×
Live หน้าหลัก ทันเหตุการณ์ ทั่วไป ข่าวพระราชสำนัก คุณภาพชีวิต อาชญากรรม อาชญากรรมและมิจฉาชีพ เศรษฐกิจ ต่างประเทศ กีฬา สิ่งแวดล้อม ทหาร การเมือง ภูมิภาค บทความ บันเทิง Life แฟชั่นและความงาม อาหารและสุขภาพ ไอที ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม การเงินและการลงทุน โชคชะตาและความเชื่อ กิจกรรม ททบ. กิจกรรม ทบ. แนะนำรายการ หน่วยงานและเอกชน พอดแคสด์ FM94 ศูนย์ข่าววิทยุ ติดต่อเรา

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569

?>

กัมพูชาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 5 ข้อ! "พล.อ.กฤษณะ" ชี้ชัด ปมปะทะชายแดน-วางทุ่นระเบิด

 29 ก.ค. 2568 16:19 | 2253 view

 @supakitt

Facebook X Share

สรุปความผิดการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของฝ่ายกัมพูชา  กรณีการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและการปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา 
ตั้งแต่ 24 - 28 ก.ค.68 

บทความพิเศษ โดย พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ  กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร/ อดีตที่ปรึกษาพิเศษส านักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตรองเจ้ากรมพระธรรมนูญ 
                                                                                                 
ตามที่ทหารกัมพูชาได้ลักลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในดินแดนประเทศไทยจนส่งผล
ให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บหลายนายขณะลาดตระเวน ซึ่งเดิมไม่มีทุ่นระเบิดดังกล่าวเนื่องจากเป็น
 เส้นทางที่ทหารไทยเคยลาดตระเวนมาก่อน ต่อมาทหารกัมพูชาได้เริ่มใช้อาวุธโจมตีหน่วยที่ตั้งทางทหารของไทย ตลอดจนบ้านเรือนของประชาชน โรงพยาบาล และสถานีบริการน้ำมันในดินแดนไทยตามแนว ชายแดนตั้งแต่ 24 ก.ค.68 จนถึง 28 ก.ค.68 ส่งผลให้ประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบ เสียชีวิตและบาดเจ็บจ านวนหนึ่ง ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชนและสถานประกอบธุรกิจดังกล่าวได้รับความเสียหาย รวมทั้งการที่ทหารกัมพูชาโจมตีปราสาทตาเมืองธม และใช้ปราสาทพระวิหารเพื่อประโยชน์ทางทหาร ซึ่งมีพยานหลักฐานเป็นที่ประจักษ์สามารถตรวจสอบได้นั้น 
สรุปการกระทำของทหารกัมพูชา ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศได้ดังนี้ 
     1. ทหารกัมพูชาเป็นผู้เริ่มใช้อาวุธยิงเข้ามายังหน่วยหรือฐานที่ตั้งทางทหารของทหารไทยในดินแดนไทยก่อน ซึ่งเป็นการละเมิดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 2 (4) สรุปได้ว่า รัฐสมาชิกทั้งปวงจักต้องละเว้นการคุกคามหรือการใชกำลังต่อบูรณภาพ แห่งอาณาเขต หรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ หรือ การกระทำในลักษณะการอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับความมุ่งหมายของสหประชาชาติ ซึ่งประสงค์ธำรงไว้ ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยการกระทำของทหารกัมพูชาไม่ได้เป็นการป้องกันตนเองแต่อย่างใด แต่การใช้กำลังอาวุธของทหารไทยเป็นการใช้สิทธิป้องกันตนเองจากการที่ถูกโจมตีด้วยกำลังอาวุธจากทหารกัมพูชาก่อน ตามข้อ 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ  ซึ่งทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเป็นสมาชิกสหประชาชาติ 

   2. ความผิดอาชญากรรมสงคราม (War Crime) ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานความผิดภายใต้ธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court: ICC) โดยทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธโจมตีทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรบ โรงเรียน และโรงพยาบาล ส่งผลให้พลเรือนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง บ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานประกอบการธุรกิจ (สถานีบริการน้ำมัน) ได้รับความเสียหาย สรุปฐานความผิดอาชญากรรมสงคราม (War Crime) ตามที่ระบุไว้ใน ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute of the International Criminal Court) คือ การกระทำละเมิดกฎหมายและจารีตประเพณีการทำสงครามอย่างร้ายแรง โดยมุ่งเอาผิดกับปัจเจกบุคคล (ไม่ใช่รัฐ) ที่ก่ออาชญากรรมดังกล่าวในระหว่างการขัดกันทางอาวุธในระดับระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อได้กระท าขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการหรือนโยบาย ตัวอย่างการกระทำความผิด เช่น การจงใจโจมตีประชากรพลเรือน หรือพลเรือนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการสู้รบ การจงใจโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่เป้าหมายทางทหาร เช่น บ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล ศาสนสถาน และโบราณสถาน เป็นต้น  ประเทศกัมพูชาเป็นภาคีธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ ส่วนประเทศไทยลงนามแต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน ประเทศไทยจึงยังไม่เป็นภาคีธรรมนูญศาลนี้  
  
   3. ความผิดฐานรุกราน (Aggression) เป็นหนึ่งในฐานความผิดภายใต้ธรรมนูญศาลอาญาระหว่างประเทศ นิยามของ "อาชญากรรมรุกราน" ตามธรรมนูญกรุงโรมฯ นิยามและเงื่อนไขของอาชญากรรมรุกรานไม่ได้อยู่ในธรรมนูญกรุงโรมฉบับดั้งเดิมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 แต่ได้ถูกเพิ่มเติมและนิยามอย่างเป็นทางการโดย Kampala Amendments ซึ่งได้ประชุม ณ กรุงกัมปาลา ประเทศอูกันดา เมื่อปี พ.ศ.2553 และศาลฯ เริ่มมีเขตอำนาจเหนืออาชญากรรมนี้อย่างสมบูรณ์ใน 17 ก.ค.61 โดยได้เพิ่มเติมดังนี้ 
          "อาชญากรรมรุกราน" หมายถึง การวางแผน (planning) การตระเตรียม (preparation) การริเริ่ม (initiation) หรือการปฏิบัติการ (execution) โดยบุคคลซึ่งอยู่ในฐานะที่สามารถควบคุมหรือสั่งการทางการเมืองหรือการทหารของรัฐได้อย่างแท้จริง ซึ่งการกระทำอันเป็นการรุกรานโดยลักษณะ ความร้ายแรง และขนาดของการกระทำนั้น ถือเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอย่างชัดแจ้ง (Manifest Violation) ลักษณะส าคัญของอาชญากรรมรุกราน คือ เป็นอาชญากรรมของผู้นำ (Leadership Crime) ความผิดนี้ไม่สามารถเอาผิดกับทหารระดับปฏิบัติการได้ แต่จะมุ่งเป้าไปที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจระดับสูงทางการเมืองหรือการทหารเท่านั้น และต้องเป็นการละเมิดที่ชัดแจ้ง (Manifest Violation) ไม่ใช่การใช้กำลังทุกกรณีที่จะเข้าข่าย แต่ต้องเป็นการใช้กำลังที่ร้ายแรงและขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติอย่างเห็นได้ชัด ส่วน"การกระทำอันเป็นการรุกราน" หมายถึง การใช้กำลังรบโดยรัฐหนึ่งต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน หรือความเป็นอิสระทางการเมืองของอีกรัฐหนึ่ง หรือในลักษณะอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับกฎบัตรสหประชาชาติ การกระทำใด ๆ ดังต่อไปนี้ แม้จะไม่มีการประกาศสงครามก็ตาม ให้ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการรุกราน ตามข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 3314 (XXIX) ลง 14 ธ.ค.17 สรุปในส่วน
ที่เกี่ยวข้องดังนี้ การรุกรานหรือการโจมตีดินแดนของอีกรัฐหนึ่งโดยกำลังรบของรัฐหนึ่ง และการใช้อาวุธใด ๆ โดยรัฐหนึ่งต่อดินแดนของอีกรัฐหนึ่ง ตลอดจนการโจมตีโดยกำลังรบของรัฐหนึ่งต่อกองกำลังภาคพื้นดินของอีกรัฐหนึ่ง 
  4. การโจมตีทำลายทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและการใช้ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ทางทหาร ซึ่งเป็นข้อห้ามตามอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในกรณีการขัดกันด้วยอาวุธ (Convention for the Protection of Cultural Property in the Event of Armed Conflict)  และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ (Convention concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) ซึ่งทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธโจมตีปราสาทตาเมืองธม และใช้ปราสาทพระวิหารเป็นที่ซุ่มยิงทหารไทย ทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาทั้งสองฉบับในข้อนี้ โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organisation : UNESCO) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบให้รัฐสมาชิกปฏิบัติตามอนุสัญญาทั้งสองฉบับ
 
5. การวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในดินแดนไทยละเมิดต่ออนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 
(Anti-Personnel Mine Ban Convention) ซึ่งห้ามใช้ พัฒนา ผลิต และสะสม จัดเก็บ และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคลไปให้ผู้ใดทั้งทางตรงและทางอ้อม ตลอดจนทั้งทำลายและเก็บกู้ กับให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งทหารกัมพูชาได้เข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในดินแดนไทยตามที่กล่าวข้างต้น นอกจากนี้ภายใต้อนุสัญญานี้ทหารกัมพูชาก็ไม่สามารถวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในดินแดนของตนเองได้เช่นกัน ทั้งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาในข้อนี้ ซึ่งเลขาธิการสหประชาชาติเป็นผู้เก็บรักษาอนุสัญญานี้ 

สรุป ในชั้นนี้สามารถรวบรวมกระทำการต่างๆ ของฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลผูกพันประเทศกัมพูชา รวมทั้งสิ้น 5 ประการ โดยมีพยานหลักฐานชัดเจนเป็นที่ประจักษ์ เห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณาว่า สมควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งการดำเนินการภายในประเทศและการดำเนินการต่างประเทศ เช่น การเผยแพร่ให้ประชาชนชาวไทยทราบ และการนำเสนอให้สหประชาชาติ (คณะมนตรีความมั่นคง และสมัชชาใหญ่) ศาลอาญาระหว่างประเทศ องค์การ UNESCO สหภาพยุโรป (European Union) และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations :ASEAN) ทราบและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป รวมทั้งเผยแพร่ให้ประชาคมโลกทราบด้วย เป็นต้น  ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีความเข้าใจดียิ่งขึ้น รวมทั้งเพื่อให้ประชาคมโลกมีความเข้าใจที่ถูกต้องยิ่งขึ้น และเพื่อปกป้องกับรักษาผลประโยชน์ อำนาจอธิปไตย และบูรณภาพของประเทศชาติ รวมทั้งเพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกอันส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนและความมั่นคงของชาติ  
 
หมายเหตุ ขอขอบคุณ พันเอก พงษ์ศิริ เผือกใจแผ้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ค้นหาข้อมูลกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนผู้เขียนใน การเขียนบทความนี้เป็นอย่างดี ตลอดจนการพิสูจน์อักษร

#ความผิดกัมพูชา #ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ #ชายแดนไทยกัมพูชา #ทุ่นระเบิด #อาชญากรรมสงคราม #กฎบัตรสหประชาชาติ #UNESCO #TruthFromThailand #ไทยกับกัมพูชา #ThailandCambodia #TV5HD #TV5HDONLINE

เป็นเพื่อนกับบัญชีทางการ LINE ของเราเพื่อรับข่าวสารล่าสุดและอีกมากมาย!

เพิ่มเพื่อน

ทันเหตุการณ์

ข่าว

สืบนครบาล 6 ทลายโกดังย่านคลองหลวง ยึดยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด - เคตามีน 410 กรัม

14 มิ.ย. 2569 14:37 326 views

ข่าว

"พริษฐ์"ค้านยกคําร้องคดีฮั้ว สว.229 ราย ชง กกต.เดินหน้าส่งคดีถึงศาล เชื่อหลักฐานพอ

14 มิ.ย. 2569 13:50 204 views

ข่าว

กองทัพบกร่วมถวายความอาลัย เข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

14 มิ.ย. 2569 13:50 160 views

ข่าว

"พลอยทะเล" แจง ร่างแก้ไข พรบ.สัญชาติฯ มุ่งแก้ปัญหาสถานะบุคคลที่ค้างคามายาวนาน

14 มิ.ย. 2569 13:36 167 views

ข่าว

"สตรีผู้สง่างาม" ผอ. UNODC ถวายความอาลัย

14 มิ.ย. 2569 12:10 183 views

ข่าว

6 สนามบิน AOT พร้อมอํานวยความสะดวกบริการประชาชนเดินทางถวายสักการะ

14 มิ.ย. 2569 12:05 199 views

ข่าว

ศาลสั่งถอดชื่อทรัมป์ออกจากเคนเนดี เซ็นเตอร์

14 มิ.ย. 2569 11:37 185 views

ข่าว

สทนช.เตือนเฝ้าระวังน้ําทะเลหนุนสูง 15-18 มิ.ย. จับตา 7 จังหวัดเสี่ยงกระทบ

14 มิ.ย. 2569 10:52 217 views

ข่าว

ดุสิตโพลชี้ "ชัชชาติ" นําห่างศึกผู้ว่าฯ กทม. คนกรุงยังหนุนคะแนนทะลุ 60%

14 มิ.ย. 2569 10:33 258 views

ข่าว

ภาพที่ยังคงตราตรึง ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

14 มิ.ย. 2569 10:10 174 views

ข่าว

นิด้าโพลเผย คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยตัดสิทธิบัตรคนจน

14 มิ.ย. 2569 09:57 213 views

ข่าว

รัฐบาลปราบโกงลงทุนออนไลน์ คืนเงินผู้เสียหายกว่า 1.1 พันล้าน

14 มิ.ย. 2569 09:49 197 views

ข่าว

วันนี้ฝนยังชุก! กรมอุตุฯ เตือน 4 ภาค ระวังฝนตกหนัก

14 มิ.ย. 2569 09:28 893 views

ข่าว

"นั่งคนเดียวมันเหงานะ" ถ้อยคําถึงพี่สาวอันเป็นที่รัก

14 มิ.ย. 2569 08:20 498 views

ข่าว

ในหลวง โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระเกียรติยศ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" เศวตฉัตร ๗ ชั้น - กางกั้นพระโกศ

13 มิ.ย. 2569 19:55 306 views

ข่าว

ภาพแห่งความอาลัย...ตลอดเส้นทางส่งเสด็จ

13 มิ.ย. 2569 17:43 220 views