×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันที่ 14 มิถุนายน 2569

?>

ข้อพิจารณาทางกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการปล่อยตัวเชลยศึกทหารกัมพูชา 18 นาย 

 17 ส.ค. 2568 19:24 | 1682 view

 @supakitt

Facebook X Share

ข้อพิจารณาทางกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการปล่อยตัวเชลยศึกทหารกัมพูชา 18 นาย        

โดย พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ 

                                                                                          

 ตามที่คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา ได้ประชุมกันที่สหพันธรัฐมาเลเซียเมื่อ 7 ส.ค.68 และได้ทําข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ ซึ่งข้อ 6. กําหนดให้ทหารที่อยู่ในความควบคุมของอีกฝ่ายจะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศของตน หลังจากยุติการใช้กําลังโดยสมบูรณ์ จึงมีประเด็นที่น่าสนใจว่าเมื่อใดจะมีการปล่อยตัวเชลยศึกดังกล่าว ผู้เขียนจึงได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากความรู้ความเข้าใจเดิมแล้วเขียนข้อพิจารณานี้ขึ้น ซึ่งเป็นบทความทางวิชาการที่เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน โดยมีประเด็นข้อกฎหมายที่สมควรนํามาพิจารณาเป็นข้อมูลสําหรับรัฐบาลไทย (คณะรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมและกองบัญชาการกองทัพไทยกับกองทัพบก และ กระทรวงมหาดไทย) รวมทั้งนักวิชาการและนักกฎหมายที่สนใจประกอบการพิจารณาว่า สมควรปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวกลับประเทศกัมพูชาเมื่อใด ดังนี้  

 

    1. ในข้อตกลงหยุดยิงฉบับภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเอกสารทางการ (Official) กําหนดว่า “Captured soldiers shall be immediately released and repatriated after the cessation of active hostilities.” แปลเป็นภาษาไทยว่า “ทหารที่อยู่ในความควบคุมของอีกฝ่าย จะได้รับการปล่อยตัวและส่งกลับประเทศของตนหลังจากยุติการใช้กําลังโดยสมบูรณ์” ตามที่ปรากฏข้างต้นในอารัมภบทคงนํามาจากการแปลของสํานักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศประจําประเทศไทย (International Committee of the Red Cross: ICRC) ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าไม่สอดคล้องกับข้อตกลงหยุดยิงต้นฉบับภาษาอังกฤษ ในส่วนของผู้เขียนแปลจากต้นฉบับ

 ภาษาอังกฤษของอนุสัญญาเจนีวาเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก ลง 12 ส.ค. ค.ศ. 1949 ข้อ 118 

ซึ่งมีข้อความว่า “Prisoners of war shall be released and repatriated without delay after the cessation of active hostilities.”เป็นภาษาไทยว่า “เชลยศึกจะได้รับการปล่อยตัว โดยมิชักช้าหลังจากการสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์” ซึ่งในการตีความหรือพิจารณาประเด็นข้อ กฎหมายต้องพิจารณาจากข้อตกลงหยุดยิงต้นฉบับที่เป็นทางการที่ลงนามกันโดยสองฝ่าย และ กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ควรพิจารณาอนุสัญญาเจนีวาต้นฉบับภาษาอังกฤษที่มีผลผูกพันประเทศไทยและประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นภาคีทั้งสองประเทศ ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศประจําประเทศไทยแปลข้อ 118 เป็นภาษาไทยว่า 

“ภายหลังการสู้รบโดยทางกําลังได้สิ้นสุดลงแล้ว จะต้องปล่อยตัวเชลยศึกและส่งกลับประเทศเดิมโดยมิชักช้า......” ซึ่งแสดงว่าข้อตกลงหยุดยิงฉบับภาษาอังกฤษได้ใช้คําจากอนุสัญญาเจนีวาฉบับภาษาอังกฤษที่เป็นเอกสารทางการทุกประการ ส่วนข้อตกลงหยุดยิงฉบับภาษาไทยซึ่งเป็นฉบับแปลจากฉบับภาษาอังกฤษที่เป็นทางการใช้ข้อความในลักษณะเดียวกับอนุสัญญาเจนีวาฉบับคําแปลภาษาไทยของ ICRC 

 

2. ต่อมาควรพิจารณาความหมาย “the cessation of active hostilities” ซึ่งผู้เขียนแปลเป็นภาษาไทยว่า “การสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์” มิใช่ “การยุติการใช้ก าลังโดยสมบูรณ์” ซึ่งมีความหมายต่างกันอย่างมีนัยสําคัญหรือให้เข้าใจง่ายขึ้น “การสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์” ก็คือ “การกลับมาเป็นมิตรกัน” นั่นเอง สําหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากสองประเทศได้ตกลงหยุดยิงกัน จนถึงปัจจุบันนั้น ปรากฏว่ารัฐบาลกัมพูชายังคงสภาพการณ์การเป็นปรปักษ์ ดังนี้ เช่น 

     2.1 ทหารกัมพูชายังคงวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งส่งผลให้ทหารไทยบาดเจ็บสาหัสหลายนาย โดยไม่ยอมเก็บกู้ทําลายแต่อย่างใด  

    2.2 ทหารกัมพูชาส่ง Drone ล่วงล้ําเข้ามาในดินแดนไทย รวมทั้งส่งจารชนเข้ามาลักลอบสอดแนมในดินแดนไทย  

    2.3 รัฐบาลกัมพูชาและกองทัพกัมพูชายังคงผลิตและเผยแพร่ Fake News ในลักษณะเป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย รัฐบาลไทย และกองทัพบกตลอดมา ซึ่งเป็นการยั่วยุให้ประชาชนกัมพูชามีความรู้สึกเป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย และประชาชนชาวไทย ตลอดจนการกดดันให้แรงงานกัมพูชาในประเทศไทยกลับไปประเทศกัมพูชาอย่างถาวร

   2.4 การระดมและเสริมกําลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์จํานวนมากตามแนวชายแดนในลักษณะพร้อมจะใช้ความรุนแรงเพื่อโจมตีหรือมุ่งใช้กําลังต่อประเทศไทย และ 

   2.5 การกดดันโดยรัฐบาลกัมพูชาให้ภาคเอกชนในประเทศยุติการร่วมประกอบธุรกิจกับภาคเอกชนไทย เป็นต้น 

 

3. ข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ลงนามกันข้างต้นมิใช่ข้อตกลงสงบศึกหรือข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งทั้งสองข้อตกลงหลัง พอจะถือได้ว่าการเป็นปรปักษ์สิ้นสุดลง สามารถปล่อยตัวเชลยศึกได้ เพราะข้อตกลงสองฉบับหลังมีระดับสภาพบังคับที่ชัดเจนและเข้มข้นมิให้กลับมาสู้รบกันอีกมากกว่าข้อตกลงหยุดยิงที่มักละเมิดกัน 

 

4. การควบคุมตัวเชลยศึกไว้นั้น เพื่อมิให้กําลังพลทหารของข้าศึกกลับมาจับอาวุธมาทําการสู้รบอีก เพราะอาจจะส่งผลให้การขัดกันด้วยอาวุธยืดเยื้อและยาวนานขึ้น สําหรับรัฐบาลไทยไม่มีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการดูแลเชลยศึกทหารกัมพูชา 18 นาย ประการสําคัญการควบคุมตัวยังอยู่ ภายใต้กรอบและเงื่อนไขของอนุสัญญาเจนีวาทุกประการ ซึ่งทั้งหมดส่งผลดีต่อความมั่นคงของประเทศชาติ นอกจากนั้นหากทหารไทยเกิดพลาดพลั้งถูกควบคุมตัวโดยทหารกัมพูชาจากการปะทะในอนาคตก็จะมีสถานะเป็นเชลยศึก ซึ่งจะได้มีการแลกเปลี่ยนเชลยศึกกันแม้การเป็นปรปักษ์ยังไม่สิ้นสุดก็ตาม หากปล่อยตัวเชลยศึกทหารกัมพูชา 18 นายไป ประเทศไทยก็จะไม่มีเชลยศึกทหารกัมพูชาสําหรับแลกเปลี่ยนกับเชลยศึกทหารไทย (ถ้ามี) 

5. The 2020 Commentary on the Third Geneva Convention (specifically relating to prisoners of war published by the ICRC*(บทอรรถาธิบายอนุสัญญาเจนีวาในส่วนที่ เกี่ยวกับเชลยศึกซึ่ง ICRC จัดทําขึ้น) ได้อธิบายในส่วนที่เกี่ยวข้องสรุปเกี่ยวกับการพิจารณาการสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ได้ ดังนี้

    5.1 พิจารณาคํานึงถึงสถานการณ์ที่เป็นจริงในพื้นที่ขัดแย้ง (สนามรบ) มากกว่าการประกาศอย่างเป็นทางการว่าการขัดกันด้วยอาวุธ (การสู้รบ) สิ้นสุดลง หรือการลงนามในข้อตกลง  

   5.2 การเคลื่อนย้ายกําลังพลและการระดมพลตามแนวชายแดน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมใช้ความรุนแรงหรือกําลังที่มุ่งเป้าไปที่ฝ่ายตรงข้าม 

   5.3 คํากล่าวอ้างฝ่ายเดียวหรือสองฝ่ายว่าจะยุติการต่อสู้ อาจสามารถเป็นตัวบ่งชี้ถึงการยุติการสู้รบได้ แต่ไม่เพียงพอ จะต้องสะท้อนให้เห็นถึงการสิ้นสุดการเผชิญหน้าทางอาวุธในพื้นที่ขัดแย้งระหว่างคู่กรณีด้วย แต่การที่จะบอกว่าการสู้รบได้ยุติลงจริง ๆ นั้น จะต้องดูจากการกระทําจริงในพื้นที่ขัดแย้งด้วยว่ามีการหยุดยิงจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่การประกาศเท่านั้น 

  5.4 การหยุดพักชั่วคราวหรือการไม่มีการสู้รบ หรือเพียงแค่การระงับปฏิบัติการทางทหาร ไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าการสู้รบอย่างรุนแรงได้สิ้นสุดลงแล้ว 

  5.5 ไม่สามารถระบุได้ว่าการยุติการปะทะด้วยอาวุธต้องเป็นระยะเวลาเท่าใดจึงจะยอมรับได้ว่าการสู้รบที่เกิดขึ้นนั้นได้สิ้นสุดลงอย่างยั่งยืน การประเมินการสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ต้องคํานึงถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดในแต่ละกรณีเสมอ รวมถึงรูปแบบที่ผ่านมาในอดีตของการปะทะและความรุนแรงที่ลดลงในความขัดแย้งด้วยอาวุธนั้น ๆ 

  5.6 การเป็นปรปักษ์จะสิ้นสุดลงนั้นจะต้องมีความมั่นคงและถาวรเพียงพอ (Sufficient degree of stability and permanence) โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่จริงในพื้นที่ขัดแย้ง (สนามรบ) โดยคํานึงถึงรูปแบบการต่อสู้ ความรุนแรงของการต่อสู้ และระยะเวลาของการสู้รบ ส่วนความมั่นคงพิจารณาว่าความสงบสุขได้เกิดขึ้นจริงแล้วหรือยัง มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงบ่อยครั้งหรือไม่ การเป็นปรปักษ์ไม่ถือว่าสิ้นสุดลงหากยังคงมีเหตุผลที่มีน้ําหนักเชื่อได้ว่าการสู้รบจ ะเกิ ด ขึ้ น อี ก (Reasonable basis on which to believe that hostilities may recommence.)

 

สรุป การควบคุมตัวเชลยศึกทหารกัมพูชาเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวาทุกประการ รัฐบาลไทยสามารถปล่อยตัวเชลยศึกได้ตลอดเวลา ไม่ได้ถูกห้ามโดยอนุสัญญาเจนีวา อย่างไรก็ดี หลักการสําคัญภายใต้อนุสัญญาเจนีวาเชลยศึกจะได้รับการปล่อยตัวโดยมิชักช้าหลังจากการสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์ มิใช่ปล่อยตัวโดยมิชักช้าหลังจากการสู้รบได้ยุติลง การเป็นปรปักษ์มีขอบเขตความหมายกว้างกว่าการสู้รบ ซึ่งบทอรรถาธิบายอนุสัญญาเจนีวาข้างต้นได้อธิบายและยกตัวอย่างของการสิ้นสุดการเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจน ส าหรับใช้ตีความและปรับใช้เพื่อนําไปสู่สันติภาพอย่างถาวร และยั่งยืน ปัจจุบันรัฐบาลกัมพูชายังคงสภาพการณ์การเป็นปรปักษ์ต่อประเทศไทย รัฐบาลไทย และกองทัพบกหลายประการข้างต้น แต่หากรัฐบาลไทยจะพิจารณาปล่อยตัวเชลยศึกทหารกัมพูชาในขณะนี้ก็สามารถดําเนินการได้ แต่ควรพิจารณาค านึงถึงผลดีและผลเสียต่อความมั่นคง และผลประโยชน์ของประเทศชาติและกองทัพเป็นสําคัญ

 

 *โดยรวบรวมความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายระหว่างประเทศ เหตุการณ์หรือ สถานการณ์ในอดีต รวมทั้งการปฏิบัติของรัฐ (State Practice) บทอรรถาธิบายนี้ถือเป็นเครื่องมือที่สําคัญอย่างยิ่งสําหรับนักกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้บัญชาการทหาร รัฐบาล และองค์กรมนุษยธรรมทั่วโลก เพราะช่วยให้เข้าใจเจตนารมณ์ (อธิบายถึงเบื้องหลังและเจตนารมณ์ดั้งเดิมของแต่ละข้อในอนุสัญญา) การตีความกฎหมาย (ให้แนวทางในการตีความและน ากฎหมายไปปรับใช้กับสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ โดยเฉพาะในบริบทของการรบหรือสงครามสมัยใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น) และการสร้างมาตรฐานร่วมกัน (ช่วยให้รัฐต่างๆ และคู่ขัดแย้งมีความเข้าใจในพันธกรณีของตนเองอย่างสอดคล้องกัน) บทอรรถาธิบายอนุสัญญาเจนีวานี้จึงเป็นเอกสารอ้างอิงทางกฎหมายที่มีอิทธิพลสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อให้แน่ใจว่าการปฏิบัติตามอนุสัญญาเจนีวาเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมนุษยธรรมสูงสุด 

 

หมายเหตุ ขอขอบคุณ พลตรี ปิยชาต เจริญผล นายทหารพ้นราชการ อดีตผู้อํานวยการกองกฤษฎีกาทหารและการต่างประเทศ สํานักงานพระธรรมนูญทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย , พันเอก พงษ์ศิริ เผือกใจแผ้ว รองผู้อํานวยการสํานักงานพระธรรมนูญทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และ พันเอก สาทิส มโนภินิเวศ หัวหน้ากองการศึกษา โรงเรียนเหล่าทหารพระธรรมนูญ กรมพระธรรมนูญ ที่ได้ช่วยรวบรวมข้อมูลอนุสัญญาเจนีวาและบทอรรถาธิบายตลอดจนให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ยิ่งต่อการเขียนบทความนี้

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

สืบนครบาล 6 ทลายโกดังย่านคลองหลวง ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด - เคตามีน 410 กรัม

14 มิ.ย. 2569 14:37 274 views

ข่าว

"พริษฐ์"ค้านยกคําร้องคดีฮั้ว สว.229 ราย ชง กกต.เดินหน้าส่งคดีถึงศาล เชื่อหลักฐานพอ

14 มิ.ย. 2569 13:50 177 views

ข่าว

กองทัพบกร่วมถวายความอาลัย เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

14 มิ.ย. 2569 13:50 137 views

ข่าว

"พลอยทะเล" แจง ร่างแก้ไข พรบ.สัญชาติฯ มุ่งแก้ปัญหาสถานะบุคคลที่ค้างคามายาวนาน

14 มิ.ย. 2569 13:36 145 views

ข่าว

"สตรีผู้สง่างาม" ผอ. UNODC ถวายความอาลัย

14 มิ.ย. 2569 12:10 166 views

ข่าว

6 สนามบิน AOT พร้อมอํานวยความสะดวกบริการประชาชนเดินทางถวายสักการะ

14 มิ.ย. 2569 12:05 166 views

ข่าว

ศาลสั่งถอดชื่อทรัมป์ออกจากเคนเนดี เซ็นเตอร์

14 มิ.ย. 2569 11:37 161 views

ข่าว

สทนช.เตือนเฝ้าระวังน้ําทะเลหนุนสูง 15-18 มิ.ย. จับตา 7 จังหวัดเสี่ยงกระทบ

14 มิ.ย. 2569 10:52 199 views

ข่าว

ดุสิตโพลชี้ "ชัชชาติ" นําห่างศึกผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงยังหนุนคะแนนทะลุ 60%

14 มิ.ย. 2569 10:33 235 views

ข่าว

ภาพที่ยังคงตราตรึง ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

14 มิ.ย. 2569 10:10 159 views

ข่าว

นิด้าโพลเผย คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยตัดสิทธิบัตรคนจน

14 มิ.ย. 2569 09:57 194 views

ข่าว

รัฐบาลปราบโกงลงทุนออนไลน์ คืนเงินผู้เสียหายกว่า 1.1 พันล้าน

14 มิ.ย. 2569 09:49 182 views

ข่าว

วันนี้ฝนยังชุก! กรมอุตุฯ เตือน 4 ภาค ระวังฝนตกหนัก

14 มิ.ย. 2569 09:28 854 views

ข่าว

"นั่งคนเดียวมันเหงานะ" ถ้อยคําถึงพี่สาวอันเป็นที่รัก

14 มิ.ย. 2569 08:20 472 views

ข่าว

ในหลวง โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระเกียรติยศ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" เศวตฉัตร ๗ ชั้น - กางกั้นพระโกศ

13 มิ.ย. 2569 19:55 292 views

ข่าว

ภาพแห่งความอาลัย...ตลอดเส้นทางส่งเสด็จ

13 มิ.ย. 2569 17:43 199 views