วันที่ 7 มิถุนายน 2569
25 เม.ย. 2569 16:40 | 4690 view
@pracha
หมอโอ๊ค เปิดลิสต์ 10 อาหารไทยยอดฮิต เร่งไตวายแบบติดจรวด คนไทย 90 เปอร์เซ็นต์ กินทุกวัน
25 เมษายน 2569 นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “หมอโอ๊ค DoctorSixpack” ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับอาหารเร่งไตวาย ระบุว่า ไตวาย ติดจรวด ถ้ากิน 10 สิ่งนี้ทุกวัน เตรียม ฟอกไต ติดเตียง! คนไทย 90% กิน ทุกวัน
หลังจากที่หมอกลับมาจากทอเมริกาเพื่อมาศึกษาต่อด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่ Harvard Medical School หมอเพิ่งได้ตรวจและให้คําปรึกษาคนไข้คนไทยท่านหนึ่งที่รพ. ประเทศไทย ย้าน อนุเสาวรี ครับ เป็นเคสที่น่าตกใจมาก เพราะคนไข้มีภาวะ "ไตวายเฉียบพลัน" ค่าการทํางานของไต (eGFR) ร่วงจากระยะที่ 2 EGFR 70 กว่า กลายเป็น ระยะที่ 4 EGFR เหลือ 29 ภายในเวลาแค่ 3 เดือน! เมื่อซักประวัติลึกๆ พบว่าสาเหตุไม่ได้มาจากกรรมพันธุ์ครับ แต่มาจาก "พฤติกรรม" ล้วนๆ! คนไข้ทานอาหารรสเค็มจัด ดื่มน้ําอัดลมและน้ําผลไม้หวานเจี๊ยบแทนน้ําเปล่า กินก๋วยเตี๋ยวเรือมื้อละ 4 ชาม (เน้นลูกชิ้นและอาหารแปรรูป) ปิดท้ายด้วยผลไม้หวานจัดทุกมื้อพฤติกรรมเหล่านี้นี่แหละครับคือระเบิดเวลาทําลายไต!
ทําไม "ไตวายระยะสุดท้าย" ถึงน่ากลัวกว่าที่คุณคิด?
โรคไตคือ "ฆาตกรเงียบ" ตัวจริงครับ! เพราะไตเป็นอวัยวะที่อดทนมาก แม้จะพังไปแล้ว 70% คุณก็อาจจะยังไม่มีอาการอะไรเลย (ไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่ป่วย) จนกระทั่งเข้าสู่ ระยะที่ 5 (End-Stage Renal Disease - ESRD) ซึ่งเป็นระยะที่ไตหยุดทํางานโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ตามมาคือความน่ากลัวอย่างแท้จริง:
คุณภาพชีวิตพังทลาย: คุณต้องถูกจํากัดการดื่มน้ํา (บางคนดื่มได้แค่วันละ 2-3 แก้ว) ทานอะไรก็ไม่ได้ ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2-3 วัน ครั้งละ 4 ชั่วโมง ร่างกายจะอ่อนเพลีย คันตามตัว และกระดูกเปราะบาง
อัตราการเสียชีวิตสูง: ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือด มีอัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี เพียงแค่ประมาณ 40-50% เท่านั้น และในระยะ 10 ปี อัตราการรอดชีวิตจะยิ่งลดต่ําลงอย่างมาก สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดที่แทรกซ้อนครับ
10 อาหารไทยยอดฮิต เร่งไตวายติดสปีด (พร้อมสูตรเหรียญทองทดแทน)
อาหารเหล่านี้เต็มไปด้วย "โซเดียม" (จากเกลือ น้ําปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส) "แป้งขัดสี" และ "ฟอสฟอรัส" จากเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกาย โซเดียมจะดึงน้ําเข้าหลอดเลือด ทําให้ความดันโลหิตพุ่งสูงไปกระแทกตาข่ายกรองไต (Glomerulus) จนฉีกขาดครับ!
1. ส้มตําปลาร้า / ส้มตําปู (โซเดียม 1,913 mg)
ทําไมถึงแย่: น้ําปลาร้าและผงชูรสมหาศาลทําให้ความดันพุ่งทะลุปรอท ไตต้องทํางานหนักเพื่อขับเกลือทิ้ง
เมนูทดแทน: ส้มตําไทย (สั่งแม่ค้าไม่ใส่ผงชูรส ลดน้ําปลาลงครึ่งหนึ่ง บีบมะนาวแท้เพิ่มความเปรี้ยว)
2. ต้มยํากุ้งน้ําข้น (โซเดียม 1,726 mg)
ทําไมถึงแย่: น้ําพริกเผา นมข้นจืด และน้ําปลา คือการรวมตัวของไขมันเลวและโซเดียมที่ทําให้เลือดหนืดข้น
เมนูทดแทน: ต้มยํากุ้งน้ําใส (ไม่ใส่น้ําพริกเผา เน้นสมุนไพร ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และที่สําคัญ "ห้ามซดน้ําซุป")
3. สุกี้แห้ง (โซเดียม 1,300 - 1,500 mg)
ทําไมถึงแย่: น้ําจิ้มสุกี้ที่ราดลงไปชุ่มๆ อุดมไปด้วยโซเดียมและน้ําตาลทรายที่ขูดขีดหลอดเลือดไต
เมนูทดแทน: สุกี้น้ํา (เน้นผักและเต้าหู้ ใส่น้ําจิ้มแค่ 1 ช้อนชาเพื่อแต่งรส และไม่ซดน้ําซุป)
หากเพื่อนเพื่อนมีภาวะไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรังระยะเริ่มต้น สามารถฟื้นฟูได้ครับ หากอยากปรึกษาวิธีฟื้นฟูเหมือนนักเรียนและคนไข้ของผมสามารถทักมาที่ Line: @doctoroak หรือ
4. แกงพะแนงหมู (โซเดียม 1,349 mg)
ทําไมถึงแย่: เครื่องแกงสําเร็จรูปและกะทิเคี่ยวแตกมัน ทําให้เกิดภาวะอักเสบในหลอดเลือด
เมนูทดแทน: หมูสับ (ไม่ติดมัน) รวนน้ําจิ้มแจ่วโซเดียมต่ํา ทานคู่กับผักสด
5. แกงมัสมั่นไก่ (โซเดียม 1,303 mg)
ทําไมถึงแย่: หวานจัด เค็มจัด มันจัด ครบสูตรการสร้างไขมันพอกตับและภาวะดื้ออินซูลิน
เมนูทดแทน: ต้มจืดไก่สับปั้นก้อนใส่ผักกาดขาวและเห็ดหอม
6. ผัดไทย (โซเดียม 1,138 mg)
ทําไมถึงแย่: แป้งเส้นจันท์ที่ดูดซับน้ํามัน ผสมกับน้ํามะขามเปียกที่เคี่ยวกับน้ําตาลปี๊บและน้ําปลา ทําให้น้ําตาลในเลือดพุ่งกระชาก
เมนูทดแทน: ยําเส้นแก้วหรือเส้นบุก ใส่กุ้งลวกและเห็ดหูหนู (เส้นใยสูง ไม่กระตุ้นอินซูลิน
7. ยํามาม่า (โซเดียม 1,000+ mg)
ทําไมถึงแย่: เส้นบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปถูกทอดในน้ํามันและซึมซับโซเดียมไว้เต็มที่ ยิ่งโดนผงปรุงรสยิ่งทําลายไต
เมนูทดแทน: ยําวุ้นเส้น (เน้นวุ้นเส้นถั่วเขียวแท้ ใส่เห็ดรวม ปรุงรสด้วยมะนาวสดและพริกขี้หนู)
8. แกงเขียวหวานไก่ (โซเดียม 870 mg)
ทําไมถึงแย่: คล้ายพะแนงครับ เครื่องแกงและกะทิทําร้ายระบบหลอดเลือดโดยตรง
เมนูทดแทน: แกงเลียงผักรวม (ใช้ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดําและสมุนไพรขยายหลอดเลือด ลดการใส่กะปิ
9. ต้มข่าไก่ (โซเดียม 854 mg)
ทําไมถึงแย่: ความเค็มมันจากกะทิและเกลือ ทําให้ไตสูญเสียสมดุลการขับน้ํา
เมนูทดแทน: ไก่นึ่งสมุนไพร หรือปลาทับทิมนึ่งจิ้มน้ําจิ้มซีฟู้ดหญ้าหวาน
10. ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ําตก (โซเดียม 842 mg)
ทําไมถึงแย่: นี่คือเมนูที่ทําร้ายคนไข้ของหมอครับ! น้ําซุปเลือดข้นๆ ซีอิ๊วดํา และ "ลูกชิ้น/หมูยอ" (เนื้อสัตว์แปรรูป) มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์ที่ดูดซึมเข้าเลือด 100% ไตขับไม่ออกจนกลายเป็นหินปูนเกาะหลอดเลือด!
เมนูทดแทน: ก๋วยเตี๋ยวน้ําใสเส้นหมี่ขาว (สั่งไม่ใส่ลูกชิ้น ไม่ใส่กระเทียมเจียว ใส่แต่เนื้อสัตว์ต้ม และห้ามซดน้ําซุปเด็ดขาด
10 วิธีฟื้นฟูไต ลดความดัน ลดเบาหวาน (ลงมือทําได้ทันที!)
กินอาหารแบบ PLADO (Plant-Dominant Low-Protein Diet): เน้นโปรตีนพืช (เต้าหู้ ถั่วแระ) แทนเนื้อสัตว์ใหญ่ เพราะโปรตีนพืชสร้างของเสียที่เป็นกรดน้อยกว่าไตจึงไม่ทํางานหนัก
กฎการดื่มน้ํา: ดื่มน้ําเปล่าให้ได้วันละ 2.5 - 3 ลิตร (หากยังไม่ถูกจํากัดน้ํา) โดยใช้วิธี "จิบเรื่อยๆ ตลอดวัน" เพื่อล้างสารพิษ
เลิกซดน้ําซุป 100%: น้ําแกง น้ําก๋วยเตี๋ยว คือแหล่งรวมโซเดียม กินแต่เนื้อและผัก
ทํา IF (Intermittent Fasting) 12-14 ชั่วโมง: ให้ร่างกายหยุดพักหลั่งอินซูลิน เพื่อลดการอักเสบของหลอดเลือด
เดินออกกําลังกาย Zone 2 (วันละ 30 นาที): ช่วยลดความดันโลหิตและกระตุ้นการสร้างก๊าซไนตริกออกไซด์ขยายหลอดเลือด
ทําเวทเทรนนิ่ง: กล้ามเนื้อคือเตาเผาน้ําตาล ลดเบาหวานได้ดีที่สุด การเสริม ครีเอทีน (Creatine) ทําให้เพื่อนๆ อาจจะยกได้หนักขึ้น อาจจะออกแรงได้เยอะขึ้น เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อครับ
หยุดกินอาหารแปรรูป: ไส้กรอก แฮม ลูกชิ้น มีฟอสฟอรัสอันตราย ทําลายไตโดยตรง
นอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมง: การนอนคือการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอที่ดีที่สุด
เปลี่ยนเครื่องดื่มหวานเป็น "มัทฉะเพียว": สาร EGCG ช่วยดับไฟอักเสบหลอดเลือด (ย้ํากฎเหล็ก! มัทฉะสูตรหมอโอ๊ค ห้ามลาเต้ ต้องชงกับน้ําเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ําอุ่นเท่านั้น ห้ามใส่นมและน้ําตาลโดยเด็ดขาดครับ)
วัดความดันและน้ําตาลที่บ้านทุกวัน: อย่ารอไปเจอหมอแค่เดือนละครั้ง ต้องรู้ค่าสุขภาพของตัวเองทุกวัน
ขอบคุณข้อมูล : หมอโอ๊ค DoctorSixpack
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:05 0 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 12:02 13 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:58 16 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:52 31 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:49 35 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:46 37 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:43 47 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:40 38 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:36 40 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:32 46 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:29 40 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:26 52 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:16 47 views
ข่าว
7 มิ.ย. 2569 11:12 51 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 143 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 388 views