วันที่ 14 มิถุนายน 2569
29 ต.ค. 2568 10:28 | 1223 view
@nipon supapoom
กองทัพบก เผยไทยพร้อมส่งตัวเชลยศึกกลับตามหลักกติกาสากล หากกัมพูชาร่วมมือดําเนินการใน 4 ข้อประเด็นสําคัญด้วยความจริงใจอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (29 ต.ค. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการปล่อยตัวเชลยศึก ภายหลังไทยและกัมพูชาได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา
พลตรี วินธัย กล่าวว่า การพิจารณาปล่อยตัวเชลยศึกของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักกติกาสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะพิจารณาจากลักษณะท่าทีของความเป็นปฏิปักษ์ ที่เคยมีต่อกัน ต้องมีการลดระดับลงชัดเจน ผ่านผลการดําเนินการตามข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันไว้แล้ว 4 ข้อหลัก ได้แก่ การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน
ในปัจจุบัน ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มจัดทํา แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ตามกรอบห้วงเวลา และเริ่มปฏิบัติแล้วบางส่วน เช่น การถอนอาวุธหนัก อย่างกรณีการเคลื่อนย้ายรถถังออกจากพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา แม้จะเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสอดรับผลการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการดําเนินการตามข้อตกลง
ทั้งนี้ เมื่อ 28 ต.ค. 68 ได้มีการประชุม ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เพื่อลงรายละเอียดขั้นตอนการปรับกําลังและถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ พร้อมกําหนดกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติร่วมกันอย่างเป็นระบบ
สําหรับด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ฝ่ายไทยได้เสนอพื้นที่ดําเนินการเบื้องต้นจํานวน 13 พื้นที่ ครอบคลุมเขตปฏิบัติของกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี–ตราด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดําเนินการแล้วใน 4 พื้นที่ และจะขยายผลต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป โดยเฉพาะในช่วงหลักเขตที่ 42–47 ซึ่งเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัย จะเข้าสู่กระบวนการสํารวจเพื่อจัดทําหลักเขตแดนชั่วคราว และตรวจสอบสิทธิ์การถือครอง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
ในส่วนของการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการสแกมเมอร์ รัฐบาลได้มอบหมายให้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันดําเนินการ โดยได้ประสานส่งข้อมูลเป้าหมายให้กับทางการกัมพูชา พร้อมจัดตั้ง ทีมเฉพาะกิจร่วม (Joint Task Force) เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากนี้ ฝ่ายไทยจะดําเนินการติดตามความก้าวหน้าของการดําเนินการตามแผนและขั้นตอน ตามที่ได้มีการตกลงและเห็นชอบร่วมกันไว้ ผ่านเวทีการประชุม JBC , GBC และ RBC เพราะหากสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ ไม่บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมที่เพียงพอ กองทัพบกอาจจะพิจารณาเสริมใช้มาตรการอื่นภายใต้กรอบกฎหมาย และกติกาสากลมาสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อดํารงความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 19:55 147 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:43 141 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 17:40 226 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 15:11 195 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 13:31 213 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 13:01 178 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:41 183 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:35 197 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:32 156 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:30 200 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:28 175 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 12:24 167 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:58 236 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:57 233 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:54 217 views
ข่าว
13 มิ.ย. 2569 10:45 184 views