นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงเมียนมา (BGF) ออกมาแถลงข่าวภายหลังการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครบรอบ 1 เดือ โดย​ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายค่าอาหารของชาวต่างชาติกว่าเดือนละ 3 ล้านบาท ว่า เป็นเรื่องขององค์กรภายใน เราไม่ไปก้าวล่วง ซึ่งของเราจะมีการแถลงข่าวทั้งหมด และจะมาดูว่าอะไรเป็นอะไร การที่เราจะแบกหรือไม่แบกรับอะไร ไม่ต้องดูว่าจะเกิดปัญหา และเป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือไม่

ส่วนกรณีที่ BGF แถลงว่า การปราบคอลเซ็นเตอร์ใน 1 เดือนที่ผ่านมาสามารถปราบปรามได้กว่า 99% จึงอยากให้ไทยพิจารณายกเลิกมาตรการ 3 ตัดไฟฟ้า น้ำมัน และสัญญาณอินเทอร์เน็ต นายภูมิธรรม ระบุว่า ต้องรอผลรายงานก่อนว่า ไปได้ทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาค 2 มีการตรวจความพร้อมกำลังและยุทโธปกรณ์ เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริงว่าขยับไปไหน ซึ่งกองทัพภาค 2 ดูแลครอบคลุมภาคอีสานทั้งหมด จึงต้องดูว่าข่าวที่บอกว่ามีการขยับตามแนวชายแดน เป็นการขยับจากไหนไปไหน เพราะเรื่องการตรวจตามบริเวณชายแดนเป็นภารกิจตามปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอะไร กองทัพก็จะต้องทำหน้าที่อยู่แล้ว เพื่อให้มีศักยภาพในความสามารถป้องกันประเทศได้ ขณะนี้มีการขึ้นไปบนปราสาทตาเมือนธมแล้ว ค่อยมาถามตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เพราะยังกว้างเกินไป