/กองกําลังกองกําลังบูรพา ออกประกาศที่ 109/2568 เรื่อง การกําหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย
โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นําประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทย พื้นที่บ้านหนองจาน ตําบลโนนหมากมุ่น อําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจําเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้
ที่ต้องใช้กําลังทหาร ตํารวจ พลเรือน /ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคาม ดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ชาวไทยและจําเป็นต้องกําหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย
โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2557 จึงให้กําหนดพื้นที่ รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้

/ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตําบลโนหมากมุ่น อําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย

2 ให้ถนนศรีเพ็ญ ในพื้นที่บ้านหนองจาน ตําบลโนนหมากมุ่น อําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย

3 มาตรการในการเข้าไปพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้

- ห้ามพกพาอาวุธทุกชนิด หรือสิ่งเทียมอาวุธเข้ามาในพื้นที่
- ห้ามปิดเส้นทางที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
และการดํารงชีวิต
- ห้ามถ่ายภาพฐานปฏิบัติการทางทหาร
- ห้ามทะเลาะวิวาท และดื่มของมีนเมา
- ห้ามนําเครื่องขยายเสียงเข้าในพื้นที่โดยได้รับอนุญาต

ประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568

พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกําลังบูรพา

/// ต่อคลิป 2 ///

ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ กองกําลังบูรพาได้กําหนดแนวทางดําเนินคดีในกรณีที่มีชาวกัมพูชาละเมิดต่อมาตรการดังกล่าว
ดังนี้

1. กรณีบุกรุกข้ามเขตแดนเข้ามาฝั่งไทย
จะถูกดําเนินคดีตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง โดยสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง

2. กรณีบุกรื้อลวดหนาม
- มีความผิดฐานทําลายทรัพย์สินราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
- หากมีการเอาทรัพย์ไปด้วย เช่น ขโมยลวดหนาม จะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของทางราชการ ตามมาตรา 335 (10)
- หากเข้าข่ายเป็นการกระทบต่อเอกราชของไทย อาจมีความผิดตามมาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบมาตรา 129 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจําคุกตลอดชีวิต
- เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบ มาตรา 129 ฐานกระทําการใดๆ ที่ทําให้เอกราชของไทยเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือ จําคุกตลอดชีวิต

3. กรณีก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ฝั่งไทย
- หากมีการทําร้ายร่างกาย, ฆ่าหรือพยายามฆ่า จะถูกดําเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา และจะต้องรับโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด

กองกําลังบูรพาขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่านในการปฏิบัติตามข้อกําหนด เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่กองกําลังบูรพา อําเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

/// จบตัด ///