วันที่ 14 มิถุนายน 2569
30 ธ.ค. 2568 09:47 | 1379 view
@pracha
3 เหล่าทัพ เร่งพัฒนา 'อาวุธยิงระยะไกล-หน่วยบัญชาการร่วม' เสริมความพร้อมชายแดนไทย-กัมพูชา
วานนี้ 29 ธ.ค.2568-ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) จัดประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 2 ประจําปี 2569 โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ร่วมกันปฏิบัติภารกิจในการสนับสนุนรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม ด้วยความมุ่งมั่น และเสียสละเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ดํารงการสนับสนุนการปฏิบัติงานของกองกําลังป้องกันชายแดนไทย ตลอดจนการเตรียมกําลังพล ยุทโธปกรณ์อย่างเต็มศักยภาพสามารถในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที ภายใต้การปฏิบัติการร่วมกันของทุกเหล่าทัพและสํานักงานตํารวจแห่งชาติ
โดยในวันนี้ที่ประชุมได้นําเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธยิงระยะไกลในทุกเหล่าทัพ เพื่อให้ทุกหน่วยรับทราบ นําไปสู่การพัฒนายุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีสาระสําคัญดังนี้
กองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงแนวคิดการจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command : JCC) ซึ่งจะทําหน้าที่บูรณาการการใช้ขีดความสามารถร่วมต่าง ๆ ของกองทัพไทยในการปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะด้านการปฏิบัติการไซเบอร์ร่วม ด้านการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าร่วม และด้านเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและการป้องกันภัยทางอากาศร่วม ให้เป็นไป

อย่างประสานสอดคล้อง มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีความทันสมัยเท่าทันต่อเทคโนโลยีและภัยคุกคาม มีโครงสร้างที่สําคัญ ได้แก่ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย และหน่วยระบบอัตโนมัติและการป้องกันภัยทางอากาศร่วม โดยจะดําเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเริ่มปฏิบัติงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป รวมถึงได้ชี้แจงแนวคิดการพัฒนาอาวุธยิงระยะไกลที่มีความแม่นยําสูง (Long Range Precision Fire : LRPF) ของกองทัพไทย ซึ่งเหล่าทัพได้มีการนําระบบอาวุธยิงระยะไกลเข้าประจําการแล้วบางส่วน ทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ อย่างไรก็ตามยังคงมีความจําเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธยิงระยะไกลให้ทัดเทียมกับประเทศในภูมิภาค โดยยึดถือแนวทางการพัฒนาตามเอกสารยุทธศาสตร์และการพัฒนากองทัพของกระทรวงกลาโหม และเอกสารสมุดปกขาว ของกองบัญชาการกองทัพไทยและกองทัพไทย
รวมถึงนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่กําหนดยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นกองทัพที่ทันสมัยตามแนวคิด “RTARF 2050” และกําหนด Flagship Project เพื่อเร่งรัดการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพไทยด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านอาวุธยิงระยะไกลที่มีความแม่นยําสูง ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วจึงมีแนวคิดในการจัดตั้งคณะทํางาน เพื่อทําหน้าที่ขับเคลื่อน การพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธยิงระยะไกลในภาพรวมของกองทัพไทยมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนควบคู่กับการพัฒนาระบบสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงหลักนิยม โดยจะมีการจัดทําเอกสารแนวทาง การพัฒนาขีดความสามารถอาวุธยิงระยะไกลของกองทัพไทย และคาดว่าจะสามารถเริ่มดําเนินการตามแนวทางการพัฒนาฯ ได้ ภายในปีงบประมาณ 2570

กองทัพบก นําเสนอ แนวทางการพัฒนาอาวุธยิงระยะไกลของกองทัพบก มุ่งเน้นการพัฒนาทั้งขีดความสามารถและประสิทธิภาพควบคู่กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในหลายมิติ ซึ่งเครื่องมือทางยุทธศาสตร์และยุทธการที่สําคัญที่สุดในการบรรลุผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว คือระบบอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลที่มีความแม่นยํา (Long Range Precision Fires, LRPF) ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวสู่การปฏิบัติการร่วม (Joint Integration) ดังนี้ ด้านหลักนิยม (Doctrine) ปรับปรุงพัฒนาหลักนิยมทางทหาร ให้สอดคล้องกับหลักนิยมของหน่วยดําเนินกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลง ให้ความสอดคล้องกับระบบอาวุธ และยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย รูปแบบการรบ และรูปแบบของภัยคุกคามที่เปลี่ยนไปในทุกระดับ รวมทั้งนําบทเรียนจากการรบบริเวณแนวชายแดน ด้านตะวันออกมาประยุกต์ใช้ ด้านโครงสร้างการจัด (Organization) ปรับปรุงโครงสร้างการจัดหน่วย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หน่วยรับการสนับสนุนที่มีการปรับปรุงอัตราการจัดใหม่ ให้มีความกระทัดรัด อ่อนตัว และง่ายในการประกอบกําลังสามารถปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศได้อย่างทันท่วงที
ด้านการฝึก (Training) ให้ความสําคัญกับการฝึกที่เกี่ยวข้องกับระบบอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลที่มีความแม่นยํา โดยบูรณาการกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การฝึกในการกําหนดเป้าหมาย (Targeting) เพื่อฝึกให้กําลังพลใช้เครื่องมือลาดตระเวนและรวบรวมข่าวกรองที่หลากหลายและทันสมัย รวมทั้งกําหนดให้มีการทบทวนหลังการปฏิบัติ (Action After Review: AAR) ด้านยุทโธปกรณ์ (Materiel) ตามแผนการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านอาวุธยิงสนับสนุน รวมทั้งภัยคุกคามที่เกิดขึ้น จําเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางลึก (Deep Operations) ด้วยระบบอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกล เพื่อทําลายจุดศูนย์ดุล (Center of Gravity) ของฝ่ายตรงข้าม การมีระบบอาวุธยิงสนับสนุนระยะไกลที่มีความแม่นยําสูง ซึ่งเป็นการสร้างความได้เปรียบทางยุทธวิธี และลดความสูญเสียของกําลังพลฝ่ายเรา ทั้งนี้จะต้องมีการบูรณาการระบบค้นหาเป้าหมาย (Target Acquisition) ที่สามารถเชื่อมต่อกับหน่วยเหนือในทุกระดับโดยใช้การปฏิบัติที่มีเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations) ควบคู่กับการจัดหาและพัฒนาระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) ทั้งในระดับยุทธวิธีและระดับปฏิบัติการ (MALE UAS) รวมถึงระบบเรดาร์ตรวจจับเป้าหมายเคลื่อนที่ และเรดาร์กําหนดที่ตั้งปืนใหญ่ เพื่อทําการยิงได้อย่างแม่นยํา รวดเร็ว และอากาศยานไร้คนขับบินรอโจมตี (Loitering UAV) สําหรับเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ ด้านการวิจัยและพัฒนา(Research and Development) วางแผนต่อยอดการวิจัยพัฒนาระบบจรวดหลายลํากล้องนําวิถี DTI-1G (Advance DTI-1G GMLRS) เพื่อยกระดับขีดความสามารถจากเดิม โดยมุ่งเน้นการร่วมวิจัยและผลิตในประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ในการวิจัยพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถกําลังพลให้สามารถดํารงสภาพยุทโธปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้กับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ลดการพึ่งพาจากภายนอกได้ในระยะยาว
กองทัพอากาศ ได้นําเสนอ การพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธยิงระยะไกลที่มีความแม่นยําของกองทัพอากาศ มุ่งพัฒนาขีดความสามารถในการรับมือกับภัยคุกคาม และความท้าทายในปัจจุบัน โดยมีแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถด้านอาวุธยิงระยะไกลในอนาคต กําหนดรูปแบบการดําเนินการ ได้แก่ โครงการจัดหายุทโธปกรณ์จากผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีทางทหาร และมีความเชื่อถือได้ โครงการความร่วมมือกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งให้ความสําคัญกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตามศักยภาพ และขีดความสามารถภายใต้มาตรฐานทางทหาร เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ ส่งเสริมโครงการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์
โดยกองทัพอากาศ หรือการจ้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศผลิตผลงานวิจัยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทางทหารแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวให้กับกองทัพอากาศและประเทศ โครงการจัดหายุทโธปกรณ์ วางแผนจัดหาอาวุธยิงระยะไกล ที่มีความทันสมัย มีความแม่นยําและประสิทธิภาพสูง มีความแม่นยํา อ่อนตัว และทะลุทะลวงสูง เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายได้ทุกรูปแบบ โครงการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ ดําเนินการวิจัยและพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ โดยมีขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายแบบโจมตีเป้าหมายหลากหลายรูปแบบ ในภารกิจการกดดันการป้องกันทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม เพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติภารกิจของอากาศยานและนักบิน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจการโจมตีทางอากาศ ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธทหารอากาศ วางแผนร่วมมือกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ในการพัฒนาอุปกรณ์นําวิถี และส่วนควบคุมการร่อน สําหรับลูกระเบิดอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถติดตั้งใช้งานได้กับอากาศยานแบบต่าง ๆ ของกองทัพอากาศทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

สํานักงานตํารวจแห่งชาติ นําเสนอ แนวคิดในการพัฒนาขีดความสามารถตํารวจตระเวนชายแดน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ” ดังนี้ การจัดหน่วยและโครงสร้างกําลังให้สอดคล้อง กับแผนป้องกันประเทศ โดยปัจจุบันได้รับการบรรจุกําลังตามแผนป้องกันประเทศในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตามจากลักษณะภารกิจด้านการตั้งรับ การยึดพื้นที่ และการรักษาความมั่นคงพื้นที่ส่วนหลัง เห็นควรเพิ่มเติมกําลังในลักษณะ กองหนุนที่มีความพร้อมรบ” ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความอ่อนตัว และความต่อเนื่องในการปฏิบัติการของตํารวจตระเวนชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะให้เหมาะสมกับรูปแบบการรบสมัยใหม่ โดยเฉพาะอาวุธยิงสนับสนุน ที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน เห็นควรมีการพัฒนาและปรับปรุง อาวุธยิงสนับสนุนระดับหน่วย ให้เหมาะกับการตั้งรับแบบยึดพื้นที่และรักษาภูมิประเทศสําคัญให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยคุกคามปัจจุบัน จะช่วยให้มี “การรับรู้สถานการณ์” ที่รวดเร็ว แม่นยํา และเชื่อมโยงกับการปฏิบัติการของหน่วยอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการฝึกให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ จําเป็นต้องมีพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยยึดโยงกับภารกิจ
ตามแผนป้องกันประเทศเป็นหลัก รวมถึงการฝึกที่เปิดโอกาสให้หน่วยตํารวจตระเวนชายแดนสามารถ ฝึกร่วมกับเหล่าทัพ และปฏิบัติการรบร่วม ได้อย่างเข้าใจในระบบเดียวกัน นําไปสู่เป้าหมายคือ ให้กําลังตํารวจตระเวนชายแดน ทุกระดับเข้าใจบทบาทของตนเองในแผนป้องกันประเทศ และสามารถเชื่อมต่อการปฏิบัติการกับหน่วยทหารได้อย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งเป็นการยกระดับความพร้อม ความยืดหยุ่น และความสอดคล้อง ให้กองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน สามารถทําหน้าที่เป็นกําลังสนับสนุนสําคัญของแผนป้องกันประเทศได้อย่างแท้จริง ทั้งในมิติ กําลังพล โครงสร้างหน่วย ยุทโธปกรณ์และการฝึก
ท้ายการประชุม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวขอบคุณความร่วมมือจากทุกเหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และได้เน้นย้ําให้เหล่าทัพปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเท และเสียสละเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์ ดํารงการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างเต็มที่ รวมทั้งพัฒนากําลังพลให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อรองรับภัยคุกคามในอนาคตได้ทุกมิติ
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 19:55 170 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 157 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:40 257 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 15:11 206 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 13:31 225 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 13:01 186 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:41 193 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:35 210 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:32 167 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:30 212 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:28 185 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:24 176 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:58 246 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:57 242 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:54 226 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:45 192 views