×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569

?>

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ชี้คดีสแกมพุ่ง! แต่มูลค่าความเสียหายลด

 9 ก.พ. 2569 11:17 | 1235 view

 @ekapon

Facebook X Share

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอํานวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดําเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-7 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จํานวน 7,845 คดี มูลค่าความเสียหาย 428,369,719 บาท (เฉลี่ยประมาณ 61.19 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 25 ม.ค.- 31 ม.ค.69 จํานวน 299 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 110,525,868 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าในช่วงสองสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณคดีพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนมูลค่าความเสียหายมีลักษณะผันผวนโดยมีทิศทางสวนทางกับจํานวนคดี แม้จํานวนคดีจะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายกลับลดลง ซึ่งอาจตีความได้ว่ามิจฉาชีพกลับมาเน้นการโจมตีปริมาณมาก (Mass scale) แต่ได้ยอดเงินต่อครั้งที่น้อยลง

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ มีจํานวนมากถึง 69.2% ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจําวันโดยคนร้ายเน้นหลอกคนจํานวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ   2. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่าอันดับคดีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ โดยครั้งนี้
อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพใช้ความต้องการรายได้เสริมของผู้คนมาเป็นจุดอ่อนหลัก แม้จํานวนคดีจะน้อยกว่าแต่มูลค่าความเสียหายกลับสูงที่สุด แสดงว่าเหยื่อแต่ละรายสูญเสียเงินเป็นจํานวนมากต่อครั้ง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้สร้างความเสียหายทางการเงินในสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับจํานวนคดี

จากข้อมูลดังกล่าว  ทีมวิเคราะห์พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้ 

1 ถึงแม้ว่าจํานวนคดีจะเพิ่มแต่มูลค่าความเสียหายลดลงอย่างมาก ชี้ให้เห็นว่าเคสใหญ่ (Big Impact) ลดน้อยลง

2 หลอกขายสินค้า: เสียหายลดลงมาก แม้จํานวนคดีจะพุ่งเกิน 5,000 เคส แต่ยอดความเสียหายลดลงจาก 117 ล้าน เหลือ 78 ล้านบาท

3 แอบอ้างบุคคล: สัญญาณดี ลดลงทั้งจํานวนคดี (-9%) และมูลค่าความเสียหายลดลงเกือบครึ่ง (-42%) จาก 138 ล้านเหลือ 80 ล้านบาท

4 หลอกทํางาน: ประเด็นนี้ยังคงน่าห่วง ยังคงครองแชมป์ความเสียหายสูงสุดที่ 171 ล้านบาท แม้จํานวนคดีจะลดลงเล็กน้อย แต่ความเสียหายต่อเคสยังสูงมาก

5 หลอกลงทุน: แนวโน้มลดลง ทั้งจํานวนคดีและความเสียหายลดลงต่อเนื่อง (จาก104M ลดลงเหลือ 86M) แสดงถึงความระมัดระวังที่มากขึ้นของประชาชน

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 17 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจํานวน 31 ราย คิดเป็นจํานวนเงินกว่า 5,376,375 บาท และสามารถจับกุมได้ 4 คดี

สําหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าความเสียหายสูง ได้แก่

เคสที่1 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ เข้าช่วยเหลือชายวัย 75 ปี หลังตรวจพบว่ากําลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า เจ้าหน้าที่จึงรีบลงพื้นที่ทันที ซึ่งตรวจสอบพบว่าในช่วงวันที่ 31 ม.ค. – 2 ก.พ.69 ผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและหลอกให้โอนเงินไปตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ตํารวจแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่ากําลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ให้หยุดโอนเงินทันที พร้อมแนะนําให้โทรสายด่วน 1441 เพื่อดําเนินการอายัดบัญชี และรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย

เคสที่2 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.กระทุ่มแบน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นชายวัย 70 ปี หลังพบว่ากําลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า เจ้าหน้าที่รีบลงพื้นที่ช่วยเหลือ พบว่าเมื่อประมาณวันที่ 3 ก.พ.69 ผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งว่าหม้อแปลงไฟฟ้าที่บ้านผู้เสียหายชํารุดและจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ ก่อนชักชวนให้แอดไลน์เพื่อติดต่อคืนค่าประกันมิเตอร์ มีการพูดโน้มน้าวให้ทําธุรกรรมแจ้งเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือ อ้างความสะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลา โดยหลอกให้ผู้เสียหายดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Peasmart ตั้งค่าเลือกแอปธนาคารเป็นรายการโปรด และให้เปลี่ยนภาษาในโทรศัพท์ จากนั้นให้ผู้เสียหายโอนเงินอ้างว่าเป็นขั้นตอนคืนค่าประกันมิเตอร์ และให้ใส่เลขอ้างอิง (ref no.) ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นจํานวนเงินที่ถูกโอนไปทั้งหมด รวมมูลค่าความเสียหาย 968,057 บาท เจ้าหน้าที่จึงรีบอธิบายให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่ากําลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ให้หยุดการโอนเงินทันที

เคสที่3 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.วังทองหลาง เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 62 ปี หลังตรวจพบว่ากําลังโอนเงินไปยังบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะพบว่า ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์แจ้งว่ามีเอกสารตีกลับไปยังที่ทําการไปรษณีย์ลาดพร้าว และให้ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดําเนินการทําคําร้อง โดยหลอกให้กรอกข้อมูลประวัติส่วนบุคคล ก่อนที่คนร้ายจะหลอกลวงให้โอนเงินอ้างว่าเป็นวงเงินสําหรับคุ้มครองเงินเกษียณ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีคนร้าย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 918,000 บาท เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงเข้าชี้แจงว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ ให้หยุดการโอนเงินทันที พร้อมให้โทรสายด่วน 1441 เพื่ออายัดบัญชีโดยเร่งด่วน

เคสที่4 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.สร้างคอม จ.อุดรธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 61 ปี หลังตรวจพบพฤติกรรมการโอนเงินที่ผิดปกติไปยังบัญชีม้า จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.69 ผู้เสียหายถูกคนร้ายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยแอบอ้างตัวเป็น “ทนายอาสา” เสนอให้ความช่วยเหลือ กรณีผู้เสียหายเคยถูกหลอกลวงทางออนไลน์ เมื่อปี พ.ศ.2567 เป็นเงินจํานวน 450,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อและพูดคุยกับคนร้าย ก่อนถูกชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ชื่อ “ชุดที่ 3549 กลุ่มกู้คืนความเสียหาย” ซึ่งมีสมาชิกเพียง 4 คน ภายในกลุ่มดังกล่าว คนร้ายอ้างว่าสามารถดําเนินการติดตามเงินคืนให้ได้ โดยขอให้ผู้เสียหายทํากิจกรรม และโอนเงินเข้าระบบตามขั้นตอนที่กําหนด พร้อมรับประกันว่าจะได้เงินคืนตรงตามยอดที่เคยสูญเสียไป ด้วยความต้องการได้เงินคืนผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนไปจํานวนหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 968,057 บาท เคสนี้เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติในการทําธุรกรรม และคาดว่าผู้เสียหายอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.สร้างคอม เพื่อเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ก็ติดต่อผู้เสียหายทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ผู้เสียหายเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตํารวจ เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนําให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดําเนินคดีกับผู้กระทําผิดตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) จึงขอเตือนภัยไปยังประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้เพิ่มความระมัดระวังกลโกงของมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ โดยมักใช้วิธีโทรศัพท์หลอกลวง อ้างว่าท่านมีคดีความหรือเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิด พร้อมข่มขู่ สร้างความหวาดกลัว และส่งเอกสารปลอม เช่น หมายเรียกหรือหมายจับ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ จากนั้นจะให้โอนเงินไปตรวจสอบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจจริงจะไม่โทรศัพท์แจ้งข้อกล่าวหา ไม่ส่งเอกสารทางออนไลน์ ไม่วิดีโอคอลเพื่อสอบสวน และที่สําคัญจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเด็ดขาด

เช่นเดียวกับการที่มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หรือทนายอาสาปลอม โดยมักอ้างว่ามีค่าไฟฟ้าค้างชําระ จะได้รับเงินค่าประกันมิเตอร์คืน มีพัสดุตกค้าง หรือเสนอให้ความช่วยเหลือด้านคดีความผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกดดันให้รีบโอนเงิน ทํากิจกรรม หรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคล ขอเน้นย้ําว่าเจ้าที่ของรัฐตัวจริงจะไม่เร่งรัดให้โอนเงิน และไม่ขอข้อมูลสําคัญทางโทรศัพท์หรือทางออนไลน์ หากประชาชนได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้ตั้งสติ อย่างหลงเชื่อ ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลหรือโอนเงินเด็ดขาด และขอให้โทรศัพท์แจ้งหรือปรึกษากับทาง 1441 ก่อนตัดสินใจกระทําการใดๆ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ 

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

ผบ.กกล.นเรศวร ตรวจชายแดน กําชับพร้อมรบ สกัดผิดกฎหมาย สร้างขวัญกําลังใจแนวหน้า

6 มิ.ย. 2569 18:06 45 views

ข่าว

แม่บ้านแห่งท้องทะเล "ปลิงทะเลสีชมพู" เต็มชายหาดระยอง

6 มิ.ย. 2569 16:35 135 views

ข่าว

WHO เตือนอีโบลาลุกลามเร็วกว่าการควบคุม

6 มิ.ย. 2569 15:54 85 views

ข่าว

วราวุธ ส่งทีม "ท็อปกัน" บุกทลายคลังทุนจีนย่านกระทุ่มแบน ยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าไร้ มอก. เฉียด 5 ล้าน

6 มิ.ย. 2569 15:52 73 views

ข่าว

ชัยวัฒน์ บุกคลองลัดมะยม! งัดนโยบายเหล็ก "หวยใบเสร็จ SMEs" อัดฉีด 10 ล้านฟื้นตลาดซบเซา

6 มิ.ย. 2569 14:19 89 views

ข่าว

"ชัชชาติ"ควง "แสนดี" ขึ้นรถแห่หาเสียงครั้งแรก ชาวกทม.ต้อนรับล้มหลาม

6 มิ.ย. 2569 14:17 115 views

ข่าว

รัฐบาลอนุทินกางผลงานโบแดง บัญชีม้า

6 มิ.ย. 2569 13:47 96 views

ข่าว

คลังเผยยอดลงทะเบียนบัตรคนจน 2 วันทะลุ 8.8 ล้านราย! บี้เช็กสถานะ-เตือนติดหล่มข้อมูลผิดรีบแก้ด่วน

6 มิ.ย. 2569 13:44 175 views

ข่าว

มหาดไทยขยับใหญ่! อรรษิษฐ์ สั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัด ลุยไฟนโยบายด่วน "Action 5 PLUS"

6 มิ.ย. 2569 13:40 124 views

ข่าว

ปกครองสั่งลุย! ส่งนายอําเภอ-ผู้ใหญ่บ้าน เคาะประตูบ้านเก็บตก "บัตรคนจน" 1 ล้านราย

6 มิ.ย. 2569 13:31 116 views

ข่าว

คึกคักรับสิทธิ์แห่ใช้เงินหมื่นล้าน! เผยยอดลงทะเบียน ไทยช่วยไทย พลัส พุ่งเฉียดล้านร้านค้า เตรียมเปิดช่องแอปส่งอาหารขยายฐานราก

6 มิ.ย. 2569 13:28 109 views

ข่าว

สืบภาค 2 บุกบางแสนทลายออฟฟิศเว็บพนันบอลออนไลน์

6 มิ.ย. 2569 11:49 143 views

ข่าว

สแกนห้วยขวาง เจอ 53 บริษัทเสี่ยงนอมินี ส่งข้อมูลให้ ปปง. ตรวจสอบ

6 มิ.ย. 2569 10:59 162 views

ข่าว

พรรคประชาธิปัตย์ ปล่อย MV แรปแฉปัญหาเมือง "เจมส์ อนุชา" ลุยเดินเท้าตั้งแต่เช้ามืด ชวนคนกรุงเทพฯ ตั้งคําถาม "กทม. ดีพอแล้วหรือยัง?"

6 มิ.ย. 2569 10:56 113 views

ข่าว

กรมสรรพากรเดินหน้าทวงหนี้ภาษี "ทักษิณ"

6 มิ.ย. 2569 10:48 141 views

ข่าว

มัลลิกา บุกตลาดบางปะกอก! กางแผนล้างฝุ่น PM2.5 ฝั่งธนฯ ชูนโยบายเหล็กอุ้มเอสเอ็มอี

6 มิ.ย. 2569 10:04 122 views