วันที่ 7 มิถุนายน 2569
30 ก.ย. 2568 10:15 | 1296 view
@pracha
เปิดขั้นตอน-หลักเกณฑ์ ทักษิณ ถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษ เฉพาะราย ครั้งที่2
กลายเป็นประเด็น ข้อสงสัย วิพากษ์วิจารณ์ อีกครั้งสําหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกําลังถูกจองจําในเรือนจํากลางคลองเปรม หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีคําพิพากษาเมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 ให้จําคุก เป็นเวลา 1 ปี ในคดีชั้นที่ 14
ต่อมามีกระแสข่าวว่า ในที่ 10 ก.ย.68 นายทักษิณได้ยื่นคําร้องถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ไปยังกระทรวง และวันที่ 23 ก.ย.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ซึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ยื่นคําร้องถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายของนายทักษิณ ไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อดําเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การขอพระราชทานอภัยโทษ เฉพาะราย คือการยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 ถึงมาตรา 267
สําหรับผู้มีสิทธิยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอรับพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลนั้น ต้องเป็น ผู้ต้องขังเด็ดขาด หรือผู้มีประโยชน์ อาทิ บิดา มารดา คู่สมรส บุตรของผู้ต้องขัง สถานทูต (ในกรณีที่เป็นนักโทษชาวต่างชาติ)

สําหรับวิธีการดําเนินการ ในขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์
เมื่อกรมราชทัณฑ์ได้รับเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษจากเรือนจํา/ทัณฑสถานแล้ว จะดําเนินการดังนี้
1.ตรวจสอบเรื่องราวโดยละเอียดเกี่ยวกับฎีกา คําพิพากษา หมายจําคุก หมายลดโทษ เอกสารประกอบเรื่องราวว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะจัดส่งกลับไปเรือนจําและทัณฑสถานเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง
2.ในกรณีมีปัญหาที่จะต้องขอทราบข้อเท็จจริง ประวัติการกระทําผิดหรือรายละเอียดบางประการเกี่ยวกับนักโทษ จะต้องประสานงานไปยังเรือนจํา หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สถานีตํารวจภูธรท้องที่ หรือศาล เป็นต้น
3.ในรายที่เป็นนักโทษความผิดคดียาเสพติดให้โทษ ต้องขอทราบข้อมูลประวัติการกระทําผิดไปยังสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อนํามาประกอบการพิจารณาทุกราย
4.สรุปย่อฎีกาทูลเกล้าฯ และคําพิพากษาในคดีของนักโทษเด็ดขาดรายนั้นๆ
5.ประมวลเรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและเหตุผลที่จะถวายความเห็นขึ้นไปตามลําดับชั้นจนถึงกระทรวงยุติธรรม เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณาให้ความเห็นแล้ว จะเสนอเรื่องเพื่อ
นายกรัฐมนตรีนําความขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป

6.เมื่อมีพระบรมราชวินิจฉัยในเรื่องราวทูลเกล้าฯถวายฎีกานั้นเป็นประการใด กรมราชทัณฑ์จะแจ้งให้เรือนจํา หรือทัณฑสถานทราบเพื่อแจ้งผู้ถวายฎีกา และบันทึกรับทราบไว้เป็นหลักฐานต่อไป
7.กรณีนักโทษซึ่งต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้ประหารชีวิตก็จะต้องดําเนินการโดยนัยเดียวกันกับการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลดังกล่าวมาแล้ว หากมีพระราชกระแสให้ยกฎีกา คือไม่พระราชทานอภัยโทษให้ กรมราชทัณท์จะแจ้งเรือนจําให้บังคับโทษประหารชีวิตกับนักโทษรายนั้นโดยไม่ชักช้า
อย่างไรก็ดี นายทักษิณได้เคยใช้สิทธิยื่นเริ่องทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย ไปแล้ว 1 ครั้ง เมื่อช่วงปี 2566 เดือนสิงหาคม ที่เดินทางกลับมารับโทษ
ต่อมา เมื่่อวันที่ 1 ก.ย.2566 ได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษ ให้นักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร เหลือโทษจําคุกต่อไปอีก 1 ปี มาแล้ว 1 ครั้ง ดังนั้น การยื่นฎีกาครั้งนี้ เป็นการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย เป็นครั้งที่ 2
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 18:06 95 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 16:35 238 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:54 135 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 15:52 114 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:19 120 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 14:17 148 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:47 145 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:44 237 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:40 155 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:31 156 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 13:28 147 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 11:49 184 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:59 197 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:56 146 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:48 173 views
ข่าว
6 มิ.ย. 2569 10:04 151 views