วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
3 ก.พ. 2569 15:18 | 2873 view
@ekapon
กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป และ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นําโดย พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.เลอสันต์ พรมชื่น สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.ยุรนันท์ มีเดช สว.ส.รน.2 กก.6 บก.รน., ร.ต.อ.ฉัตรพล นพคุณ รอง สว.กก.3 บก.ป.ว่าที่ ร.ต.อ.วิทยา สุทธิปัญโญ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป.ร.ต.ท.สุรศักดิ์ บุญเพ็ง รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.ท.สมบูรณ์ ศรีโคตร รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป.ร.ต.ต.วิจิตร วิริยะอุดมศิริ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป. ร.ต.ต.ไตรสรณ์ สีเมฆ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป.ร.ต.ต.พรศักดิ์ เกิดสมนึก รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล.ปฏิบัติราชการ ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล.และข้าราชการตํารวจในสังกัด กก.3 บก.ป. พร้อมด้วยกําลังสนับสนุนจากตํารวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. และตํารวจน้ํา ส.รน.2 กก.6 บก.รน.
ร่วมจับกุมผู้ต้องหา จํานวน 11 ราย ได้แก่
1. นางกาญจนาฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 503/2569 ลง 27 ม.ค.69
2. นางสาวพรพรรณฯ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 504/2569 ลง 27 ม.ค.69
3. นางสาวจิรวดีฯ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 505/2569 ลง 27 ม.ค.69
4. นางสาวศุภากรฯ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 506/2569 ลง 27 ม.ค.69
5. นางธัญมนฯ อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 507/2569 ลง 27 ม.ค.69
6. นายณัฐศักดิ์ฯ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 508/2569 ลง 27 ม.ค.69
7. นางปราณีฯ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 509/2569 ลง 27 ม.ค.69
8. นางลําไยฯ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 510/2569 ลง 27 ม.ค.69
9. นางวรวิทย์ฯ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 511/2569 ลง 27 ม.ค.69
10. นางจิราพรฯ อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 512/2569 ลง 27 ม.ค.69
11. นายปฐวีฯ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 513/2569 ลง 27 ม.ค.69
ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด, ร่วมกันฟอกเงิน, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทําความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทําความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่มีการสมคบกัน”
สิ่งของตรวจยึด
1.รถยนต์ จํานวน 4 คัน
2.รถจักรยานยนต์ จํานวน 1 คัน
3.โฉนดที่ดิน จํานวน 22 ฉบับ
4.อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ จํานวน 3 กระบอก
5.โทรศัพท์มือถือจํานวน 21 เครื่อง
6.โน๊ตบุ๊ค จํานวน 1 เครื่อง
7.Ipad จํานวน 1 เครื่อง
8. สร้อยคอทองคํา, สร้อยข้อมือ จํานวน 4 เส้น
9.สมุดบัญชีธนาคารจํานวน 110 เล่ม
10.บัตรจํานวน ATM/บัตรกดเงินสด จํานวน 12 ใบ
และของกลางอื่น ๆ อีกจํานวน 206 รายการ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2568 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายจํานวนหลายรายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมตัวกันเดินทางเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. กรณีถูกหลอกลวงชักชวนให้ร่วมลงทุนโครงการที่เรียกว่า “เงินบุญ” อ้างผลตอบแทนสูงกําไรหลายเท่าตัว ภายใต้โครงการ “1,000 บาทแลก 1,000,000 บาท” สร้างความน่าเชื่อถือโดยการแอบอ้างโครงการหลวงฯ งัดสารพัดมุกหลอกโอนเงินหมดตัวสุดท้ายไม่ได้รับผลตอบแทนแต่อย่างใด
พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. จึงได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมชุดสืบสวน ทําการสืบสวนขยายผลเพื่อนําตัวมาดําเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
จากการสืบสวนทราบว่า ขบวนการดังกล่าวเป็นเครือข่ายหลอกลวงประชาชนในลักษณะอย่างเป็นระบบมีการแบ่งหน้าที่กันทํา สร้างสตอรี่แอบอ้างโครงการสําคัญต่างๆ ของรัฐบาล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทําให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าการลงทุนดังกล่าวเป็นโครงการที่ถูกต้อง ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานสําคัญของประเทศ โดยกลุ่มผู้ต้องหาใช้แอปพลิเคชันไลน์เป็นช่องทางหลักในการติดต่อจัดตั้งกลุ่มในชื่อ “ลงทุนเงินบุญ” และเปิดหลายกลุ่มควบคู่กัน
มีการเปลี่ยนชื่อกลุ่ม เปิด–ปิดกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง ภายในกลุ่มมีการจัดประชุม ผ่านเสียงและข้อความ เพื่อชักจูง กดดัน และเร่งเร้าสมาชิกให้ร่วมลงทุนอ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ เช่น ลงทุน 1,000 บาท ภายใน 1 เดือนจะได้ค่าตอบแทนสูงถึง 1 ล้านบาท แต่เมื่อถึงกําหนดจ่ายผลตอบแทน กลับอ้างเหตุขัดข้องและเปิด “โปรโมชั่นใหม่” หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยกําหนดเงื่อนไขให้สมาชิกต้องส่งเงินเพื่อรักษาสถานะบัญชี หากไม่โอนเงินตามที่กําหนดจะถูกตัดชื่อออกจากกลุ่ม ส่งผลให้ผู้เสียหายจํานวนมากหลงเชื่อและโอนเงินซ้ําหลายครั้ง
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ กลุ่มผู้ต้องหาจะให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้ พร้อมใช้ถ้อยคําในลักษณะเร่งด่วน เช่น “งานด่วน งานลับ งานช่วยผู้ใหญ่” กําหนดเวลาจํากัด หากไม่ร่วมลงทุนจะเสียโอกาส หรือไม่ได้รับเงินคืน หากผู้เสียหายตั้งข้อสงสัย จะถูกลบออกจากกลุ่มหรือบล็อกการติดต่อทันที และเมื่อถึงกําหนดจ่ายเงิน กลุ่มผู้ต้องหาจะอ้างอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อเลื่อนกําหนด พร้อมเปิด “โปรใหม่” หลอกให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหายังแอบอ้างว่าเงินที่ระดมได้เป็นเงินค่าตอบแทนจากรัฐบาล หรือเป็นเงินที่ต้องใช้ดําเนินการนําเงินจํานวนมหาศาลจากต่างประเทศกลับเข้าประเทศไทย โดยอ้างว่าจําเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานสําคัญ เช่น ศาลโลก กระทรวงการต่างประเทศ และศาลไทย
กลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบและชัดเจน ตั้งแต่แกนนํา แกนนําย่อย เลขานุการจัดการประชุม ฝ่ายการเงิน ไปจนถึงฝ่ายกดดัน เจรจา และข่มขู่ เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายถอนตัวหรือดําเนินคดีตามกฎหมาย อีกทั้งยังบังคับให้ผู้เสียหายชักชวนบุคคลอื่นเข้าร่วมลงทุน โดยกําหนดเงื่อนไขว่าต้องโอนเงินก่อนจึงจะได้รับเชิญเข้าร่วมกลุ่ม ลักษณะการกระทําดังกล่าวเข้าข่ายเป็นขบวนการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยมีนางกาญจาฯ นางพรพรรณฯ และนายปฐวีฯ เป็นแกนนําและเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์หลักและบุคคลอื่น ๆ ตามหน้าที่ในขบวนการ ที่น่าสลดใจคือ กลุ่มขบวนการนี้มุ่งเป้าไปที่ “ผู้สูงอายุและผู้เกษียณอายุราชการ” ซึ่งมีเงินเก็บบั้นปลายชีวิต หลายรายสูญเสียเงินหลักล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีการลงทุนใด ๆ เกิดขึ้น
เงินทั้งหมดถูกโอนหมุนเวียนภายในเครือข่ายและนําไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวและแปลสภาพเป็นไปเป็นทรัพย์สินอื่น
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มขบวนการ พบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์รับโอนเงินจากผู้เสียหายเป็นจํานวนมาก ก่อนจะโอนต่อภายในเครือข่าย เพื่อกระจายและซุกซ่อนแหล่งที่มาของเงิน จากนั้นนําเงินไปแปรสภาพเป็นทรัพย์สินต่าง ๆ ทั้งรถยนต์หรู ที่ดิน และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ ในลักษณะปกปิดอําพรางที่มา อันเป็นพฤติการณ์ของการกระทําความผิดอย่างเป็นขบวนการ
การกระทําดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 - 2564 มีผู้เสียหายจํานวนมาก มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่แจ้งความดําเนินคดีแล้วรวมกว่า 6.5 ล้านบาท และขณะนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างแจ้งความร้องทุกข์และยังตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อขบวนการนี้อยู่ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนอีกประมาณ 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท และน่าเชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกหลายราย
ขณะเดียวกันทําการตรวจสอบบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า มีเงินหมุนเวียนรวมสูงกว่า 600 ล้านบาท โดยพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการใช้ชีวิตอย่างหรูหรา กินอยู่สุขสบาย สวนทางกับความเดือดร้อนของผู้เสียหายที่สูญเสียเงินเก็บบั้นปลายชีวิต นอกจากนี้ ยังปรากฏว่ากลุ่มผู้ต้องหายังคงมีพฤติการณ์กระทําความผิดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และมีการจัดตั้งบริษัทขึ้นเพื่อฟอกเงิน นําเงินที่ได้จากการกระทําความผิดไปแปรสภาพเป็นทรัพย์สินต่าง ๆ
ทั้งนี้ ทําการตรวจสอบประวัติของกลุ่มผุ้ต้องหาพบว่าหลายรายเคยมีประวัติการกระทําความผิด อาทิคดีทําร้ายร่างกาย, ร่วมกันฉ้อโกง, พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ เป็นต้น
จนกระทั่งเช้าวันที่ 29 ม.ค.2569 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกํากับการ 3 กองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วยกําลังสนับสนุนจากตํารวจทางหลวง ส.ทล.5 กก.2 บก.ทล. และตํารวจน้ํา ส.รน.2 กก.6 บก.รน. นํากําลังเข้าตรวจค้น 11 จุด ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม, จ.สิงห์บุรี, จ.ปทุมธานี, จ.นนทบุรี และจ.สุราษฎร์ธานี ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จํานวน 11 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิด รวมถึงทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าได้มาจากการกระทําความผิด จํานวนกว่า 206 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 250 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก อาวุธปืน เอกสารสําคัญ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ
จากการสอบถามผู้ต้องหาซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนําของขบวนการ ให้การรับสารภาพว่า ได้เข้าร่วมโครงการ “เงินบุญ” ตั้งแต่ปี 2551 ต่อมาเมื่อทราบว่าโครงการไม่สามารถดําเนินการได้จริง จึงได้อาศัยวิชาความรู้เทคนิคจากการเข้าฟังสัมมนาโดยเมื่อก่อนจะจัดในฮอลล์อย่างยิ่งใหญ่ ต่อมาปี 2560 เริ่มใช้วิธีการแอบอ้างบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ใหญ่ไปต่างประเทศคุยเรื่องหุ้นโดยอ้างว่าจะนําเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจํานวนมาก แต่ต้องอาศัยเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย,ค่าเดินทาง โดยให้ช่วยกันระดมทุนเพื่อที่จะได้ค่าตอบแทนตามที่เสนอ ทั้งนี้ เหยื่อส่วนใหญ่ยังคงโอนเงินเข้าร่วมโครงการต่อไป เนื่องจากเสียดายเงินที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้า และเชื่อคําชักชวนให้กําลังใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เงินที่ได้จากการระดมทุนจะถูกส่งต่อไปยังหัวสายหรือแกนนําของขบวนการ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นําตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กองกํากับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ บางส่วนยังให้การปฏิเสธ
ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยเฉพาะการลงทุนที่แอบอ้างบุคคลสําคัญ หน่วยงานของรัฐ โครงการลับ หรือโครงการพิเศษใด ๆ ซึ่งมักใช้ถ้อยคําโฆษณาชวนเชื่อ อาทิ ลงทุนง่าย รายได้งาม กําไรหลายเท่าตัว เพื่อหลอกล่อให้โอนเงิน ขอให้ระมัดระวังกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่ใช้กลอุบายชักชวนลงทุนในลักษณะ “เงินบุญ” หรือ “โครงการพิเศษ” โดยมักสร้างความน่าเชื่อถือ ทําทีจ่ายผลตอบแทนในระยะแรก ก่อนใช้สารพัดวิธีเร่งรัด กดดัน อ้างความเร่งด่วน หรืออ้างว่าเป็นโครงการลับ เพื่อหลอกให้โอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จนผู้เสียหายสูญเสียเงินทั้งหมด ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจโอนเงิน อย่าหลงเชื่อคําอ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ และอย่าถูกหลอกด้วยการอ้างชื่อบุคคลสําคัญหรือหน่วยงานของรัฐ หากพบพฤติการณ์ต้องสงสัย หรือเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สถานีตํารวจใกล้บ้าน หรือกองบังคับการปราบปราม เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 68 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 190 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:54 107 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:52 92 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:19 103 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:17 132 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:47 117 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:44 206 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:40 140 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:31 136 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:28 132 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 11:49 161 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:59 180 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:56 128 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:48 152 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:04 137 views