วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569
26 มี.ค. 2569 16:05 | 893 view
@pracha
ครม. เคาะ 7 มาตรการช่วยเหลือด้านพลังงาน เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 400 บาท 1 เดือน อัดซอฟต์โลนหมื่นล้าน – จ่อลดภาษีสรรพสามิต “เอกนิติ” เผย “นายกฯ” กําชับหน่วยงานรัฐทุกส่วนต้องประหยัด ย้ํา “ห้าม” ดูงานต่างประเทศ ด้าน “ปลัดฯคลัง” ชี้ ลดภาษีสรรพสามิต กกต.อนุมัติทําได้เลย
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 26 มีนาคม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทําเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าว แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ

นายเอกนิติ กล่าวว่า การประชุมครม.นัดพิเศษวันนี้ เพื่อทราบถึงมาตรการที่หน่วยงานต่างๆเตรียมพร้อม เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความรุนแรง และเป็นวิกฤตพลังงานโลกที่กระทบทั่วโลก โดยให้กระทรวงพลังงานอัปเดตสถานการณ์ และรับทราบถึงเหตุผลความจําเป็นของมาตรการต่างๆ ที่ต้องปรับตัวตามวิกฤตของโลก และประเทศไทยจะต้องปรับตัวอย่างไร ในเชิงของการบริหารจัดการเรื่องพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และวิกฤตพลังงานของโลก
รมว.คลัง กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯได้มอบหมายให้รัฐมนตรี และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการดูแลผลกระทบประชาชน ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ แม้ว่าวันนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ยังสามารถใช้กลไกเครื่องมือต่างๆด้านกฎหมายที่ทําได้ ซึ่งกฎหมายส่วนใดมีข้อจํากัดจะใก้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณา เพื่อให้ดําเนินการได้ และเป็นไปตามกฏหมาย
เมื่อถามว่า ในส่วนของราคาน้ํามันของไทยหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านยังห่างอยู่เยอะ มีโอกาสหรือไม่ที่แม้จะลดภาษีสรรพสามิตแล้ว ราคาน้ํามันอาจไม่ได้ลดลง รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์พลังงานผันผวนมาก ส่วนหนึ่งที่ได้คุยกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คือวันนี้ราคาพลังงานขึ้นไปสูงมาก เราเอากองทุนน้ํามันเข้ามาช่วยเต็มที่ และเอาสรรพสามิตเข้ามาช่วยเพิ่ม แต่ถ้าขาลงมาเมื่อไหร่ก็ต้องลดราคาให้กับประชาชนด้วย ตรงนี้เป็นหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้คุยกัน ดังนั้น เราจะติดตามราคาน้ํามันในตลาดโลก เมื่อไหร่ที่ลดลงจะต้องมีการพิจารณาให้ลดลงด้วย

ถามว่า ในส่วนของกองทุนน้ํามันสามารถกู้เงินโดยให้กระทรวงการคลังค้ําประกันสามารถทําได้ในช่วงนี้หรือต้องรอรัฐบาลใหม่ รมว.คลัง กล่าวว่า ต้องรอรัฐบาลใหม่ เพราะทุกวันนี้เราพูดถึงหลักการในเรื่องของสรรพสามิตตามรัฐธรรมนูญ คือต้องทําโดยที่ไม่มีภาระผูกพัน ซึ่งเรื่องการกู้เงินจะทําให้ผูกพันรัฐบาลต่อไป ส่วนเรื่องภาษีสรรพสามิต วันนี้สิ่งที่กระทรวงการคลังเสนอคือขออนุมัติหลักการที่จะลด และให้ไปดูตามกฎหมายว่าจะต้องดําเนินการอะไรบ้าง ที่สําคัญคือจะต้องไม่ผูกพันรัฐบาลต่อไป ดังนั้น อาจจะลดได้แค่ช่วงนี้ เมื่อรัฐบาลใหม่มาจะพิจารณาอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่คณะรัฐมนตรีมอบเป็นหลักการไว้
รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่าวันนี้เป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก จึงกําชับให้ส่วนงานราชการทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เข้มงวดในมาตรการประหยัดพลังงานที่เคยได้สั่งการในมติคณะรัฐมนตรีไปแล้ว โดยเฉพาะการเดินทางไปอบรมดูงานต่างประเทศขอให้ยกเลิก และให้ส่วนราชการต่างๆไปกําชับเรื่องนี้ การประชุมสามารถเดินทางได้ แต่การดูงานกําชับว่าห้าม เราต้องปรับตัวประหยัดทุกอย่าง เพราะทั่วโลกกระทบกับวิกตพลังงาน การใช้ไฟหรือแอร์ต่างๆได้กําชับให้ข้าราชการไปปฏิบัติตาม เราต้องปรับตัวหลายประเทศต้องปรับตัว
“วิกฤตพลังงานเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่พวกเราพยายามจะทํามากที่สุดคือนอกจากปรับตัวแล้ว ในส่วนของภาครัฐพยายามที่จะบรรเทาผลกระทบที่จะถึงประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทําได้ในทุกเครื่องมือ รวมถึงการคํานึงถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทําทุกวิถีทางที่จะดูแล และร่วมมือร่วมใจกันให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน” รมว.คลัง กล่าว

ขณะที่ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุม ครม. ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 7 เรื่อง คือ 1.เห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไรในระยะเวลาแค่ไหนตามความเหมาะสม 2.การดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งครม.เห็นชอบว่าจะมึการเติมเงิน ที่ปกติการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน โดยจะเพิ่มให้อีก 100 บาทเท่ากับ 400 บาทต่อเดือนต่อคน โดยระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการจะใช้เพียง 1 เดือนก่อน เมื่อเป็นรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง 3.กลุ่มขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ํามันทั้งกลุ่มรถบรรทุก และรถโดยสาร รวมถึงกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 4.การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เบื้องต้นคิดว่าสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรเร็วที่สุดคือเรื่องของปุ๋ย ซึ่งมีโครงการธงเขียวสนับสนุนค่าปุ๋ย ควบคู่ไปกับบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร และจะมีการสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดการพึ่งพาการนําเข้า 5.มาตรการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประมง ซึ่งจะลดผลกระทบได้ด้วยการการใช้น้ํามัน บี 20 ที่มีต้นทุนต่ํากว่าน้ํามันปกติ 5 – 6 บาท 6.กลุ่มคู่สัญญากับภาครัฐ ทั้งภาคอุตสาหกรรม และกลุ่มก่อสร้าง อาจจะมีช่วงสะดุดที่ไม่มีน้ํามันทําให้การส่งมอบงานเกิดความล่าช้า จึงจะดูเรื่องการขยายระยะเวลาตรวจรับที่เหมาะสมโดยที่ค่าปรับยังอยู่ แต่จะดูให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและ 7.มาตรการช่วยเหลือกลุ่มอื่นๆโดยเฉพาะเอสเอ็มอี กระทรวงการคลัง โดยธนาคารออมสินเตรียมซอฟต์โลนไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยทั้งระบบซัพพลายเชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันสามารถดําเนินการได้ทันทีหรือต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ที่มีอํานาจเต็มมา นายลวรณ กล่าวว่า ข้อกฎหมายทางกรมสรรพสามิตกําลังหารือกับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ว่าสามารถดําเนินการได้อย่างไร แต่ด้วยความเข้าใจเบื้องต้น ณ วันนี้ทําได้แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแล้วต้องไปขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ้า กกต.อนุญาตก็ทําได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็รอรัฐบาลที่เป็นทางการมา
ถามว่า ถ้ามีการลดภาษีสรรพสามิตจะทําให้ราคาน้ํามันลดลงมาหรือแค่พยุงไม่ให้ปรับขึ้นราคาอีก นายลวรณ กล่าวว่า ก็ตรงไปตรงมา ตอนนี้สมมติว่าถ้าสรรพสามิตเก็บอยู่ 5 บาท ภาษีลดไปเท่าไหร่น้ํามันก็ต้องลงไปตามนั้น
เมื่อถามว่า ในเรื่องของงบช่วยกลุ่มเปราะบางต้องขออนุญาตกกต.ด้วยหรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า เหมือนกันต้องขออนุญาต

ด้าน นางศุภจี กล่าวเสริมว่า เรื่องการขออนุญาต กกต.คือเรื่องการเติมเงินให้กลุ่มเปราะบางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
เมื่อถามว่า เงินเปราะบางที่เพิ่ม 100 บาทใช้งบประมาณเท่าไหร่ และในส่วนของภาษีสรรพสามิตกระทรวงการคลังได้คํานวณรายรับที่จะลดลงแล้วหรือไม่ว่าจะกระทบขนาดไหน นายลวรณ กล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นมีผู้ถือบัตรอยู่ 13.3 ล้านคน ฉะนั้นคนละ 100 บาทก็จะเป็นเงิน 1,300 ล้านบาทเศษ และวันนี้เราต้องขอใช้งบฯกลางซึ่งเป็นอํานาจของครม.ที่เสนอเรื่องมาและได้รับความเห็นชอบแล้ว แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการเลยมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นแต่ขอย้ําว่าสิ่งที่ทําได้รัฐบาลจะทําทุกมาตรการ อะไรทําได้พร้อมทําทํา จะต้องไปขอก็ขอ เพื่อให้การเยียวยาไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องภาษีสรรพสามิตนั้นข้อกฎหมายก็เรื่องหนึ่ง ส่วนอัตราความสูญเสียขึ้นอยู่ว่าเราจะปรับลดลงเท่าไหร่ นั่นเป็นสิ่งที่กรมสรรพสามิตต้องไปดูในรายละเอียด
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 18:42 341 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:21 100 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:18 117 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:16 135 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:12 95 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:08 104 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:06 117 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:04 109 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 17:03 120 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 16:02 132 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:59 150 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:39 96 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:36 156 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:21 166 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:12 112 views
ข่าว
8 มิ.ย. 2569 15:01 333 views