วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2569
5 พ.ค. 2569 10:15 | 487 view
@pracha
พิพัฒน์ ยกเลิกลงพื้นที่ดูแลนด์บริดจ์ โยน เอกนิติ ลุยศึกษา เชื่อไม่แท้งเหมือน ‘คลองไทย’ ชี้ ภท.ชูเป็นนโยบายเรือธง หาเสียงตั้งแต่ปี 62
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ทําเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการคลัง เป็นประธานศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ในวัน 8 พฤษภาคมนี้ ตนไม่ได้เดินทางลงพื้นที่ เพราะรอผลการศึกษาจาก คณะกรรมการชุดของนายเอกนิติ ที่จะดําเนินการศึกษาระยะเวลา 90 วันตามที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อยก่อน เพราะหากตนลงไปตอนนี้ก็อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ฉะนั้นจึงเลือกที่จะไม่ลงดีกว่า
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์จะต้องศึกษาใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้ทําเพียงเฉพาะระบบรางอย่างเดียว แต่จะมีระบบถนนระบบท่อขนส่งพลังงาน แต่เชื่อว่าระยะเวลาการศึกษาจะอยู่ตามกรอบที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไว้
เมื่อถามว่า จะทําความเข้าใจต่อเสียงคัดค้านของประชาชนอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะต้องทําความเข้าใจทั้งผลดีและผลเสีย โดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ที่จะได้สิทธิในการทํามาหากินในพื้นที่ของตนเองอย่างไร รวมถึงมีการสงวนอาชีพอะไรเพื่อทดแทนกับให้กับผู้ที่เสียโอกาส เส้นกลุ่มประมงพื้นบ้าน
เมื่อถามถึงกรณีที่จะมีการมาปักหลักชุมนุมด้านหน้าทําเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่สามารถห้ามได้ เพราะถือเป็นสิทธิของแต่ละคนที่สามารถทําได้ แต่ก็ต้องทําความเข้าใจและชี้แจงให้ชัด ว่าสิ่งที่ประเทศจะได้คืออะไร
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าโครงการดังกล่าวจะมีผลดีมากกว่าผลเสีย นายพิพัฒน์ยังคงย้ําคําเดิมว่าขอให้รอผลการศึกษา เพราะหากพูดอะไรไปตอนนี้ อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ฉะนั้นขอให้รอผลการศึกษาก่อน
เมื่อถามว่ากลุ่ม NGO ที่คัดค้านเป็นคนในหรือนอกพื้นที่ นายพิพัฒน์กล่าวว่าตนไม่ทราบ ซึ่งก็น่าจะมีทั้งคนในและนอกพื้นที่ แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะดําเนินการโครงการขุดคอคอดกระในอดีต หรือ คลองไทย อาจจะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถทําให้เดินหน้าได้แต่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ก็ต้องทําการศึกษาใหม่ว่าจะคุ้มหรือไม่กับการลงทุนครั้งใหญ่ในครั้งนี้ และก่อนหน้านี้ก็เคยมีการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่เหมือนโครงการคอคอดกระที่จะต้องมีการขุดคลองจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแบ่งแยกประเทศไทยออกเป็น 2 ประเทศหรือไม่ แต่วันนี้เลือกที่จะไม่มีการขุดคลองแต่ใช้ระบบถนน ราง และท่อ แต่ผู้ที่คัดค้านมีความกังวลเรื่องการทําลายทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งหากผ่านภูเขา ก็จะใช้วิธีการสมัยใหม่ทําเป็นอุโมงค์ ฉะนั้นการทําลายระบบนิเวศก็จะน้อยลง แต่เชื่อว่าจะต้องมีการพัฒนา และทําการศึกษา
เมื่อถามว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะไม่แท้งเหมือนโครงการคลองไทยใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ยังคงย้ําว่าอยู่ที่ผลการศึกษา อย่าให้ตนชี้ว่าอะไรถูกหรือผิด แต่ในฐานะของกระทรวงคมนาคมอะไรที่ทําให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย หรือมีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ก็จะหยิบยกขึ้นมา เพื่อบอกว่าประเทศไทยถึงเวลาแล้วกับการพัฒนาในส่วนนี้
เมื่อถามว่า มีการตั้งคําถามว่าเหตุใดการทําโครงการใหญ่ขนาดนี้ จึงไม่ถูกบรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล นายพิพัฒน์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เคยพูดมาแล้วก่อนหน้านี้ และถือเป็นนโยบายธงเดิม ที่ทําการหาเสียง และเมื่อกลับมาดูแลกระทรวงคมนาคม จึงนํามาเป็นธงในการดําเนินการต่อ
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:37 38 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:33 28 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:05 10 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 09:04 12 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 08:59 69 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 08:36 159 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:14 154 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:10 304 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:08 177 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:05 175 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:02 179 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:58 136 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:52 212 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:49 220 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:46 174 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:43 351 views