วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569
6 พ.ค. 2569 10:06 | 682 view
@pracha
ศุภจี หารือผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) พร้อมเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน เร่งสรุปผลเพื่อลดแรงกดดันมาตรการภาษี พร้อมพบ สว. แทมมี ดันขยายการค้า การลงทุนไทย–สหรัฐฯ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ว่า การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และสะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันของไทยและสหรัฐฯ ในการเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) ให้มีความคืบหน้าและสามารถสรุปผลได้โดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ การลงทุน อีกทั้งลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่จะใช้มาตรการทางการค้ากับไทย
นางศุภจี กล่าวว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความสําคัญกับการปรับสมดุลทางการค้า และเปิดโอกาสให้ไทยแสดงบทบาทเชิงรุกผ่านการขยายการลงทุนในสหรัฐฯ ในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีศักยภาพร่วมกัน เช่น สาขาเกษตรแปรรูป และพลังงาน พร้อมการนําเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในกลุ่มสินค้าที่ไทยมีความต้องการและยังไม่สามารถผลิตได้เอง โดยฝ่ายไทยได้ยืนยันความพร้อม พร้อมแจ้งถึงแผนการขยายการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากฝ่ายสหรัฐฯ และถือเป็นองค์ประกอบสําคัญของความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายสามารถขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นางศุภจี เสริมว่า ไทยได้ใช้โอกาสนี้ผลักดันประเด็นสําคัญหลายด้าน โดยเฉพาะแนวทางการยกเว้นภาษีของสหรัฐฯ ให้กับสินค้าไทยที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีเปิดกว้างและพร้อมพิจารณาต่อไป ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความพร้อมในการหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป
ทั้งนี้ ในประเด็นการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน นางศุภจี ได้ชี้แจงฝ่ายสหรัฐฯ ว่าไทยให้ความสําคัญกับผลการเจรจาที่จะทําให้ความตกลงสามารถปฏิบัติได้จริง ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความเข้าใจ และพร้อมหารือทั้งในด้านระยะเวลาการดําเนินการที่ชัดเจน และรายละเอียดของความตกลงในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้การดําเนินการภายในของไทยเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้ง ได้แสดงความสนใจและขอให้ไทยมีบทบาทมากขึ้นในการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบจากสหรัฐฯ ในห่วงโซ่อุปทาน
ในด้านกรอบเวลา นางศุภจี กล่าวว่า ไทยและสหรัฐฯ เห็นพ้องที่จะเร่งรัดการเจรจา โดยมีเป้าหมาย คือ การสรุปสาระสําคัญของความตกลงโดยเร็ว เพื่อยืนยันสถานะของไทยที่เป็นประเทศคู่ค้าทางยุทธศาสตร์ที่สําคัญของสหรัฐฯ อีกทั้งลดความเสี่ยงจากการถูกใช้มาตรการภาษีในอนาคต
นอกจากนี้ นางศุภจี ได้เผยว่า นอกจากการมาครั้งนี้แล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์จะจัดคณะผู้แทนไทยเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อสํานักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในประเด็นการไต่สวนตามมาตรา 301 ระหว่างวันที่ 13–14 พฤษภาคม 2569 เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโครงสร้างการค้าและการผลิตของไทยด้วย

นางศุภจี กล่าวด้วยว่า ในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ยังได้หารือกับนาง Tammy Duckworth สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และโอกาสในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานระหว่างสองประเทศ โดยฝ่ายสหรัฐฯ ได้เสนอแนวทางความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก นวัตกรรมอาหาร ความร่วมมือด้านสาธารณสุข และอุตสาหกรรมอาหารสําหรับทารก ซึ่งเป็นสาขาที่ภาคเอกชนไทยให้ความสนใจ
ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งมีศักยภาพด้านพลังงาน เทคโนโลยี และการเกษตรขั้นสูง เพื่อขยายการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานระยะยาว พร้อมกันนี้ ไทยได้ขอรับการสนับสนุนในการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ว่า ไทยพร้อมจะเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้เชิงยุทธศาสตร์ และพร้อมส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม

นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความตั้งใจร่วมกันของไทยและสหรัฐฯ ในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยไทยพร้อมทํางานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
ในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมสินค้าสําคัญอย่างคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ ขณะที่ไทยนําเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ํามันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า โดยไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข่าว
18 มิ.ย. 2569 10:06 18 views
ข่าว
18 มิ.ย. 2569 09:57 17 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 17:37 212 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 17:23 137 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 17:17 158 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 17:09 135 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 16:39 174 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 16:25 183 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 16:21 217 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 16:15 143 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 16:04 147 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 15:57 135 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 15:51 110 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 15:48 149 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 15:39 140 views
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 15:25 157 views