วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569
22 ม.ค. 2569 10:02 | 1914 view
@ekapon
ตม.สนธิกําลัง สภ.ปากเกร็ด บุกทลายรัง romance scam กลางเมืองทองธานี รวบผู้ต้องหาผิวสียกแก๊ง 13 ราย ปฏิบัติการทลายฐานสแกมเมอร์ สุดระทึกครั้งนี้ ได้รับการเปิดเผยขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2569
สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหาย เป็นหญิงสาวชาวไทยรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เนื่องจากถูกกลุ่มคนร้าย หลอกลวงโดยใช้บัญชีเฟซบุ๊คและไลน์ระบุชื่อ Bingwen Fu โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นวิศวกรชาวจีน ติดต่อพูดคุยตีสนิทเรื่อยมา ในฐานะคนรักใคร่ชอบพอกัน โดยมีการส่งภาพการทํางานให้ดูเป็นประจํา ก่อนที่ในช่วงต้นปี 2569 คนร้ายจะเริ่มใช้แผนประทุษกรรมคลาสสิค คืออ้างว่าตนทําโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ ต้องการให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ไปก่อนเพื่อเป็นค่าเบิกเงิน แล้วจะโอนคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปยังบัญชีซึ่งเป็นบัญชีม้า 4 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตํารวจขยายผลเส้นทางการเงิน สามารถแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของบัญชีดังกล่าวได้ ก่อนจะสืบสวนทราบว่า ผู้บงการใหญ่ในปฏิบัติการดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติผิวสีแก๊งใหญ่ แบ่งหน้าที่กันทําโดยมีทั้งคนหลอก คนกดเงิน คนหาบัญชี โดยใช้การติดต่อเครือข่ายอาชญากรรมผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง และมีฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ย่านเมืองทองธานี จ.นนทบุรี
หลังรับทราบเรื่องดังกล่าว“บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ. 1, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อดิเรก ทองแก้มแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ร่วมกันประชุมสั่งการ โดยมอบหมายให้ชุดสืบสวนของสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง และ สภ.ปากเกร็ด นําโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 , พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ และ พ.ต.ต.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 ร่วมกันวางแผนในปฏิบัติการทลายรังสแกมเมอร์กลางเมืองครั้งนี้ จนในวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เจ้าหน้าที่ตํารวจสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นเวลาแชทตามปกติกับผู้เสียหาย กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้ร่วมกับ สภ.ปากเกร็ด ปูพรมเข้าปิดล้อม ตรวจค้นคอนโดย่านปากเกร็ด ซึ่งได้ข้อมูลจากสายลับว่ามีกลุ่มคนผิวสี พักอาศัยอยู่จํานวนมาก และน่าจะรู้จักกันเนื่องจากมีการออกไปไหนมาไหนด้วยกัน เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ได้เข้าตรวจสอบห้องพักทั้งหมดพร้อมกัน โดยชายผิวสีบางรายกําลังแชทหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆ อยู่ ชายผิวสีบางรายไหวตัววิ่งหนีสุดชีวิต ลงมาด้านล่างไม่สวมรองเท้า เจ้าหน้าที่ตํารวจที่วางกําลังอยู่ด้านล่างต้องช่วยกันวิ่งไล่จนสามารถจับกุมได้
จากการตรวจค้น และขยายผล เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 13 ราย แบ่งเป็นชาวไนจีเรีย 11 ราย และชาวโกตวิวัวร์ (ไอโวรี่โคสต์) 2 ราย จากการตรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด 8 ราย โดยมีชาวไนจีเรีย 5 ราย ที่ไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้าออก สอบปากคําทราบว่า หลบหนีเข้ามาทางชายแดนประเทศลาว
ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือสื่อสาร กว่า 34 ชิ้น (คอมพิวเตอร์ 4, โทรศัพท์ 29) จากการตรวจสอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบเบื้องต้น พบว่า ผู้ต้องหาหลายรายมีความเชื่อมโยงกันแบ่งหน้าที่กันทํา มีการสื่อสารเพื่อเตือนกันผ่านกลุ่มแชท ในขณะที่ตํารวจเข้าตรวจสอบและจับกุม ในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่บางเครื่องพบแชท ในลักษณะโรแมนซ์สแกม ปลอมอัตลักษณ์เป็นชาวต่างชาติทั้งยุโรป และเอเชีย ที่หน้าตาดี ดูมีฐานะพูดคุยตีสนิทหญิงชาวไทยและต่างชาติ เพื่อหลอกล่อให้โอนเงินมา โดยมีลักษณะการทํางานเป็นทีม แบ่งบทบาทการทํา สอดรับกันอย่างเป็นมืออาชีพ และพบความเชื่อมโยงกับคดีของ สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งหลอกให้หญิงชาวไทยโอนเงินเสียหายนับล้านบาท
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมอีกว่า ผู้ต้องหาผิวสีบางส่วนมีการอยู่กินกับแฟนสาวชาวไทย แล้ว หลอกให้หญิงเหล่านั้นใช้บัญชีของตนรับเงิน หรือให้ไปกดเงินจากตู้กดเงินสด โดยหลอกว่าเป็นเงินที่เพื่อนของตนส่งมาให้ เพื่อไม่ให้ปรากฏภาพตนเกี่ยวข้องกับคดี โดยเมื่อรับเงินสดที่ไทยแล้ว ใช้คริปโตส่งเงินกลับไนจีเรีย โดยหักหัวคิวค่าดําเนินการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตํารวจจะได้ขยายผลไปยังตัวการอื่นๆ เพื่อจับกุมให้ได้ทั้งขบวนการต่อไป
สํานักงานตํารวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ย้ําเตือนไปยังพี่น้องประชาชน ขอให้มีสติและใช้วิจารณญานเป็นพิเศษในการสนทนาหรือแชท โดยเฉพาะกับบุคคลแปลกหน้าทางช่องทางออนไลน์ที่ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาก่อน หากพบเบาะแสหรือความไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเกิดการกระทําความผิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม สามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาได้ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสายด่วนรับแจ้งเบาะแสอาชญากรรมสํานักงานตํารวจแห่งชาติหมายเลข 1599 หรือสายด่วนแจ้งเบาะแสสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178



ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 83 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 226 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:54 125 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:52 104 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:19 116 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:17 144 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:47 139 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:44 229 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:40 151 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:31 152 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:28 144 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 11:49 175 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:59 193 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:56 142 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:48 165 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:04 147 views