×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันที่ 7 มิถุนายน 2569

?>

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เผยสถิติ "หลอกลงทุน" ยังครองแชมป์ความเสียหายอันดับ 1 สัปดาห์เดียวเฉียด 54 ล้าน

 11 พ.ค. 2569 13:56 | 575 view

 @ekapon

Facebook X Share

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอํานวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดําเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 3-9 พ.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จํานวน 6,138 คดี มูลค่าความเสียหาย 178,438,675 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 2 เม.ย.-2 พ.ค.69 จํานวน 316 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 103,863,255 บาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจํานวนคดีมีการทรงตัวอยู่ในระดับที่สูงในช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดลงต่ําสุดในวันที่ 9 พ.ค. (799 คดี) แม้ว่าจํานวนคดีจะลดลงในวันสุดท้าย แต่ค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่ยังคงเกาะกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 850-900 คดี ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ยังวางใจไม่ได้ ส่วนมูลค่าความเสียหายมีทิศทางลดลงที่ชัดเจนมาก จากเดิมที่เคยสูงแตะระดับ 500 ล้านบาทต่อสัปดาห์ในช่วงเดือนมีนาคม ลดลงมาเหลือเพียง 178.43 ล้านบาทในสัปดาห์ล่าสุด (วันที่ 3-9 พ.ค.) ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ําที่สุดในรอบหลายเดือน
การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด (มากกว่า 80% ของคดีทั้งหมด)
แต่มูลค่าความเสียหายรวมลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง แสดงว่าเป็นการหลอกลวงรายย่อยมากขึ้น ส่วนการหลอกลวงด้านการจ้างงาน มีจํานวนคดีลดลงเกือบ 50% และมูลค่าความเสียหายลดกว่า 40 ล้านบาท
 
ขณะที่การหลอกลงทุน แม้ว่าจํานวนคดีจะน้อย แต่กลับสร้างความเสียหายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในสัปดาห์ล่าสุด (53.9 ล้านบาท)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุดเช่นเคย โดยจํานวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน และอันดับ 3 คดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น คือ กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงสุดทั้ง 3 อันดับ
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนทุกประเภทอีกครั้ง โดยสามารถป้องกันความเสี่ยงได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ดังนี้
1.ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนผ่านแอป SEC Check First ของ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยให้สังเกตผลการค้นหา ดังต่อไปนี้
- พบชื่อบริษัทในระบบอย่างชัดเจน
- ระบุสถานะว่า “ได้รับอนุญาต” หรือ “ยังประกอบธุรกิจได้ตามปกติ”
- มีเลขที่ใบอนุญาต ระบุประเภทใบอนุญาตชัดเจน
- มีรายละเอียดที่อยู่สํานักงาน และข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้
- รายชื่อผู้แนะนําการลงทุน/ผู้บริหาร ปรากฏในระบบอย่างถูกต้อง
2.ตรวจสอบบัญชีก่อนโอนเงินทุกครั้ง
- ชื่อบัญชีที่รับโอนเงินต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากระบุให้โอนเงินลงทุนไปยังบัญชีบุคคลธรรมดา นั่นคือมิจฉาชีพ 100 % เช่นเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลรับฝากเงินลงทุนบ่อยครั้ง รวมถึงเปลี่ยนบัญชีนิติบุคคลในการโอนเงินหรือผลกําไรคืนมาให้เรื่อยๆ นั่นก็คือมิจฉาชีพ
100% เช่นกัน
- หากพบความผิดปกติ ควรหยุดโอนเงินทันทีและรีบตรวจสอบกับบริษัทที่ถูกกล่าวอ้างผ่านทางช่องทางหลัก
3.ระวังแอปพลิเคชันปลอม
- มิจฉาชีพสามารถสร้างแอปพลิเคชันปลอม เลียนแบบชื่อ โลโก้ และรูปแบบแอปฯทางการ แล้วนําไปเผยแพร่ใน Store ได้ ดังนั้น การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Google Play อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป
ที่สําคัญ ขอให้ประชาชนใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอป SEC Check First ให้ครบถ้วนก่อนโอนเงิน และอย่าหลงเชื่อข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือการเร่งรัดให้ตัดสินใจ เพราะการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินจํานวนมากได้

นอกจากนี้ ขอแนะนําวิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงด้านการซื้อสินค้าทางออนไลน์อีกครั้ง โดยประชาชนควรเลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” เช่น TikTokShop, Lazada และ Shopee ซึ่งเป็นระบบที่แพลตฟอร์มจะรับเงินจากผู้ซื้อไว้ชั่วคราว และจะโอนเงินให้ผู้ขายก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้วและยืนยันว่าถูกต้องตรงตามที่สั่งซื้อ หากเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับสินค้า, สินค้าปลอม หรือไม่ตรงปก ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้ โดยแพลตฟอร์มจะตรวจสอบและระงับการโอนเงินให้ผู้ขาย โดยเฉพาะการซื้อผ่าน TikTok ควรซื้อผ่านการปักตะกร้าเท่านั้น และควรหลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบหรือโอนเงินให้ผู้ขายโดยตรง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้แพลตฟอร์ม Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงมากที่สุด เพราะไม่มีกระเป๋าเงินกลาง ไม่สามารถคุ้มครองผู้ซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบร้านค้าให้รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการซื้อขายที่ไม่มีหลักฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ และยังรวมไปถึงรูปแบบกลโกงที่แยบยลมากขึ้น คือ การหลอกซื้อของพ่วงทําภารกิจ โดยมิจฉาชีพใช้กลโกง “ของถูก-ของฟรี” เป็นเหยื่อล่อ ก่อนจะชักชวนเข้ากลุ่มไลน์เพื่อทําภารกิจ ดังนี้
1. มิจฉาชีพจะโพสต์ขายของที่คนต้องการสูงในราคาที่ถูกกว่าผิดปกติ เช่น นมผง, เครื่องปั๊มนม, โทรศัพท์มือถือ หรือเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงการแอบอ้างแจกของฟรี เช่น แจกต้นไม้ฟรี โดยอ้างว่าเลิกเลี้ยง หรือแจกเนื่องในโอกาสพิเศษ ให้ฟรี เพียงแค่ช่วยค่าจัดส่งเท่านั้น
2. เมื่อเหยื่อโอนค่าเงินค่าสินค้าหรือค่าส่งแล้ว มิจฉาชีพจะยังไม่ส่งของ แต่จะดึงเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์ โดยอ้างว่าเป็นเงื่อนไขในการรับสิทธิ์ ต้อง “ทํากิจกรรม” หรือ “ทําภารกิจ” ก่อน ถึงจะส่งของให้
3. มิจฉาชีพจะหลอกให้โอนเงินซ้ํา โดยในกลุ่มจะมีหน้าม้าคอยรีวิวว่าได้เงินคืนจริง เพื่อกดดันให้เหยื่อยอมโอนเงินสํารองจ่ายเพื่อจบภารกิจและรับของที่อยากได้
4. หากเหยื่อจะเลิก มิจฉาชีพจะอ้างว่า “ภารกิจยังไม่เสร็จ” พร้อมบีบให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายปิดกลุ่มหนี ทําให้สูญเสียเงินเป็นจํานวนมาก

ดังนั้น หากประชาชนเลือกซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้วถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์เพื่อ “ทําภารกิจเสริม” ไม่ว่าจะเป็นการปั่นยอดวิวหรือสํารองจ่ายเพื่อรับของและค่าคอมมิชชัน ขอให้หยุดการสนทนาและออกจากกลุ่มทันที เพราะนั่นคือพฤติกรรมของมิจฉาชีพ 100% ที่ใช้ของถูกมาเป็นเหยื่อล่อ เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลปฏิบัติการต่างๆ และสามารถจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จํานวน 3 เคส ผู้ต้องหา 6 ราย เป็นคนไทย 4 ราย และผู้ต้องหาต่างชาติ 2 ราย (ลาว 2 ราย) พร้อมตรวจยึดเงินสดได้กว่า 4 แสนบาท ขณะเดียวกันได้ประสานตํารวจพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 5 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จํานวน 14 ราย คิดเป็นจํานวนเงินกว่า 830,966 บาท

โดยมีผลการจับกุมที่น่าสนใจ ดังนี้
สําหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่
เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานตํารวจสภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 47 ปี หลังพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีต้องสงสัยไปจํานวนหลายครั้ง รวมความเสียหายกว่า 1.4 ล้านบาท เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงหน้าบ้านไม่พบผู้เสียหาย จึงโทรศัพท์สอบถามผู้เสียหายยืนยันว่าทําธุรกรรมดังกล่าวจริง โดยเป็นการลงทุนซื้อที่ดินทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงอธิบายแผนโกงคนร้าย ก่อนแนะนําให้เข้าแจ้งความดําเนินคดีต่อไป
เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานตํารวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าช่วยเหลือหยุดการโอนเงินของผู้เสียหายหญิงวัย 69 ปี ที่พบเจอโฆษณาจากเพื่อนที่รู้จักกันผ่านทาง TIKTOK แล้วให้แอดไลน์ไปพูดคุย ก่อนจะให้ซื้อของ จากนั้นลวงให้ทําภารกิจกดรับออเดอร์ ในการโอนเงิน เพื่อได้ค่าคอมมิชชัน และเมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้วก็ได้รับค่าคอมมิชชันจริง จึงทําให้ผู้เสียหายยอมโอนเงินต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับเงินเพิ่ม เจ้าหน้าที่จึงพยายามอธิบายและบอกให้แจ้งความ แต่เบื้องต้นผู้เสียหายยังไม่ประสงค์แจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงแนะนําขั้นตอนและให้เข้าแจ้งในลําดับถัดไป 

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

อนุชา จวกส่วย กทม. "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" แซะเดือด คนกทม. รู้กันหมด อิสระจริงไม่จริง ไม่อยากพูดมาก

7 มิ.ย. 2569 12:14 92 views

ข่าว

ปคม. บุกพระราม 2 ทลายร้านนวดบังหน้า ลวงเด็ก 16-17 ปี ค้าประเวณี หักหัวคิวอ่วม-ป่วยยังบังคับรับงาน

7 มิ.ย. 2569 12:10 176 views

ข่าว

เปิดปฏิบัติการซุ่มเงียบ 4 จุด! ตํารวจ บก.ปพ. รวบยกแก๊งอ้างคําชวนออนไลน์ ลวงย่ํายีทรมานใจ 2 สาววัยรุ่นหนีซุกอ่อนนุช ขู่โทษหนักคุกอ่วม

7 มิ.ย. 2569 12:08 117 views

ข่าว

กองปราบทลายคฤหาสน์หรูภูเก็ต! รวบมาเฟียหมอเถื่อนรัสเซีย เปิดคลินิกฉีดฟิลเลอร์-โบท็อกซ์ ขนยาเถื่อนบินข้ามประเทศ

7 มิ.ย. 2569 12:05 116 views

ข่าว

ตม. สั่งลุยคลอดแอป "THIM" สแกนต่างชาติก่อนเข้าไทย บล็อกแก๊งจีนเทา-ลดคิวสนามบิน

7 มิ.ย. 2569 12:02 121 views

ข่าว

เขย่าขวัญคาบสมุทรเกาหลี! สื่อเปียงยางตีแผ่ภาพ "คิม จองอุน" สั่งเพิ่มยอดผลิตขีปนาวุธรับแผน 5 ปี หักมุมก่อนประธานาธิบดีจีนแลนดิ้งเยือนพรุ่งนี้

7 มิ.ย. 2569 11:58 86 views

ข่าว

"ศุภจี"แจงปมมาเลเซียระงับนําเข้ากุ้งจากไทย พร้อมเปิดแนวทางแก้ไข

7 มิ.ย. 2569 11:52 128 views

ข่าว

คลังรื้อสวัสดิการรัฐ! ดันระบบภาษีติดลบ NIT พุ่งเป้าคนจนตัวจริง พ่วงยอดลงทะเบียนทะลุ 8.8 ล้านราย

7 มิ.ย. 2569 11:49 139 views

ข่าว

กองปราบรวบม้าหักเหลี่ยมโจร! เชิดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2 ล้าน หนีบกบดานระยองทําเพื่อนโดนอุ้มข้ามโขง

7 มิ.ย. 2569 11:46 108 views

ข่าว

อนุทิน เยือนเวียดนามดีเดย์พรุ่งนี้! ถกเวที AFF ครั้งที่ 3 ดันเศรษฐกิจทวิภาคีพุ่งเป้าอินเตอร์

7 มิ.ย. 2569 11:43 194 views

ข่าว

แพทองธาร รีโพสต์ภาพ ทักษิณ ควงลูกสาวเดินห้างวันหยุดสุดสัปดาห์

7 มิ.ย. 2569 11:40 113 views

ข่าว

ไฟเขียว ผอ.โรงเรียนสั่งปิดเรียนหนีน้ําท่วมได้ทันที หวั่นซ้ํารอยปี 68

7 มิ.ย. 2569 11:36 117 views

ข่าว

กทม. ตรวจความพร้อมสแกนหน่วยเลือกตั้งบางเขน-สายไหม บี้เจ้าหน้าที่สกัดบัตรเขย่ง-ตั้งเป้าสิทธิ์พุ่ง 70%

7 มิ.ย. 2569 11:32 101 views

ข่าว

มรสุมควงหย่อมความกดอากาศต่ําถล่มไทย! กางรายชื่อ 14 จังหวัดเสี่ยงท่วมฉับพลัน ทะเลคลื่นยักษ์ทะลุ 3 เมตร

7 มิ.ย. 2569 11:29 95 views

ข่าว

โค้งแรกเลือกตั้ง กทม. ชัชชาติทิ้งห่างคู่แข่ง ทุกโซนกรุงเทพฯ

7 มิ.ย. 2569 11:26 139 views

ข่าว

นายกฯ เปิดมหกรรมผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 ดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยผงาดเวทีอินเตอร์

7 มิ.ย. 2569 11:16 103 views