วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
11 พ.ค. 2569 16:14 | 529 view
@pracha
ฝ่ายค้าน ยื่นประธานสภา ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจําเป็นเร่งด่วน ยันเขียนคําร้องรอบคอบ ด้าน ‘โสภณ’ กั๊ก ส่งคําร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคําร้องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173 ยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่ามีความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
เราอยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลว่า มีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจและไม่มีความจําเป็นเร่งด่วน แต่กลับเอามาอยู่ในพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยนําเงินเยียวยาประชาชนมาเป็นตัวประกัน
โดยเนื้อหาคําร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ มีทางออกให้ศาลพิจารณาในทุกส่วน เป็นข้อมูลที่เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัยจะเห็นว่า การปรับโครงสร้างพลังงานสามารถทําได้ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี หรือบางส่วนของมาตรการเยียวยา ไม่จําเป็นต้องนํามาอยู่ในส่วนของพ.ร.ก.กู้เงิน เพราะอยู่ในส่วนสรรพสามิตได้
ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญได้เปิดช่องยืดหยุ่นให้รัฐบาลกู้เงินได้ หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ความเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายค้านจึงต้องช่วยกันตรวจสอบว่านอกจากการทํางบประมาณขาดดุล 8 แสนล้านบาทในปีนี้แล้ว รัฐบาลยังมีเจตนาออกพ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับเงื่อนไขทางกฎหมายหรือไม่
เท่าที่ดูข้อเสนอของรัฐบาล เทียบกับการออกพ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่าการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทในครั้งนี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ขณะที่มาตรา 53 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของประเทศ ระบุว่าการออกพ.ร.ก.จะกระทําได้ในกรณีที่เป็นความจําเป็นเร่งด่วน
ต้องลองไปเปรียบเทียบว่าในอดีตที่มีการออก พ.ร.ก. ทั้งช่วงวิกฤตต้มยํากุ้ง วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และวิกฤตโควิด สถานการณ์ที่หากไม่มีการกู้ยืมเงินโดยเร็ว สามารถนํามาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยต่อไป
เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคําร้อง พ.ร.ก.ดังกล่าวจะเดินหน้าต่อไปได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ในคําร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลวินิจฉัยว่าหากรัฐบาลใช้จ่ายเงินไปก่อนที่ศาลจะมีคําวินิจฉัย และถ้าศาลมีคําวินิจฉัยพ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดําเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องเรียกคืนหรือไม่
ในคําร้องของฝ่ายค้านพยายามเขียนให้มีความรัดกุม และให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่มีความจําเป็นเร่งด่วน โดยให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ฝ่ายค้านยืนยันว่าเราเขียนคําร้องอย่างรอบคอบ ที่ผ่านมาคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหาว่าคําสั่งที่ผูกพันทุกองค์กร บางครั้งไปก้าวล่วงอํานาจของฝ่ายบริหาร
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตามพ.ร.ก.กู้เงิน จึงไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ําการตั้ง กมธ.ชุดนี้ เพราะการออก พ.ร.ก.ดังกล่าวมีเพียงคณะกรรมการกลั่นกรองไม่กี่ชุดมาพิจารณา ต่างจากการพิจารณางบประมาณปกติที่มีการพิจารณาคําร้องขอหลายครั้ง หากรัฐบาลไม่ได้มีเจตจาสอดไส้ ปกปิด หรือตีเช็คเปล่าก็ไม่จําเป็นต้องโหวตคว่ําการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าว
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คําร้องของฝ่ายค้านที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ระงับการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนของการปรับโครงสร้างพลังงาน ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาประชาชนสา่มารถใช้จ่ายได้ คําร้องของฝ่ายค้านเป็นการแยกเฉพาะส่วน เราเพ่งโทษเฉพาะการปรับโครงสร้างพลังงาน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวทั้งก้อนหรือเฉพาะส่วน
ด้านนายโสภณ กล่าวว่า ตามกระบวนการกฎหมาย หลังจากรับเรื่องจากฝ่ายค้านแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องของญัตติดังกล่าว และต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน ดังนั้น ตนจะปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะตนมีหน้าที่ดําเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะยื่นศาลก่อนวันที่ 14 พ.ค.นี้ที่จะมีการพิจารณากู้เงินหรือไม่นั้น ตนจะยื่นให้เร็วที่สุด
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ค. เพื่อพิจารณายืนยันร่างกฎหมายที่ ครม.ยืนยันรับรองมา 31 ฉบับนั้น ในการประชุมวิป ได้พิจารณาจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้าน รัฐบาล และสว. อภิปรายโดยให้เวลา 9 ชั่วโมง
โดยกรอบการอภิปรายจะให้พูดได้ทั้งในส่วนที่เห็นด้วยกับกฎหมายที่รัฐบาลรับรองมา รวมถึงกฎหมายที่ฝ่ายค้านสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ให้การยืนยันรับรอง ซึ่งสมควรที่จะอภิปรายได้บ้าง และในเดือนมิ.ย.จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งเพื่อพิจารณาวาระข้อตกลงระหว่างประเทศ
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:14 140 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:10 289 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:08 166 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:05 166 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:02 171 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:58 122 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:52 181 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:49 208 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:46 157 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:43 326 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:40 169 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:36 194 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:32 136 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:29 131 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:26 200 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:16 147 views