยหรือไม่ โดยยืนยันว่า "โอกาสที่จะระบาดมาถึงประเทศไทยนั้นเป็นไปได้ยากมาก"

ศ.นพ.ยง ระบุว่า ข้อแตกต่างสําคัญระหว่างโรคอีโบลากับโรคระบาดใหญ่อย่างโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ คือ "ความรุนแรงของโรค" โดยอีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันในกลุ่มไข้เลือดออก (Viral Hemorrhagic Fever) ที่มีความรุนแรงสูงมาก มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยร้อยละ 25–90 ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และระบบสาธารณสุข ซึ่งความรุนแรงนี้เองที่เป็นข้อจํากัดโดยธรรมชาติ เพราะเมื่อผู้ป่วยติดเชื้อจะมีอาการทรุดหนักทันที ทําให้ไม่สามารถเดินทางไกลข้ามประเทศหรือนั่งเครื่องบินข้ามทวีปมาแพร่เชื้อได้ง่าย ต่างจากโควิด-19 ที่อาการน้อยกว่าทําให้เกิดการเคลื่อนที่ของผู้ป่วยและกระจายเชื้อไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
สําหรับประวัติของไวรัสอีโบลา (Ebolavirus) ในวงศ์ Filoviridae มีแหล่งรังโรคอยู่ในสัตว์ป่าแอฟริกามานานหลายร้อยปี โดยถูกค้นพบและแยกเชื้อได้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2519 (ค.ศ. 1976) บริเวณริมแม่น้ําอีโบลา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และมักเกิดการระบาดเป็นครั้งคราวในพื้นที่ชนบท สําหรับสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดคือ สายพันธุ์ซาอี (Zaire ebolavirus) ซึ่งเคยระบาดใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2013–2559 มีผู้ป่วยร่วม 30,000 ราย เสียชีวิตกว่า 11,000 ราย จนนําไปสู่การพัฒนาวัคซีนสําเร็จและควบคุมโรคได้ในที่สุด
ส่วนสถานการณ์การระบาด ณ ปัจจุบันที่กําลังเป็นกระแสข่าวในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและอูกานดานั้น มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 250 ราย และเสียชีวิตมากกว่า 80 ราย ทว่าสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในรอบนี้คือ สายพันธุ์บุนดิบูโย (Bundibugyo ebolavirus) ซึ่งมีความรุนแรงระดับปานกลาง แต่มีข้อพึงระวังคือ ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่จําเพาะเจาะจงกับสายพันธุ์นี้ (วัคซีนที่มีอยู่ใช้ได้ผลเฉพาะสายพันธุ์ซาอีเท่านั้น)

พฤติกรรมการแพร่กระจายเชื้อที่เด่นชัดของโรคนี้ คือการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่ง เลือด หรือเนื้อเยื่อของผู้ป่วยและสัตว์รังโรค โดยในแอฟริกามักพบการติดต่อผ่านประเพณีการทําความสะอาดศพก่อนพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลและคร่าชีวิตบุคลากรทางการแพทย์เป็นจํานวนมากเนื่องจากระบบป้องกันไม่เพียงพอ
อาการเบื้องต้นของผู้รับเชื้อ จะมีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียรุนแรง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ จากนั้นจะเริ่มอาเจียน ท้องเสีย มีผื่นขึ้นตามตัว และมีเลือดออกง่ายทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ก่อนที่ระบบอวัยวะจะล้มเหลวและเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น
ศ.นพ.ยง กล่าวทิ้งท้ายเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางการระบาดในทวีปแอฟริกาอย่างมาก ประกอบกับธรรมชาติของโรคที่ระบาดวงกว้างได้ยาก ข้อมูลทั้งหมดนี้จึงชี้ชัดว่าประชาชนชาวไทยยังไม่จําเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินกว่าเหตุ แต่การสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคอีโบลาที่ถูกต้องและเป็นวิทยาศาสตร์ยังคงเป็นสิ่งจําเป็นสําหรับสังคมไทย
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:14 123 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:10 277 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:08 149 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:05 154 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:02 160 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:58 110 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:52 166 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:49 188 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:46 144 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:43 294 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:40 158 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:36 174 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:32 126 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:29 121 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:26 188 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:16 132 views