วันที่ 7 มิถุนายน 2569
1 พ.ค. 2569 09:49 | 675 view
@ekapon
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ครอบคลุมการทุจริตสวมตัวแปลงสัญชาติ และบ่อนการพนันผิดกฎหมายทั่วประเทศ โดยย้ําว่ารัฐบาลเดินหน้าตามนโยบายสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานเร่งดําเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดําเนินคดีและยึดอายัดทรัพย์ในหลายกรณี จนนํามาสู่ผลการปฏิบัติสําคัญในครั้งนี้ โดยเฉพาะการปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จําหน่ายรายการทางทะเบียนของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ อาทิ เครือข่าย “ก๊กอัน” และ “ลียง พัด” พร้อมตั้งคณะทํางานเฉพาะกิจบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านกฎหมาย เช่น สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อสืบสวนสอบสวนและขยายผล
ผลการดําเนินงานพบว่า ปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” ตรวจพบการทุจริต 16 รายการ จับกุมผู้ต้องหา 14 ราย ปฏิบัติการ “สลายหมอกเชียงดาว” ตรวจพบ 10 รายการ จับกุม 6 ราย และปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” พบการย้ายทะเบียนบ้านเท็จ 214 รายการ จับกุมผู้เกี่ยวข้องอีก 6 ราย
นอกจากนี้ ยังมีการดําเนินคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้วิธีจ้างคนไทยจดทะเบียนสมรสและแจ้งเกิดบุตรเพื่อให้ได้สัญชาติไทย ซึ่งถือเป็นการบิดเบือนกฎหมายและสร้างสถานะบุคคลเท็จ โดยอาจถูกนําไปใช้ในการฟอกเงิน ถือครองทรัพย์สินแทนนอมินี หรือขยายเครือข่ายผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐ โดยมีการดําเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง 34 ราย และดําเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐ 19 ราย
ขณะเดียวกัน การจัดระเบียบสังคมและปราบปรามบ่อนการพนันผิดกฎหมาย มีการดําเนินคดี 3 คดี พร้อมระดมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง 76 จังหวัด และระดับอําเภอ 878 ชุด เข้าตรวจสอบพื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้มีการจับกุมคดีความผิดรวม 5,510 คดี และออกตรวจจุดตรวจ จุดสกัด และการหาข่าวรวมกว่า 339,184 ครั้ง
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ําว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชน หากมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดําเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสําคัญ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวทําให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่ โดยไม่มีการแทรกแซงหรือ “เคลียร์คดี” พร้อมระบุว่า ตนติดตามข้อมูลจากหลายฝ่าย ไม่ยึดเพียงรายงานด้านเดียว ทําให้การดําเนินคดีสามารถเดินหน้าได้ครบถ้วนจนถึงที่สุด
“ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าจะสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มีการเคลียร์ ไม่มีการใช้อามิสสินจ้าง เราทํางานอย่างมีเกียรติ ไม่จําเป็นต้องร่ํารวยจากเงินใต้โต๊ะ และถือว่าการรับใช้ประชาชนมีคุณค่ามากกว่าสิ่งตอบแทนใดๆ” นายกรัฐมนตรีกล่าว.

ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:14 49 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:10 83 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:08 74 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:05 64 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:02 81 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:58 62 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:52 78 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:49 85 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:46 74 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:43 89 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:40 78 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:36 67 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:32 72 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:29 50 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:26 79 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:16 72 views