วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569
27 ม.ค. 2569 09:50 | 769 view
@pracha
‘ธรรมนัส’ อ้อนชาวลําปาง เลือก สส.ที่ทํางานจริง ไม่ใช่คอยป้ายสี ลั่น การเมืองไม่มีใครเป็นผ้าขาว หยอด กธ.เป็นพรรคของคนเหนือ ‘นฤมล’ เหน็บ ส้มอมดํา ฟ้าอมเทา เหลือแต่เราเขียวขจี
วานนี้เวลา 18.00 น. วันที่ 26 มกราคม ที่โรงเรียนเถินวิทยา ต.แม่ปะ อ.เถิน จังหวัดลําปาง พรรคกล้าธรรม นําโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดลําปาง ของพรรค ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 1 นายอริวัฒน์ ศรีไชยานุนท์, เขตเลือกตั้งที่ 2 หมายเลข 5 นายดาชัย เอกปฐพี, เขตเลือกตั้งที่ 3 หมายเลข 1 นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง และเขตเลือกตั้งที่ 4 หมายเลข 3 นางสาวเพ็ญภัค รัตนคําพู โดยบรรยากาศการเมืองที่จังหวัดลําปางเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น

โดยนางปวีณา ขึ้นเวทีร่วมปราศรัยถึงปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องรายได้ไม่พอ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกันทั้ง ที่ดินทํากิน หนี้สิน ความมั่นคงของครอบครัว โอกาสทางการศึกษา และสวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งหากไม่แก้พร้อมกัน ก็จะทําให้คนรุ่นใหม่ต้องวนกลับเข้าสู่วงจรความยากจนซ้ําเดิม ซึ่งนโยบายพรรคกล้าธรรม หลายข้อที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนฐานรากและเกษตรกร อย่างเช่น เราจะผลักดันการปรับที่ดิน ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิในที่ดินอย่างมั่นคง สามารถต่อยอดทางเศรษฐกิจ เข้าถึงแหล่งทุน และลดวงจรความยากจนซ้ําซาก
นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรม จะเปลี่ยนเมืองรอง เป็นเมืองหลัก กระจายงบประมาณ โอกาส และการพัฒนาเข้าสู่ภูมิภาค ยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างงานในพื้นที่ ลดการย้ายถิ่น โดยเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อย่างเช่น จ.ลําปาง ถือเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวและเป็นจังหวัดรองที่น่าสนใจอย่างมากซึ่งพรรคกล้าทํามีแนวนโยบายชัดเจนที่จะพัฒนาลําปางให้เติบโตทางด้านการท่องเที่ยวเหมือนเช่นพะเยาที่ก่อนหน้านี้ก็เป็นเมืองทองแต่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในแถบภาคเหนือแล้ว
“การพัฒนาประเทศต้องมองทั้งมิติเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กัน โดยเฉพาะการสร้างหลักประกันให้ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนอยู่ได้ และคนรุ่นใหม่มีโอกาสในบ้านเกิดของตนเอง” นางปวีณากล่าว
นางนฤมล กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า มีคนถามว่าบางพรรคบอกจะไม่จับมือกับเรา อยู่ดีๆ เปลี่ยนใจบอกจับกับเราก็ได้ ถามว่าตนอยากจะตอบโต้อะไรหรือไม่ เราบอกไม่ เพราะเราเคารพเสียงประชาชน ยังไม่เข้าคูหาเลยนอกจากผิดมารยาททางการเมืองที่มาประกาศว่าจับมือกับใครหรือไม่แล้ว ถือเป็นการดูถูกประชาชน ยังไม่ได้เลือกแต่มาถือวิสาสะประกาศว่าจะจับกับใคร จะได้ถึง 25 เสียงหรือไม่ยังไม่ทราบ กล้าดีมาประกาศว่าจะไม่จับกับใคร นอกจากนี้ ยังทําการเมืองแบบโบราณป้ายสี ว่าพรรคนั้นเป็นสีนั้นสีนี้ ตอนนี้ไม่กล้าใช้เรื่องนี้แล้วเพราะเข้าตัวหมด

“สีส้มก็อมดํา สีฟ้าก็อมเทา เหลือแต่ของเราเขียวขจีอยู่สีเดียว แต่ละพรรคส่งแคนดิเดตหลายคนงงไปหมดว่าเลือกแล้วจะได้คนไหน แต่กล้าธรรมส่งเพียง ร.อ.ธรรมนัส แน่นอนว่าถ้าเลือก ร.อ.ธรรมนัส ได้ ร.อ.ธรรมนัส เป็นนายกฯ แน่นอน” นางนฤมลกล่าว
นางนฤมลกล่าวว่า พรรคกล้าธรรมขอแรงสนับสนุนจากชาวลําปางให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 4 เขต การตัดสินใจทางการเมืองหลังเลือกตั้งควรตั้งอยู่บนพื้นฐานเสียงของประชาชน ไม่ใช่การกําหนดล่วงหน้า การประกาศจับมือหรือไม่จับมือกับพรรคใดก่อนการเลือกตั้ง เป็นการไม่ให้เกียรติประชาชน แต่สําหรับพรรคกล้าธรรมจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมรับฟัง พร้อมกล่าวว่า ลําปางเป็นจังหวัดที่ตนเดินทางมาเยือนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี และโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ําในพื้นที่ลุ่มน้ําวัง อําเภอเถิน เป็นโครงการสําคัญในการแก้ปัญหาน้ําท่วมและการขาดแคลนน้ําเพื่อการเกษตร เแนวคิดโครงการมีมานานตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไม่คืบหน้า จนกระทั่งตนเข้ารับตําแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงสั่งการให้เร่งศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และผลักดันเข้าสู่แผนงบประมาณปี 2569 วงเงินประมาณ 700 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง พร้อมยืนยันว่า จะทําหน้าที่ในสภาเพื่อผลักดันและปกป้องงบประมาณโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาของจังหวัดลําปางว่า ในอดีตเคยเป็นเมืองสําคัญของภาคเหนือ มีความเจริญทัดเทียมจังหวัดใหญ่หลายแห่ง แต่ช่วงหลังการพัฒนากระจุกตัวในเมืองหลัก ทําให้หลายจังหวัดรวมถึงลําปางชะลอตัว กลายเป็นเพียงเมืองทางผ่าน เขามองว่าการพัฒนาขาดความต่อเนื่องด้านผู้นําและการผลักดันเชิงนโยบาย พร้อมเสนอว่าต้องมีโครงการพัฒนาและการเชื่อมโยงกับส่วนกลางอย่างจริงจัง เพื่อให้จังหวัดกลับมามีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
“ไม่มีนักการเมืองคนใดเป็นผ้าขาวอย่างสมบูรณ์ สิ่งสําคัญคือผลงานและความสามารถในการแก้ปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีทางภาพลักษณ์ การเมืองควรตัดสินจากการทํางานที่เป็นรูปธรรม บทบาทของ สส.ในพื้นที่ ผู้แทนราษฎรต้องทําหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนอย่างแท้จริง ลงพื้นที่อย่างสม่ําเสมอ และไม่หายไปหลังการเลือกตั้ง เลือกแล้วต้องใช้งานได้” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ได้ขอให้ประชาชนเปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นของใหม่ เข้ามาทํางานแทนของเก่าที่ประชาชนคุ้นเคยมานาน แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยคนภาคเหนือ และต้องการเป็นพรรคของคนในภูมิภาคเหนืออย่างแท้จริง
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 13:43 68 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 12:55 73 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 11:21 106 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 11:17 81 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:23 130 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:20 127 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:18 116 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:15 109 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:12 112 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:09 91 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 10:06 154 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 09:59 165 views
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 17:16 153 views
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 17:09 227 views
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 17:02 150 views
ข่าว
19 มิ.ย. 2569 16:55 193 views