วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568
3 เม.ย. 2568 09:30 | 790 view
@pracha
กัมพูชาเจอภาษีทรัมป์หนักสุดอาเซียน 49% ลาว 48% เวียดนาม 46% จีนอ่วมเพิ่มอีก 34%
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศอัตราภาษีศุลกากรใหม่กับสินค้านำเข้ามายังสหรัฐจากทุกประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่ครอบคลุมจีน สหภาพยุโรป และประเทศอื่นๆ เมื่อวันที่ 2 เมษายน ตามเวลาในสหรัฐ โดยอ้างเหตุผลว่าภาษีเหล่านี้จะช่วยให้สหรัฐประสบความสำเร็จได้
ภาษีศุลกากรต่างตอบแทนที่บังคับใช้ทั่วโลกจะไม่เพียงสร้างอุปสรรคใหม่ต่อเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่มันยังจะพลิกคว่ำกระแสการเปิดเสรีทางการค้าที่หล่อหลอมระเบียบโลกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ที่คาดว่าคู่ค้าของสหรัฐก็จะทำการตอบโต้ด้วยมาตรการต่างตอนแทนของตนเช่นกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาสินค้าทุกอย่างตั้งแต่จักรยานไปจนถึงไวน์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
คาดว่าภาษีศุลกากรของทรัมป์ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยคำสั่งฝ่ายบริหาร จะส่งผลให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก ขณะที่ทำเนียบขาวได้เผยแพร่รายชื่อประเทศประมาณ 100 ประเทศ และอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐกำหนดขึ้น ซึ่งมันจะถูกนำไปเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไปยังสหรัฐที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว โดยแบ่งได้ดังนี้
อัตราภาษีศุลกากรพื้นฐาน 10%
บีบีซีระบุว่าได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่ทรัมป์จะกล่าวถ้อยแถลงเรื่องภาษีศุลกากรต่างตอบแทน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวได้แจ้งกับนักข่าวว่า ทรัมป์จะกำหนด “ภาษีศุลกากรพื้นฐาน” ที่บังคับใช้กับทุกประเทศที่ 10% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เมษายนนี้
ทั้งนี้ บางประเทศจะเจอแค่อัตราภาษีพื้นฐานเท่านั้น ประกอบด้วย สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ บราซิล ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ตุรกี โคลอมเบี อาร์เจนตินา เอลซัลวาดอร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
ภาษีศุลกากรสำหรับ “ประเทศที่ทำผิดร้ายแรง”
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยังกล่าวว่า พวกเขาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทนกับ “ประเทศที่ทำผิดร้ายแรงที่สุด” ประมาณ 60 ประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนนี้
เนื่องจากประเทศเหล่านี้เรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงต่อสินค้าสหรัฐ มีการใช้อุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรต่อสหรัฐ หรือกระทำการในลักษณะอื่นที่รัฐบาลรู้สึกว่าเป็นการบ่อนทำลายเป้าหมายทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
ภาพจากบัญชี X ของทำเนียบชาวสหรัฐ
คู่ค้าหลักที่ถูกเก็บภาษีศุลกากรที่ต่างตอบแทบเหล่านี้ อาทิ
สหภาพยุโรป 20%
จีน 34%
ญี่ปุ่น 24%
แอฟริกาใต้ 30%
ไต้หวัน 32%
อินเดีย 26%
ขณะที่ในส่วนของชาติสมาชิกอาเซียน เรียงตามลำดับการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากมากที่สุด ดังนี้
กัมพูชา 49% กลายเป็น 97%
ลาว 48% เป็น 95%
เวียดนาม 46% เป็น 90%
เมียนมา 44% เป็น 88%
ไทย 36% เป็น 72%
อินโดนีเซีย 32% เป็น 64%
มาเลเซีย 24% เป็น 47%
ฟิลิปปินส์ 17% เป็น 34%
สิงคโปร์ 10% เป็น 20%
ทั้งนี้ อัตราภาษีต่างตอบแทนใหม่ดังกล่าว ยังจะต้องถูกนำไปรวมกับภาษีนำเข้าสินค้าเดิมที่สหรัฐเรียกเก็บอยู่แล้ว อาทิ จีน ซึ่งมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเดิมอยู่ที่ 5% -25% เมื่อรวมกับภาษีต่างตอบแทนที่สหรัฐประกาศเพิ่มเติมต่อจีนอีก 34% ก็จะทำให้ภาษีสินค้าจีนที่นำเข้าไปยังสหรัฐจะอยู่ที่ 39% – 59% อย่างไรก็ดี ในตารางภาษีที่ทรัมป์นำมาแสดงต่อสื่อ ปรากฎตัวเลขภาษีนำเข้าสินค้าจีนที่สูงถึง 67%
ในขณะนี้สหรัฐยังไม่มีการระบุถึงการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมกับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐ โดยทำเนียบขาวกล่าวว่าพวกเขาจะจัดการกับทั้งสองประเทศโดยใช้คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับก่อนหน้านี้ ซึ่งกำหนดภาษีศุลกากรสำหรับแคนาดาและเม็กซิโก ในฐานะส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเฟนทานิลและปัญหาชายแดนที่ 25% ก่อนที่จะประกาศข้อยกเว้นและเลื่อนมันออกไป
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยังได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตในต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เกือบทันทีหลังเที่ยงคืนวันที่ 3 เมษายน ตามเวลาในสหรัฐด้วย
ข่าว
3 เม.ย. 2568 20:02 121 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 19:59 115 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 18:10 129 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 16:02 134 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 15:49 193 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 14:39 140 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 14:11 127 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 13:54 210 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 13:49 184 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 13:26 177 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 12:17 188 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 12:17 199 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 12:14 192 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 11:54 177 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 11:51 170 views
ข่าว
3 เม.ย. 2568 11:33 263 views