วันที่ 21 มิถุนายน 2569
28 มี.ค. 2569 13:06 | 844 view
@pairoj
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้นน้ํามีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ขณะที่อุตสาหกรรมกลางน้ํา โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก เผชิญกับราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับเพิ่มขึ้นถึง 50-70% ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ํา เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเฉพาะ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบและขนส่งที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน
สําหรับแนวทางการรับมือ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ําถึงปลายน้ํา ควบคู่กับการกระจายแหล่งนําเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง เน้นการใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง Ecosystem ของซัพพลายเชนประเทศไทย และจัดทําสต็อกให้มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิล หรือวัตถุดิบอื่นที่ทดแทนได้ รวมถึงยกระดับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อลดต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ตลอดจนผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และรักษาขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในบริบทโลกที่กําลังก้าวสู่ยุคการทวนกระแสโลกาภิวัฒน์
ขณะที่ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมี ระบุว่า ภาคการผลิตยังดําเนินการได้เต็มศักยภาพสามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้เพียงพอ โดยเม็ดพลาสติกประเภทโพลิเอทิลีน (Polyethylene: PE) ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด ฝาขวด และถุงหูหิ้ว ยังมีซัพพลายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร อาทิ ซองอาหาร ถุงร้อน และกล่องพลาสติก อาจตึงตัวในบางช่วง แต่ยังสามารถบริหารซัพพลายได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ แม้ได้รับผลกระทบ แต่ยังควบคุมได้
กลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมี ยืนยันแนวทางบริหารซัพพลาย โดยให้ความสําคัญกับตลาดในประเทศเป็นลําดับแรก (Domestic First) ควบคู่กับการบริหารสต็อก และการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการขาดแคลนในบางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งทํางานร่วมกับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการวางแผนความต้องการล่วงหน้า และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบทดแทน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และยืนยันว่าซัพพลายยังคงเพียงพอ รองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
ด้านบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC ยืนยันว่า ยังเดินเครื่องผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนเต็มกําลัง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าซัพพลายเม็ดพลาสติก PE ในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้เม็ดพลาสติกบางประเภท เช่น โพลิโพรพิลีน ตึงตัวบางช่วง จากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและข้อจํากัดด้านการนําเข้า เนื่องจากหลายประเทศให้ความสําคัญกับการดูแลซัพพลายเชนภายในประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความตึงตัวดังกล่าว GC เตรียมกลับมาเดินเครื่องโรงงานโอเลฟินส์อีก 1 หน่วยในเดือนเมษายนนี้ ภายหลังหยุดซ่อมบํารุงตามแผนแล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตโพรพิลีน (Propylene) วัตถุดิบตั้งต้นของเม็ดพลาสติก PP ให้แก่ผู้ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมโดยรวม โดย GC ทํางานร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตร เพื่อบริหารจัดการซัพพลายเชนตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถส่งถึงลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:59 160 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:57 238 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:08 152 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 16:30 151 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 15:07 162 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 13:43 182 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 12:55 169 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 11:21 206 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 11:17 178 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:23 247 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:20 252 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:18 199 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:15 212 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:12 224 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:09 177 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:06 352 views