วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
5 ก.พ. 2569 11:10 | 1199 view
@pracha
กกร.ผวาผลพวงเลือกตั้ง งบปี70ติดหล่ม ฉุดศก.โตต่ํา2%
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่มีแนวโน้มโตต่ํากว่า 2% โดยประมาณการณ์ว่าจะขยายตัว 1.6 ถึง 2.0% ส่วนส่งออก -1.5 ถึง -0.5% เงินเฟ้อ 0.2 ถึง 0.7% และมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากการจัดทํางบประมาณปี 2570 ที่อาจล่าช้า ล่าสุดสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะการลงทุน ขณะที่ข้อมูลกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 31 ม.ค.69 ระบุว่ามีการเบิกจ่ายงบลงทุน 176,655 ล้านบาท คิดเป็น 21.57% ต่ํากว่าเป้าหมาย ณ สิ้นเดือน ม.ค.69 ที่กําหนดไว้ 26% สะท้อนถึงความล่าช้าการดําเนินโครงการลงทุนภาครัฐ โดย กกร.มุ่งหวังให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลังเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อให้การดําเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง

“กกร.กังวลนโยบายหาเสียงที่ส่วนใหญ่ที่ให้ความสําคัญกับนโยบายประชานิยม และการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก มากกว่าการลงทุนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว รวมถึงขาดนโยบายสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันพรรคการเมืองควรตระหนักถึงข้อจํากัดด้านพื้นที่ทางนโยบายการคลัง จากระดับหนี้สาธารณะที่ปรับสูงขึ้น โดย ณ เดือน ธ.ค.68 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 12.45 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66.09% ต่อ GDP เข้าใกล้กรอบวินัยการคลังที่กฎหมายกําหนดไว้ไม่เกิน 70% ต่อ GDP ทําให้การกําหนดนโยบายด้านการใช้จ่ายมีข้อจํากัดมากขึ้น” นายเกรียงไกร กล่าว
นายเกรียงไกร กล่าวว่า กกร. เห็นว่าการกําหนดนโยบายเศรษฐกิจระยะต่อไป ควรให้ความสําคัญกับการวางยุทธศาสตร์การเติบโตในระยะยาว ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรทางการคลังอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างฐานรายได้ใหม่ให้ประเทศ ยกระดับขีดความสามารถผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สร้างระบบเศรษฐกิจที่รองรับความผันผวนในอนาคต และเติบโตอย่างมั่นคง สอดคล้อง spirit ของ Reinvent Thailand
“การตั้งรัฐบาลชุดใหม่ นโยบายเร่งด่วน 90 วันแรก ภาคเอกชนต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กดดันกําลังซื้อของประชาชน , แก้ปัญหาสินค้าต่างประเทศที่ทะลักเข้ามาขายในประเทศ กระทบกับเอสเอ็มเอ , ดูแลเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น , แก้ปัญหาทุนเทาและปัญหาคอรัปชั่น ส่วนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังมีความจําเป็น และควรเน้นไปที่การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนและเอสเอ็มอี โดยดําเนินการคู่ขนานกับการสร้างสมดุล วางแผนเชื่อมโยงนโยบายระยะกลางและระยะยาว ด้วยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย” นายเกรียงไกร กล่าว

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังทราบผลเลือกตั้งควรตั้งรัฐบาลใหม่และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้เร็วที่สุด สรรหารัฐมนตรีให้เหมาะสม หากแต่งตั้งตามโควตาสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนอดีต เชื่อว่าจะไม่สามารถทํางานได้ ยิ่งกระทบต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงรอบด้าน ส่วนการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ควรเริ่มที่การแก้ไขกฎหมายที่ทําได้ทันที คือ กฎกระทรวง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ส่วนนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงมีความจําเป็น และการกระตุ้นเศรษฐกิจควรเชื่อมโยงไปยังมาตรการอื่น ทั้งมาตรการระยะกลางและระยะยาว ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง ป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลง
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 17:18 147 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:34 166 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:22 194 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:54 196 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:44 144 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:37 225 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:27 179 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:03 196 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:38 212 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:26 251 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:21 172 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:13 213 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:01 515 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 09:29 181 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 07:28 378 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:59 293 views