เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569  ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้พิพากษาโทษจําคุกตลอดชีวิตต่อนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ วัย 65 ปี หลังตัดสินว่าเขามีความผิดหลายข้อหาของการใช้อํานาจโดยมิชอบและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อกบฎ จากความพยายามที่ล้มเหลวในการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศเมื่อเดือนธันวาคมปี 2024

ก่อนหน้านี้อัยการได้เรียกร้องโทษประหารชีวิตต่อนายยุนในคดีนี้ซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในประเทศที่มีความแตกแแยกอย่างรุนแรงและถือเป็นคดีสําคัญที่สุดที่อดีตผู้นําที่ถูกขับออกจากอํานาจรายนี้เผชิญ ซึ่งความพยายามประกาศใช้กฎอัยการศึกของเขาได้ฉุดเกาหลีใต้ให้เผชิญวิกฤตการเมืองระดับชาติและบททดสอบความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยในประเทศ

เมื่อเดือนมกราคม อัยการกล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกฉุกเฉินที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายของนายยุน ได้บ่อนทําลายการทํางานของรัฐสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทําลายระเบียบทางรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยเสรีนิยมอย่างแท้จริง

ภายใต้กฎหมายของเกาหลีใต้ สําหรับฐานความผิดของการเป็นผู้บงการแผนก่อกบฎนั้นมีบทลงโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจําคุกตลอดชีวิต ขณะที่เกาหลีใต้เคยตัดสินประหารชีวิตครั้งล่าสุดในปี 2016 แต่ไม่ได้มีการประหารชีวิตนักโทษคนใดเลยมานับตั้งแต่ปี 1997

การพิจารณาคดีนี้มีขึ้นท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณโดยรอบศาลแขวงกลางกรุงโซล ซึ่งมีการนํารถตํารวจมาจอดปิดล้อมรอบอาคารที่ทําการศาล

นอกจากนี้ ศาลยังจะพิจารณาข้อกล่าวหาที่ว่านายยุนใช้อํานาจในทางที่ผิดจากการสั่งให้ทหารนํากําลังบุกเข้ารัฐสภาเพื่อกวาดจับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองออกไปในวันประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าว รวมถึงการส่งทหารและตํารวจเข้าปิดกั้น ตรวจสอบและควบคุมการเข้าออกสถานที่ต่างๆ เช่น อาคารที่ทําการของพรรคฝ่ายค้าน

นายยุนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยตลอดโดยอ้างว่าเขามีอํานาจในฐานะประธานาธิบดีที่จะประกาศกฎอัยการศึกและการกระทําของเขามีขึ้นเพื่อเตือนการขัดขวางการทํางานของรัฐบาลจากพรรคฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ นายยุน ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งถอดถอนออกจากตําแหน่งในปีที่แล้ว ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์กักขังในกรุงโซล มีแนวโน้มที่จะยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ว่าคําตัดสินจะเป็นอย่างไร

เมื่อถูกตัดสินว่ามีความผิด คาดว่านายยุนจะยื่นอุทธรณ์คําตัดสินและเขาสามารถท้าทายคําตัดสินใดๆ ของศาลอุทธรณ์ได้ในชั้นศาลฎีกาอีกครั้งที่คําตัดสินจะถือเป็นอันสิ้นสุด

มีรายงานว่าแนวทางปฏิบัติทางกฎหมายของเกาหลีใต้ระบุว่าการพิจารณาคดีครั้งแรกควรเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน และกระบวนการทั้งหมดรวมถึงการอุทธรณ์สู้คดีควรใช้เวลา 2 ปี แต่การพิจารณาคดีส่วนใหญ่มักยืดเยื้อเกินกว่านั้น

ก่อนหน้านี้ ยุน ซึ่งถูกฟ้องร้องดําเนินคดีมากถึง 8 คดี ได้ถูกตัดสินให้รับโทษจําคุก 5 ปีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่าขัดขวางความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการจับกุมเขาหลังการประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งนายยุนได้ยื่นอุทธรณ์คําตัดสินนั้นแล้ว