วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
28 มี.ค. 2569 09:44 | 886 view
@pairoj
“พิพัฒน์” กลัวทัวร์ลง เลิกประกาศปรับราคาน้ํามันกลางดึก ห่วงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางหากยืดเยื้อ ดีเซลมีสิทธิ์ทะลุ 50 บาท
วานนี้ 27 มีนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อํานวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ชี้แจงถึงกรณี
การปรับขึ้นราคาน้ํามันดีเซลแบบก้าวกระโดด 6 บาทต่อลิตรในคืนเดียวว่า มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง และ การรักษาระยะห่างของราคากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย
“ก่อนหน้านี้ รัฐบาลมีแผนจะปรับขึ้นเพียง 3 บาทตามนโยบายที่คุยกันในช่วงเย็นวันนั้น หากมาเลเซียยังคงราคาไว้ที่ประมาณ 38-39 บาท แต่ปรากฏว่าในช่วงค่ํา ตลาดสิงคโปร์ปิดตัวด้วยราคากระโดดสูงขึ้น และมาเลเซียได้ปรับราคาน้ํามันรวดเดียว 7 บาท ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 45 บาทต่อลิตร หากไทยปรับขึ้นเพียง 3 บาท จาก 33 บาท เป็น 36 บาท จะทําให้ส่วนต่างราคาน้ํามันระหว่างไทยกับมาเลเซียห่างกันเกือบ 10 บาท ซึ่งจะนําไปสู่ปัญหาการลักลอบเติมน้ํามันข้ามแดน โดยรถขนส่งจะหันมาเติมน้ํามันฝั่งไทยที่ได้รับการอุดหนุนแล้ววิ่งกลับไป ซึ่งถือเป็นการสูญเสียของประเทศ การตัดสินใจขึ้น 6 บาทรวดจึงเป็นการแก้ปัญหาทั้งเรื่องส่วนต่างราคาและหยุดยั้งสภาวะโกลาหลที่ประชาชนแห่กักตุนน้ํามันจนขาดปั๊ม”
อย่างไรก็ตาม สําหรับประเด็นการประกาศขึ้นราคากลางดึกนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่าไม่อยากให้มีการประกาศตอน 22.00 น. อีกแล้ว เพราะทําให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจน ทัวร์ลงเต็มบ้าน โดยเตรียมหารือกับ กบน. ในเวลา 18.00 น. ตามปกติ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า
สําหรับข้อครหาที่ว่ารู้ข้อมูลอินไซด์ล่วงหน้าและเอื้อประโยชน์ให้สถานีบริการน้ํามัน PT (บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จํากัด (มหาชน)) กักตุนน้ํามันเพื่อทํากําไรนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ทราบตัวเลข 6 บาทล่วงหน้า โดยเพิ่งได้รับโทรศัพท์แจ้งจากรมว.พลังงานในเวลาประมาณ 21.00 น. กว่าๆ ก่อนจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ และนายกรัฐมนตรี ก็เพิ่งทราบเรื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน
นายพิพัฒน์ ได้ชี้แจงว่า ได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารของบริษัทมานานถึง 23-24 ปีแล้ว ปัจจุบันเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเท่านั้น และน้องชายเป็นผู้บริหารสูงสุด นอกจากนี้ PT เป็นบริษัทมหาชนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) บริหารงานอย่างอิสระ ตนไม่สามารถเข้าไปชี้นําหรือสั่งการใดๆ ได้ พร้อมท้าให้ผู้ที่วิจารณ์รอพิสูจน์จากผลประกอบการไตรมาสที่ 1 และผลประกอบการรวมต่อปีของบริษัท ว่าจะมีกําไรก้าวกระโดดผิดปกติอย่างที่ถูกกล่าวหาหรือไม่
ในส่วนของปั๊ม PT ที่มีน้ํามันขายในขณะที่ปั๊มอื่นขาดแคลนช่วงแรกนั้น นายพิพัฒน์อธิบายว่า PT เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ไม่มีโรงกลั่นของตนเอง จึงต้องทําสัญญาซื้อน้ํามันจากโรงกลั่นหลายแห่งเพื่อกระจายความเสี่ยง เช่น ไทยออยล์, IRPC, บางจาก เมื่อเกิดวิกฤต ผู้บริหารจึงต้องเร่งเจรจากับทุกโรงกลั่นให้ปล่อยน้ํามันตามโควตาขั้นสูงสุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อแฟรนไชส์กว่า 2,000 แห่ง
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่เชื่อว่ามีไอ้โม่งรายใหญ่กักตุนน้ํามันเพื่อเก็งกําไร แต่เกิดจากปัจจัย 2 ส่วน คือบริษัทขนส่งและไซต์งานก่อสร้างปกติจะสั่งน้ํามันมาเติมในแท็งก์แบบพอใช้ แต่เมื่อเกิดความไม่แน่นอน ทุกแห่งจึงสั่งเติมเต็มแท็งก์สํารองเอาไว้เพื่อป้องกันปัญหา และพฤติกรรมประชาชนที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ขับรถจนน้ํามันเกือบหมดจึงค่อยเติม เปลี่ยนมาเป็นน้ํามันลดลงเพียงขีดเดียวก็รีบเข้าปั๊มเพื่อเติมให้เต็มถังทันที เมื่อรถยนต์นับล้านคันทําพร้อมกัน จึงเกิดเป็นกองทัพมด ที่ทําให้น้ํามันหายไปจากระบบวันละหลายสิบล้านลิตร
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันลง 1 บาท โดยรอ กกต. อนุมัติ และนายกรัฐมนตรีได้ส่งการบ้านให้สมาคมโรงกลั่นพิจารณาปรับลดค่าการกลั่น เพื่อช่วยเหลือประเทศ หากปฏิเสธ รัฐบาลอาจต้องนํามาตรการทางกฎหมายอย่าง “ภาษีลาภลอย” มาบังคับใช้กับกําไรส่วนเกิน ซึ่งนายพิพัฒน์ได้เสนอแนวทางนี้ให้กระทรวงการคลังไปศึกษาแล้ว
“กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงได้ตั้งเพดานอุดหนุนจนติดลบไว้ที่ 120,000 ล้านบาท และรัฐบาลยังมีเครื่องมือทางภาษีสรรพสามิตเหลือให้ใช้เล่นต่อได้อีกประมาณลิตรละ 5-6 บาท อย่างไรก็ตาม หากใช้เครื่องมือทุกอย่างจนหมดแล้วสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ราคาจะเท่าไหร่ก็ต้องเป็นไปตามนั้น คือต้องปล่อยให้ลอยตัว”
เมื่อถามถึงโอกาสที่ราคาน้ํามันดีเซลจะพุ่งไปถึงลิตรละ 50 บาท นายพิพัฒน์ตอบว่า “ผมว่าไปถึง ถ้าเหตุการณ์ยังไม่จบ” โดยให้เหตุผลว่าราคาพลังงานต้องอิงตามตลาดสิงคโปร์และประเมินเปรียบเทียบกับมาเลเซียเป็นหลัก ซึ่งแม้แต่มาเลเซียที่เป็นประเทศผู้ผลิตน้ํามันยังไม่สามารถอั้นราคาไว้ได้
นายพิพัฒน์ให้คํามั่นว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ได้เตรียมแผนสํารองสูงสุดโดยจัดเตรียมรถบรรทุกน้ํามันเคลื่อนที่ไปจอดสแตนด์บายตามจุดพักรถและแหล่งท่องเที่ยวสําคัญ ยืนยันว่าช่วงสงกรานต์น้ํามันจะไม่ขาดสถานีบริการอย่างแน่นอน “ไม่มีก็ต้องด่าผมอยู่แล้ว ผมก็รับอยู่แล้ว ผมมีหน้าที่ที่ต้องไปบริหารจัดการร่วมกับผู้ค้าน้ํามันตามมาตรา 7 ทุกราย”
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 18:42 327 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:21 96 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:18 113 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:16 129 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:12 91 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:08 101 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:06 113 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:04 106 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:03 116 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 16:02 129 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:59 146 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:39 93 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:36 151 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:21 158 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:12 106 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:01 327 views