วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569
25 ก.พ. 2569 13:43 | 615 view
@pracha
'สีหศักดิ์' ฟาดกลับ "ปรัก สุคน" รองนายกฯ กัมพูชาในเวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน แฉปมแทรกแซงการเมืองภายในของไทยต้นตอแห่งความตึงเครียดชายแดน ชี้หลังตกลงหยุดยิงยังคงละเมิดยั่วยุ
25 ก.พ.2569 - เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงของไทยในช่วงการประชุมระดับสูงของการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 61 ณ Assembly Hall, Palais des Nations สํานักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มการกล่าวถ้อยแถลงด้วยการระลึกถึงสมัยที่ดํารงตําแหน่งประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงสําคัญที่มีการทบทวนการดําเนินงานของคณะมนตรีฯ และย้ําว่า ในช่วงเวลาที่ระบบพหุภาคีประสบความท้าทายเช่นในปัจจุบัน ประเทศต่าง ๆ ต้องร่วมมือกันเพื่อความสําเร็จและประสิทธิภาพของคณะมนตรีฯ นอกจากนี้ รัฐมนตรีฯ ยังเห็นว่า ปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน เป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนระดับโลกที่เกิดจากการขาดหลักนิติธรรมในประเทศที่เครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรง และอยู่ในแนวหน้าของความพยายามระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหา โดยจะสานต่อความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวตอบโต้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาที่กล่าวพาดพิงไทยในสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในการกล่าวถ้อยแถลงของประชุมระดับสูงในวันเดียวกัน ว่า กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทําให้ไทยเป็นผู้ร้าย โดยต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา เกิดจากการละเมิดและการยั่วยุซ้ําแล้วซ้ําเล่า รวมทั้งการแทรกแซงการเมืองภายในของไทยโดยฝ่ายกัมพูชา ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดจนนําไปสู่การโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมายและมีพลเรือนต้องเสียชีวิต ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองประเทศ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่อดีต ประเทศไทยมีแต่ความปรารถนาดีให้กับกัมพูชา โดยให้สถานที่พักพิงแก่ผู้ที่หลบหนีจากความขัดแย้ง และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รวมถึงร่วมฟื้นฟูประเทศภายหลังจากสงครามกลางเมืองในกัมพูชา ไทยไม่เคยมีเจตนาที่จะเผชิญหน้ากับกัมพูชาเพราะเข้าใจดีว่า สันติภาพของไทยไม่สามารถแยกออกจากสันติภาพของกัมพูชาได้ และโดยที่ขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลงหยุดยิง แทนที่จะร่วมกันสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและก้าวไปข้างหน้าในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ดี แต่กัมพูชากลับทําให้ปัญหาระหว่างสองประเทศเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการบั่นทอนโอกาสสําหรับสันติภาพ
สําหรับข้อกล่าวหาว่าไทยยึดครองดินแดนของกัมพูชานั้น ข้อเท็จจริงคือ ทั้งสองฝ่ายต่างเจรจาและเห็นชอบให้กองกําลังตั้งอยู่ที่ฐานที่มั่นเดิมในช่วงที่มีข้อตกลงหยุดยิงในระหว่างที่อยู่ระหว่างการรอการหารือเพื่อแก้ไขปัญหา และจนถึงปัจจุบันนี้ กัมพูชาก็ยังคงยั่วยุ ทหารไทยก็ยังคงต้องเผชิญกับทุ่นระเบิด และกัมพูชายังคงยิงข้ามมายังฝั่งไทยแม้กระทั่งในวันนี้ ทั้งนี้ ไทยยังคงยืนยันที่จะยึดมั่นในการเจรจา แต่ขณะเดียวกัน ไทยก็มีหน้าที่ในการปกป้องอํานาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนโดยปราศจากเงื่อนไข ดังนั้น จึงขอตั้งคําถามกับฝ่ายกัมพูชาว่า ประสงค์ที่จะเลือกเส้นทางแห่งสันติภาพ หรือเส้นทางแห่งความตึงเครียดและความขัดแย้งให้ดํารงต่อไป
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 59 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:40 78 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 15:11 136 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 13:31 150 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 13:01 114 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:41 137 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:35 131 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:32 111 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:30 121 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:28 124 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:24 120 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:58 178 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:57 163 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:54 174 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:45 146 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:41 197 views