วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2569
27 ธ.ค. 2568 08:25 | 1243 view
@pracha
‘ธปท.’ ผนึก ‘คลัง-แบงก์พาณิชย์’ ผุดกลไกค้ําประกันสินเชื่อผ่านโครงการ SMEs Credit Boost ดึงเงิน FIDF 2 หมื่นล้านบาท ลุยค้ําประกันสินเชื่ออุ้มเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ 1 แสนล้านบาท เตรียมคิกออฟ 15 ม.ค. 69
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนาม MOU โครงการกลไกการค้ําประกันสินเชื่อ : SMEs Credit Boost ว่า ธปท.ร่วมกับ กระทรวงการคลัง และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ร่วมผลักดันโครงการกลไกการค้ําประกันสินเชื่อ ที่จะเป็นกลไกค้ําประกันความเสี่ยงสําหรับสินเชื่อใหม่ ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย โดยแหล่งเงินของโครงการจะมาจากการปรับลดเงินนําส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ปี 2569 ของธนาคารพาณิชย์ประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อนํามาจัดตั้งเป็นกลไกค้ําประกันสินเชื่อ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้มีสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะเริ่มดําเนินโครงการได้ตั้งแต่ 15 ม.ค. 2569
สําหรับเป้าหมาย จะประกอบด้วย 1. เอสเอ็มอีในภาคธุรกิจภายใต้โครงการ Reinvent Thailand เช่น การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและเกษตรแปรรูป ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และการค้า รวมถึงธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน และโลจิสติกส์ 2. เอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีแผนว่าจะนําสินเชื่อที่ได้รับไปใช้ยกระดับศักยภาพธุรกิจหรือพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน เช่น ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การดําเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต หรือ เสริมสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ โครงการ SMEs Credit Boost ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ตรงจุด มี impact กระจาย คล่องตัว ตรงจุด เน้นให้สินเชื่อใหม่แก่เอสเอ็มอีในภาคธุรกิจเป้าหมาย หรือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อให้ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า มี impact ช่วยให้มีเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยไม่ช้า โดยกําหนดวงเงินชดเชยสูงสุดในช่วง 15-30% ขึ้นกับขนาดของผู้ประกอบการ ของยอดสินเชื่อปล่อยใหม่แก่ผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายในช่วง 2 ปี นับจากวันเริ่มโครงการ ระยะเวลาค้ําประกันสูงสุด 7 ปี นับจากวันปล่อยสินเชื่อ ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนให้เกิดการปล่อยสินเชื่อใหม่ประมาณ 5 เท่า ของวงเงินชดเชย
ด้านกระจาย โดยเน้นช่วยเอสเอ็มอีและกระจายความช่วยเหลือไปยังผู้ประกอบการได้หลายราย จึงกําหนดวงเงินสินเชื่อรวมทุกธนาคารพาณิชย์สูงสุดต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาท สําหรับเอสเอ็มอีและไม่เกิน 150 ล้านบาท สําหรับธุรกิจรายใหญ่ ขณะที่ความคล่องตัว ธนาคารพาณิชย์บริหารจัดการสินเชื่อได้คล่องตัว เพราะทราบโควตาวงเงินชดเชย ที่ได้รับการจัดสรรอย่างชัดเจน ณ วันปล่อยสินเชื่อ อีกทั้งยังสามารถบริหารจัดการการขอรับเงินชดเชยภายในโควตาได้สะดวก จากกระบวนการขอรับเงินชดเชยที่ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องรองบประมาณจากภาครัฐ
“หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสําคัญที่ต้องเร่งแก้ไข คือ สินเชื่อเอสเอ็มอีติดลบต่อเนื่อง 13 ไตรมาส เอสเอ็มอีมีความสําคัญมาก เพราะมีการจ้างงานถึง 70% มีส่วนของจีดีพี 35% เป็นพื้นฐานสําคัญของห่วงโซ่การผลิต หากไม่สามารถสนับสนุนให้เอสเอ็มอีมีสภาพคล่องที่เพียงพอ จะกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจอย่างแน่นอน”นายวิทัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะช่วยเสริมการดําเนินงานของโครงการค้ําประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อและสนับสนุนการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจ อันจะส่งผลบวกไปยังการจ้างงาน การสร้างรายได้ และการลงทุน ซึ่งจะช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนสําคัญให้ระบบเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 17:18 206 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:34 191 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 14:22 220 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:54 269 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:44 172 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 13:37 252 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:27 197 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 11:03 217 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:38 231 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:26 276 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:21 194 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:13 234 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 10:01 539 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 09:29 199 views
ข่าว
21 มิ.ย. 2569 07:28 454 views
ข่าว
20 มิ.ย. 2569 17:59 308 views