×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569

?>

"ประชาธิปัตย์" มีมติ เตรียมยื่นศาล รธน. สอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ขัดกฎหมาย-ทําลายวินัยการคลัง

 6 พ.ค. 2569 10:18 | 628 view

 @pracha

Facebook X Share

“ประชาธิปัตย์” มีมติ เตรียมยื่นศาล รธน. สอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ขัดกฎหมาย-ทําลายวินัยการคลัง แนะลดภาษีน้ํามัน 7 บาท-โอนงบฯ ค้างท่อ แทนการสร้างหนี้ชั่วลูกชั่วหลาน

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุม สส. พรรคว่า สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติวันนี้ว่า รัฐบาลจะกู้เงินเพิ่มเติมอีก 4 แสนล้านบาท ด้วยการออกพระราชกําหนดกู้เงิน ซึ่งเป็นอํานาจที่รัฐบาลอ้างว่า รัฐธรรมนูญตามมาตรา 172 ได้มอบให้กับรัฐบาลดําเนินการ สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติมจากการขาดดุลในงบประมาณได้ แต่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้หารือกันภายในในเรื่องนี้ และเรามีมติเห็นตรงกันว่า การออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ ไม่น่าจะชอบตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติว่าเราจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาความเหมาะสม ความถูกต้อง การใช้อํานาจโดยรัฐบาล ในการที่จะออก พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้

“เท้าความนิดนึงก็คือ รัฐบาลสามารถที่จะมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ได้อยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ พูดง่ายๆ ก็คือในแต่ละปี สามารถที่จะกู้เงินมาเพื่อชดเชยการขาดดุลในงบประมาณได้ ซึ่งกู้ได้มหาศาล แล้วสาเหตุที่ประเทศไทยเราจนถึงทุกวันนี้ มีสถานะทางการคลังที่ถือว่าค่อนข้างมั่นคงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ หลายประเทศ ก็เป็นเพราะว่าทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาเนี่ย ถูกบังคับให้อยู่ในวินัยทางการคลังที่กําหนดโดย พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ

อย่างเช่นในปี 2570 งบประมาณปีหน้าที่จะมีการพิจารณา รัฐบาลก็ได้เสนอว่าจะมีการใช้รายจ่ายมากกว่ารายได้ถึงประมาณเกือบ ๆ 8 แสนล้านบาท ซึ่งเพดานเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะก็ได้กําหนดไว้ว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะกู้ได้มากกว่าประมาณ 8 แสนล้านบาท ทุก ๆ รัฐบาลมีข้อจํากัดนี้มาโดยตลอด ก็เป็นเหตุผลที่ทําให้ไม่มีรัฐบาลไหนสามารถที่จะใช้เงินเกินตัวได้ ไปหยิบเงินในอนาคตของพี่น้องประชาชนมาใช้ได้เกินความเหมาะสม และก็เป็นเหตุผลที่ทําให้จนถึงทุกวันนี้ สถานะทางการคลังของประเทศไทยเราต้องถือว่าค่อนข้างมั่นคง” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า คราวนี้ตามกฎหมาย ก็ได้เปิดช่อง มีความยืดหยุ่นไว้ให้กับฝ่ายบริหาร ว่าในกรณีที่จําเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินจริง ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็สามารถที่จะกู้เงินเพิ่มเติม นอกเหนือจากการขาดดุลในงบประมาณ คือมาตรา 172 ตามรัฐธรรมนูญที่มีการอ้างกัน และนั่นก็คือเหตุการณ์การออก พ.ร.ก. ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูในอดีต จะมีการออกพระราชกําหนดกู้เงินเพิ่มเติมในลักษณะนี้โดยอาศัยมาตรา 172 นั้น ล้วนเป็นวิกฤตระดับมีผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงต่อประเทศชาติทั้งสิ้น ย้อนกลับไปไม่ว่าจะเป็นปี 2541 ตอนที่มีการออก พ.ร.ก. สืบเนื่องมาจากประเด็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ในวิกฤตต้มยํากุ้ง หรือปี 2552 ที่มีการออกพระราชกําหนดกู้เงินเพิ่มเติม เพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ หรือปี 2565 ที่มีการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อที่จะมาแก้ปัญหาวิกฤตโควิด จะเห็นว่าในแต่ละครั้ง มีสภาวะวิกฤตที่มีผลทําให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีติดลบทุกครั้ง ในแต่ละครั้งมีความจําเป็นเร่งด่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีเงินจากช่องทางอื่นที่รัฐบาลสามารถที่จะใช้ได้ นอกจากการออก พ.ร.ก. กู้เงิน

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า มาถึงสถานะปัจจุบัน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนก็จริง ประเด็นปัญหาเรื่องของน้ํามันแพง มีผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ไม่มีใครเถียง ไม่มีใครปฏิเสธ แต่รัฐบาลมีทางเลือกอื่น และวิกฤตที่เกิดขึ้นในแง่ของประเด็นปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนนั้น ถามว่ามีผลในระดับมหภาคต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ก็ยังไม่มีความชัดเจน เศรษฐกิจปีที่แล้วโต 2.6% เศรษฐกิจปีนี้แม้มีสงครามตะวันออกกลาง ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 1.5% ยังไม่ติดลบ ทั้งนี้ทั้งนั้นพรรคประชาธิปัตย์อยากที่จะเสนอกลับไปกับทางรัฐบาลว่า แทนที่จะออก พ.ร.ก. ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐบาลควรที่จะเร่งในการที่จะออก พ.ร.บ. โอนงบประมาณ อย่างที่รัฐบาลได้พูดไว้หลายอาทิตย์หลายเดือนแล้วแต่ยังไม่มีการดําเนินการ

ซึ่งเดิมทีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ได้ระบุว่าน่าที่จะสามารถที่จะโอนงบประมาณที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายและไม่มีความจําเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้ตามงบประมาณฉบับเดิม น่าที่จะโอนเข้ามาเพื่อเป็นการใช้งานในกรณีฉุกเฉินได้อย่างน้อยประมาณ 1 แสนล้านบาท ล่าสุดมีข่าวว่าจะมีการโอนงบประมาณได้เพียงแค่ 5 หมื่นล้านบาท คําถามโดยประชาธิปัตย์ที่อยากที่จะถามก็คือ ทําไมถึงทําได้แค่นั้น แต่ยังไงก็แล้วแต่ ก็ยังมี 5 หมื่นล้านบาท นั้นอยู่ในมือที่สามารถที่จะใช้กับโครงการที่รัฐบาลมองว่าจะเร่งด่วนมากกว่ารายการเดิมในงบประมาณฉบับปัจจุบัน

นอกเหนือจากนั้น ในงบประมาณปี 69 ณ ปัจจุบัน เพดานเงินกู้ยังมีช่องว่างเหลือให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มเติมได้ โดยการออกพระราชบัญญัติงบกลางปี ซึ่งช่องว่างนั้นถึงแม้จะไม่มากแต่ก็เป็นหลักกว่าหมื่นล้านบาท สามารถที่จะเอามาบวกกับตัว 5 หมื่นล้าน ที่โอนมาจากรายการอื่น ๆ เป็นเงินหน้าตักให้กับรัฐบาลใช้ในช่วงระหว่างนี้จนถึงวันที่งบประมาณฉบับใหม่ ก็คืองบประมาณฉบับปี 70 มีผลบังคับใช้ ณ วันที่ 1 ตุลาคม ได้

พูดง่ายๆ ก็คือไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีทางเลือก ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีแหล่งเงินอื่นที่สามารถที่จะใช้ได้ รัฐบาลสามารถที่จะใช้แหล่งเงินตามที่ได้ชี้แจงไว้เมื่อสักครู่ ในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาดูแลประชาชนจนกว่ารัฐบาลจะมีงบก้อนใหญ่ คือ งบปี 70 ที่จะทําให้รัฐบาลมีเม็ดเงินอีกกว่า 3 ล้านล้านบาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

นอกเหนือจากนั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็อยากที่จะบอกว่าตลอดช่วงที่ผ่านมาที่มีประเด็นปัญหาเรื่องของราคาน้ํามันที่สูงขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ได้นําเสนอแนววิธีการในการที่จะเยียวยาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างครบถ้วนทุกคน โดยการเสนอให้กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันลงลิตรละ 7 บาท ถ้ารัฐบาลได้ดําเนินการตามนี้ อันดับแรกก็คือประชาชนทุกคนได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้น้ํามันโดยตรง หรือประชาชนที่ตอนนี้ต้องแบกรับภาระปัญหาราคาสินค้าสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ รวมไปถึงค่าขนส่งของผู้ประกอบการที่สูงขึ้นจากราคาน้ํามันที่สูงเกินความจําเป็น ซึ่งถ้าทางรัฐบาลได้ดําเนินการตามนี้ ใช้เงินน้อยกว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติมด้วยซ้ําไป ก็จะทําให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อน เทียบเท่ากับที่เดือดร้อนอยู่ ณ ปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของวินัยทางการคลัง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของช่องทางอื่นที่จริง ๆ แล้วรัฐบาลมี รวมไปถึงมาตรการอื่นที่น่าที่จะส่งผลต่อการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในแง่ของการลดภาระค่าครองชีพ มากกว่านโยบายที่ หรือโครงการที่รัฐบาลกําลังนําเสนอที่จะผลักดันผ่านตัว พ.ร.ก. กู้เงินใหม่นั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงมีมติเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เรายอมไม่ได้ เราจะเดินหน้าในการที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญได้มีโอกาสได้พิจารณาว่า การปฏิบัติของรัฐบาลตามมติ ครม. ที่มีในวันนี้ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประโยชน์หรือเป็นภัยต่อความอยู่ดีกินดีในปัจจุบันและอนาคตของพี่น้องประชาชน

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานสส. กล่าวเสริมว่า พรรคไม่ได้มีเจตนาที่จะไปขัดขวางการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนของรัฐบาล เพราะเรายังเห็นว่าในรายละเอียดของพระราชกําหนดกู้เงิน 4 แสนล้าน แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งนั้นแม้จะพูดถึงการประคับประคองระบบเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนก็ตามที เช่นเรื่องการจัดหาปัจจัยการผลิตเรื่องปุ๋ย หรือแม้กระทั่งแต่โครงการอื่นก็ตามก็สามารถที่จะใช้แหล่งเงินอื่นอย่างที่นายกรณ์ได้พูดถึงได้อยู่แล้ว

แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งเราเห็นว่าเป็นเรื่องที่ขัดเรื่องของความฉุกเฉินจําเป็นเร่งด่วนอย่างชัดเจน ก็คือเรื่องของการปรับโครงสร้างพลังงาน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินจําเป็นเร่งด่วนแน่นอน แต่ใช้เงินนับแสนล้านบาทและต้องไปออกเป็นพระราชกําหนดกู้เงิน เพราะฉะนั้นการขัดเงื่อนไขของการออกพระราชกําหนดของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นหน้าที่ที่จะต้องทําให้เกิดความกระจ่างชัดโดยฝ่ายของพรรคประชาธิปัตย์

การยกร่างหนังสือที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีการดําเนินการแล้ว แต่เนื่องจากการลงลายมือชื่อเพื่อที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญนั้นต้องใช้ถึง 1 ใน 5 ก็คือ 100 คน พรรคเองมี 21 เสียง เราจึงต้องขอเสียงเพิ่มเติมจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น อย่างพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะได้มีการประสานงานกันต่อไป

“อยากจะชี้แจงไว้ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า เรื่องพระราชกําหนดกู้เงิน 4 แสนล้าน ซึ่งจะเป็นภาระให้กับลูกหลานของเราในอนาคต รัฐบาลต้องทําด้วยความรับผิดชอบ และต้องมีความฉุกเฉินจําเป็นเร่งด่วนที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ แต่เรื่องนี้สามารถดําเนินการทางอื่นได้แต่ไม่เลือกทํา ก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทําให้เกิดความกระจ่างชัด”นายสาทิตย์ กล่าว

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

ราคาทองวันนี้ 8 มิ.ย. 69

8 มิ.ย. 2569 09:37 20 views

ข่าว

ราคาน้ํามันวันนี้ 8 มิ.ย. 69

8 มิ.ย. 2569 09:33 18 views

ข่าว

คลังรื้อเกณฑ์ด่วน! นายกฯ สั่งเคลียร์ปมลูกสวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีทําพ่อแม่หลุด "บัตรคนจน" ขู่ตัดพวกไม่จนจริง

8 มิ.ย. 2569 08:59 35 views

ข่าว

แผ่นดินไหวใหญ่เขย่ามินดาเนา จับตาสึนามิ

8 มิ.ย. 2569 08:36 140 views

ข่าว

อนุชา จวกส่วย กทม. "หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก" แซะเดือด คนกทม. รู้กันหมด อิสระจริงไม่จริง ไม่อยากพูดมาก

7 มิ.ย. 2569 12:14 153 views

ข่าว

ปคม. บุกพระราม 2 ทลายร้านนวดบังหน้า ลวงเด็ก 16-17 ปี ค้าประเวณี หักหัวคิวอ่วม-ป่วยยังบังคับรับงาน

7 มิ.ย. 2569 12:10 303 views

ข่าว

เปิดปฏิบัติการซุ่มเงียบ 4 จุด! ตํารวจ บก.ปพ. รวบยกแก๊งอ้างคําชวนออนไลน์ ลวงย่ํายีทรมานใจ 2 สาววัยรุ่นหนีซุกอ่อนนุช ขู่โทษหนักคุกอ่วม

7 มิ.ย. 2569 12:08 176 views

ข่าว

กองปราบทลายคฤหาสน์หรูภูเก็ต! รวบมาเฟียหมอเถื่อนรัสเซีย เปิดคลินิกฉีดฟิลเลอร์-โบท็อกซ์ ขนยาเถื่อนบินข้ามประเทศ

7 มิ.ย. 2569 12:05 172 views

ข่าว

ตม. สั่งลุยคลอดแอป "THIM" สแกนต่างชาติก่อนเข้าไทย บล็อกแก๊งจีนเทา-ลดคิวสนามบิน

7 มิ.ย. 2569 12:02 178 views

ข่าว

เขย่าขวัญคาบสมุทรเกาหลี! สื่อเปียงยางตีแผ่ภาพ "คิม จองอุน" สั่งเพิ่มยอดผลิตขีปนาวุธรับแผน 5 ปี หักมุมก่อนประธานาธิบดีจีนแลนดิ้งเยือนพรุ่งนี้

7 มิ.ย. 2569 11:58 134 views

ข่าว

"ศุภจี"แจงปมมาเลเซียระงับนําเข้ากุ้งจากไทย พร้อมเปิดแนวทางแก้ไข

7 มิ.ย. 2569 11:52 209 views

ข่าว

คลังรื้อสวัสดิการรัฐ! ดันระบบภาษีติดลบ NIT พุ่งเป้าคนจนตัวจริง พ่วงยอดลงทะเบียนทะลุ 8.8 ล้านราย

7 มิ.ย. 2569 11:49 219 views

ข่าว

กองปราบรวบม้าหักเหลี่ยมโจร! เชิดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2 ล้าน หนีบกบดานระยองทําเพื่อนโดนอุ้มข้ามโขง

7 มิ.ย. 2569 11:46 174 views

ข่าว

อนุทิน เยือนเวียดนามดีเดย์พรุ่งนี้! ถกเวที AFF ครั้งที่ 3 ดันเศรษฐกิจทวิภาคีพุ่งเป้าอินเตอร์

7 มิ.ย. 2569 11:43 351 views

ข่าว

แพทองธาร รีโพสต์ภาพ ทักษิณ ควงลูกสาวเดินห้างวันหยุดสุดสัปดาห์

7 มิ.ย. 2569 11:40 176 views

ข่าว

ไฟเขียว ผอ.โรงเรียนสั่งปิดเรียนหนีน้ําท่วมได้ทันที หวั่นซ้ํารอยปี 68

7 มิ.ย. 2569 11:36 209 views