×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569

?>

5 ประเด็น สุนทรพจน์ประวัติศาสตร์ของ "คิงชาร์ลส์" ณ สภาคองเกรสสหรัฐฯ

 29 เม.ย. 2569 10:17 | 717 view

 @pracha

Facebook X Share

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ กล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ ระหว่างเยือนวอชิงตัน ดี.ซี. โดยทรงเน้นย้ําเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ แต่แทบไม่แตะเรื่องคดีเอปสตีน ซึ่งกําลังส่งผลกระทบหนักในอังกฤษ

การเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกาของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร มีจุดมุ่งหมายเพื่อการเฉลิมฉลอง ทั้งในโอกาสครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ ความผูกพันอันยาวนานระหว่างอังกฤษและอเมริกา และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในฐานะ “พันธมิตรพิเศษ” แต่อีกด้านหนึ่ง การเสด็จเยือนครั้งนี้ก็ถูกมองว่าเป็น “ภารกิจกอบกู้สถานการณ์” เช่นกัน

สถานะความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในปัจจุบันค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากความลังเลของอังกฤษที่จะสนับสนุนสงครามร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านอย่างเต็มตัว เป้าหมายของคิงชาร์ลส์คือการผ่อนคลายความตึงเครียดเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกล่าวสุนทรพจน์ร่วมต่อสภาคองเกรสเมื่อบ่ายวันอังคารที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีเหตุผลให้มีความหวังอยู่บ้าง เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ที่มีบุคลิกแปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นอาจเปลี่ยนเป็นเย็นชาได้ในชั่วพริบตา แต่ในทางกลับกัน ความสัมพันธ์ที่เคยบาดหมางก็สามารถฟื้นฟูกลับมาได้รับความเมตตาจากประธานาธิบดีได้อีกครั้งเช่นกัน

แม้จะมีความตึงเครียดแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก โดยในช่วงท้ายของสุนทรพจน์ กษัตริย์ชาร์ลส์ได้กล่าวถึง “การคืนดีและการเริ่มต้นใหม่” ซึ่งพระองค์ระบุว่าเป็นเอกลักษณ์ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมานานหลายศตวรรษ ขณะที่นายทรัมป์ก็มีท่าทีพอใจ โดยชื่นชมคิงชาร์ลส์ว่า “เป็นบุคคลที่วิเศษมาก”

อย่างไรก็ตาม มีเนื้อหาบางส่วนในสุนทรพจน์ของคิงชาร์ลส์ ที่อาจสร้างความยินดีให้แก่พรรคเดโมแครต แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสร้างความประหลาดใจ (และข้อกังขา) ให้กับทําเนียบขาวด้วยเช่นกัน

1.การยอมรับในความไม่แน่นอน

คิงชาร์ลส์ทรงเริ่มสุนทรพจน์ด้วยการกล่าวถึง “ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง” ที่ทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรกําลังเผชิญอยู่

พระองค์ทรงไล่เรียงถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งเป็นต้นเหตุของความบาดหมางระหว่างทั้งสองประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยที่เกิดจากความรุนแรงทางการเมืองในลักษณะที่ทําให้งานเลี้ยงอาหารค่ําสมาคมผู้สื่อข่าวทําเนียบขาวเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาต้องปั่นป่วน

จากนั้นคิงชาร์ลส์ทรงเปลี่ยนประเด็นไปพูดถึงความจริงที่ว่า สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรไม่ได้เห็นพ้องต้องกันเสมอไป “ด้วยจิตวิญญาณแห่งปี 1776 ที่อยู่ในใจของเรา ... เราอาจเห็นพ้องตรงกันได้ว่า เราไม่ได้เห็นตรงกันเสมอไป”

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นเป็นการเกริ่นนําไปสู่บทสรุปของพระองค์ที่ว่า เมื่อทั้งสองประเทศมีความคิดเห็นที่สอดประสานกัน ก็จะสามารถทําสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ “ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ของประชาชนของเราเท่านั้น แต่เพื่อมวลมนุษยชาติทั้งปวง”

2. ถ้อยคําที่ถูกใจพรรคเดโมแครต

เมื่อกษัตริย์ชาร์ลส์ทรงกล่าวถึงประเพณีทางกฎหมายของอังกฤษซึ่งอยู่ในมหากฎบัตรแมกนา คาร์ตา ที่ว่า “อํานาจบริหารต้องอยู่ภายใต้ระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล” พระองค์ก็ได้รับเสียงปรบมือกึกก้องพร้อมการลุกขึ้นยืนให้เกียรติอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีนัยแฝงที่น่าสนใจ

เสียงเชียร์เริ่มต้นจากฝั่งสมาชิกพรรคเดโมแครตในห้องประชุม ก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งห้อง เหล่าผู้วิจารณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ในกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายมักจะประณามประธานาธิบดีในสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นการใช้อํานาจในทางที่ผิด

ความรู้สึกที่ว่าประธานาธิบดีควรอยู่ภายใต้การตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มงวด เป็นหนึ่งในแรงผลักดันเบื้องหลังการชุมนุม "ไม่เอากษัตริย์" (no kings) ที่ดึงดูดผู้คนนับแสนทั่วประเทศตลอดปีที่ผ่านมา

ต่อมาในช่วงท้ายของสุนทรพจน์ ประโยคทิ้งท้ายประโยคหนึ่งของกษัตริย์ชาร์ลส์ได้จุดชนวนให้เกิดเสียงพึมพํา ซึ่งมีทั้งความเห็นด้วยและความกังวลจากฝั่งเดโมแครต

“ถ้อยคําของอเมริกานั้นมีน้ําหนักและมีความหมาย ดังที่เป็นมาตลอดนับตั้งแต่การประกาศอิสรภาพ” คิงชาร์ลส์ตรัส “แต่การกระทําของชาติที่ยิ่งใหญ่นี้มีความสําคัญยิ่งกว่า”

แน่นอนว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตมักจะวิพากษ์วิจารณ์คําพูดของทรัมป์ รวมถึงวิธีการสื่อสารและการกระทําของเขาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ดูเหมือนว่ากลุ่มเสรีนิยมในที่ประชุมอาจมองว่าประมุขแห่งอังกฤษ กําลังส่งสารเตือนสติแก่คนในชาติ ในขณะเดียวกันก็มอบโอกาสให้พวกเขาได้แสดงจุดยืน "ไม่เอากษัตริย์" อีกครั้งหนึ่ง

3.นาโตและพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

คิงชาร์ลส์ทรงหยิบยกคํากล่าวของ เฮนรี คิสซิงเกอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาอ้างถึง โดยทรงพูดถึงความเป็นพันธมิตรแห่งแอตแลนติก และทรงตั้งข้อสังเกตว่า ครั้งเดียวที่นาโต (Nato) เคยระดมพลเพื่อปกป้องรัฐสมาชิก คือเหตุการณ์หลังการโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ฝีมือกลุ่มอัลเคดาเมื่อ 11 กันยายน 2544

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยพูดจาเชิงสบประมาทกองทัพเรืออังกฤษ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอันยาวนานของสหราชอาณาจักร โดยเขาเรียกเรือรบของอังกฤษว่าเป็น "ของเล่น" และกล่าวว่าเรือบรรทุกเครื่องบินนั้น "ใช้งานไม่ได้จริง"

คิงชาร์ลส์ ผู้เคยทรงงานในกองทัพเรืออังกฤษเป็นเวลา 5 ปี ทรงกล่าวถึงช่วงเวลาที่พระองค์ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพโดยเฉพาะ เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการกล่าวถึงประโยชน์ของความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและข่าวกรองระหว่างสองประเทศ รวมถึงระหว่างอเมริกาและยุโรป

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงหาโอกาสกล่าวถึงประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นเรื่องที่พระองค์ทรงให้ความสําคัญมาอย่างยาวนาน แต่ทรัมป์ปฏิเสธมาตลอด

“จากส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก ไปจนถึงพืดน้ําแข็งในอาร์กติกที่กําลังละลายอย่างน่าใจหาย ความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญของกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตร คือหัวใจสําคัญของนาโต ซึ่งต่างให้คํามั่นสัญญาที่จะป้องกันซึ่งกันและกัน ปกป้องพลเมืองและผลประโยชน์ของเรา รวมถึงรักษาความปลอดภัยให้แก่ชาวอเมริกาเหนือและชาวยุโรปจากศัตรูที่มีร่วมกัน”

4.ไม่พูดถึงเหยื่อของเอปสตีน

นอกเหนือจากประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ หนึ่งในคําถามที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับการเสด็จเยือนของพระเจ้าชาร์ลส์คือ พระองค์จะทรงกล่าวอ้างถึง เจฟฟรีย์ เอปสตีน และบรรดาเหยื่อของผู้กระทําความผิดทางเพศผู้ล่วงลับรายนี้ในสุนทรพจน์หรือไม่ ซึ่งพระองค์ไม่ทําเช่นนั้น

คําพูดสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดอาจมีเพียงการตรัสอ้างถึงโดยนัยเกี่ยวกับความจําเป็นที่จะต้อง “สนับสนุนเหยื่อจากภัยสังคมบางประการที่ช่างน่าสลดใจเหลือเกินว่ายังคงมีอยู่ในสังคมของทั้งสองประเทศในปัจจุบัน”

ซึ่งในสายตาของชาวอเมริกัน นี่ถือเป็นถ้อยคําที่ “เบาเกินไป”

เมื่อปีก่อน แม้จะมีข้อคัดค้านจากรัฐบาลของทรัมป์ แต่สภาคองเกรสก็ได้ผ่านกฎหมายที่บังคับให้เปิดเผยแฟ้มข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนคดีเอปสตีน

ข้อมูลเหล่านั้นนําไปสู่การเปิดเผยครั้งใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่อดีตนักการเงินรายนี้มีกับบรรดาผู้มั่งคั่งและผู้มีอํานาจ ซึ่งรวมถึง ปีเตอร์ แมนเดลสัน อดีตเอกอัครราชทูตอังกฤษประจําสหรัฐฯ และ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชาของคิงชาร์ลส์ด้วย

จนถึงตอนนี้ มหากาพย์คดีเอปสตีนส่งผลกระทบในสหราชอาณาจักรมากกว่าในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ที่ผู้มีอํานาจทางการเมืองในปัจจุบันน้อยคนนักจะได้รับผลกระทบในทางลบ

แม้ว่าหัวข้อนี้จะไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ แต่ประเด็นนี้ก็ไม่ได้เลือนหายไปจากหน้าข่าว และเรื่องราวฉบับเต็มในฝั่งสหรัฐฯ อาจจะยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาทั้งหมดในขณะนี้

5. อารมณ์ขันแบบราชวงศ์

เมื่อพิจารณาจากเป้าหมายที่จริงจังของคิงชาร์ลส์ โดยมีเดิมพันที่สูงถึงอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร สุนทรพจน์ของพระองค์ในบางช่วงกลับดูผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา

พระองค์ทรงเริ่มสุนทรพจน์ด้วยประโยคของ ออสการ์ ไวด์ ที่มักถูกหยิบยกมาอ้างถึง (และอ้างผิดบ่อยครั้ง) เกี่ยวกับสหรัฐฯ และอังกฤษที่มีทุกอย่างเหมือนกัน “ยกเว้นแต่เรื่องภาษานั่นเอง”

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปล่อยมุกตลกเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอังกฤษที่ต้องถูกจับเป็น “ตัวประกัน” (ตามธรรมเนียมโบราณ) ในยามที่กษัตริย์กล่าวสุนทรพจน์ที่เวสต์มินสเตอร์ พร้อมกับทรงสงสัยว่ามีใครในสภาคองเกรสแห่งนี้อาสาสมัครทําหน้าที่ดังกล่าวในวันนี้บ้างหรือไม่

พระองค์ยังทรงล้อเล่นอีกว่า การประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ นั้นถือเป็นเหตุการณ์ที่ “เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน” สําหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่างบริเตนใหญ่ และพระองค์ไม่ได้มาเยือนสหรัฐฯ เพื่อทําภารกิจ “กองหลังจอมวางแผน” เพื่อหวังจะกอบกู้การปกครองของอังกฤษกลับคืนมา

แม้ในขณะนี้อาจมีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรอยู่บ้าง แต่ในวันอังคารที่ผ่านมา ดูเหมือนว่ากษัตริย์ชาร์ลส์จะประสบความสําเร็จในการ “ละลายพฤติกรรม” และสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้นได้

เนื้อหา  BBC

 

ภาพ  เอพี 

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

รวบหนุ่มคนงานไซต์ก่อสร้างหื่น แอบย่องหวังขมขื่มนักท่องเที่ยวที่เกาะเสม็ด

4 มิ.ย. 2569 11:21 41 views

ข่าว

"อิมครานิบ 100" ยารักษามะเร็งพระราชทาน ล็อตแรก ส่งมอบองค์การเภสัชกรรมแล้ว เตรียมกระจายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ

4 มิ.ย. 2569 10:07 61 views

ข่าว

ราคาทองวันนี้ 4 มิ.ย. 69

4 มิ.ย. 2569 09:53 52 views

ข่าว

ราคาน้ํามันวันนี้ 4 มิ.ย. 69

4 มิ.ย. 2569 09:37 72 views

ข่าว

เปิดฉากวันนี้! ลงทะเบียนบัตรคนจนเกณฑ์เหล็ก บี้เช็กพิกัดที่ดิน-บล็อกรถยนต์สกัดคนรวยสวมสิทธิ์

4 มิ.ย. 2569 09:22 213 views

ข่าว

‘อนุทิน’ เดินตลาดศรีย่าน เช็กกระแส ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ปลุกจับจ่ายคึกคัก ประชาชนตอบรับดี

3 มิ.ย. 2569 17:16 208 views

ข่าว

ตํารวจปคม.ทลายโอเกะสัตหีบ ล็อก"เมีย-ผัวเก่า"ลอบค้ากามเด็ก 15

3 มิ.ย. 2569 17:13 141 views

ข่าว

"ชัยวัฒน์" กาเสียง เพิ่มจุดผ่อนผันหาบเร่ทั่วกรุง ดัน ศก.ชุมชน

3 มิ.ย. 2569 17:10 133 views

ข่าว

ชัชชาติเปิดป้าย "เอ้า...เปิด" กลางสยาม โฉมป้ายหาเสียงแนวใหม่ ชูงานศิลปะ

3 มิ.ย. 2569 12:02 228 views

ข่าว

รฟท.เปิดเดินรถจักรไอน้ําเฉลิมพระเกียรติ เปิดขบวนรถไฟขบวนพิเศษ กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา

3 มิ.ย. 2569 11:52 336 views

ข่าว

อิตาลีฉลองครบรอบ 80 ปี วันชาติ ย้ํามิตรภาพไทย–อิตาลี ผ่านดนตรีและวัฒนธรรม

3 มิ.ย. 2569 11:50 193 views

ข่าว

แบงก์ชาติจ่อคุม ‘ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง’ หลังพบวัยเริ่มทํางานก่อหนี้สูงสุด

3 มิ.ย. 2569 11:33 230 views

ข่าว

อนุชา ชู เพิ่มพื้นที่สาธารณะทั่วกรุง ย้ํากรุงเทพฯ ดีกว่านี้ได้

3 มิ.ย. 2569 11:14 208 views

ข่าว

พาณิชย์ ชี้ตลาดทุเรียนใต้ขับเคลื่อนได้ดี พร้อมดันมาตรการเชิงรุกต่อเนื่อง

3 มิ.ย. 2569 11:01 158 views

ข่าว

ไทยช่วยไทย พลัส 2 วัน ยอดพุ่ง 4,500 ล้าน คนใช้สิทธิคึกคัก! ทะลุ 14 ล้านคน

3 มิ.ย. 2569 10:56 254 views

ข่าว

สหรัฐฯ ไม่ผ่อนคว่ําบาตร อิหร่าน ย้ําต้องลดโครงการนิวเคลียร์ก่อนผ่อนคว่ําบาตร

3 มิ.ย. 2569 10:26 186 views