นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาและจัดระเบียบด้านพระพุทธศาสนา ว่า รายละเอียดทั้งหมดได้ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาไปแล้ว โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในส่วนที่จำเป็น โดยเฉพาะ การจัดทำฐานข้อมูลกลางของพระสงฆ์ทั่วประเทศ
นายปกรณ์ระบุว่า ปัจจุบันฐานข้อมูลพระยังไม่ได้อยู่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด จึงมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเร่งดำเนินการ เพื่อให้สามารถตรวจสอบประวัติและข้อมูลของพระสงฆ์ได้อย่างเป็นระบบ และช่วยสนับสนุนการทำงานของมหาเถรสมาคม
ขณะนี้มีพระสงฆ์ทั่วประเทศประมาณ 2 แสนรูป และดำเนินการจัดทำทะเบียนแล้วประมาณ 1.8 แสนรูป หรือคิดเป็น 89%
สำหรับปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลดังกล่าวแล้ว และคาดว่าจะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
ตรวจสอบบัญชีวัดต้องรอข้อมูลจริง
ส่วนการตรวจสอบบัญชีของวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะวัดที่กำลังเป็นข่าว นายปกรณ์ระบุว่า มีการเร่งรัดและประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอย่างต่อเนื่อง ว่ามีวัดใดอยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลใหม่ที่จะเปิดเผย
นายปกรณ์ย้ำว่า หากมีกรณีที่ต้องตรวจสอบก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน แต่การกล่าวหาบุคคลใดบุคคลหนึ่งจำเป็นต้องมีหลักฐานเพียงพอ เพราะหากกล่าวหาโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ อาจกระทบสิทธิของผู้อื่นและสร้างความเสียหายโดยไม่จำเป็น
พร้อมเตือนว่า ไม่ควรเชื่อข้อมูลเพียงเพราะเป็นสิ่งที่ “เขาเล่าว่า” โดยยังไม่มีการตรวจสอบ
“อย่าดราม่าไปทุกเรื่อง”
นายปกรณ์ยังฝากถึงสื่อและประชาชนให้ช่วยกันดูแลพระพุทธศาสนา โดยมองว่าไม่ควรทำทุกประเด็นให้กลายเป็นดราม่า หากมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
พร้อมระบุว่า วิธีป้องกันปัญหาที่ดีที่สุด คือการทำระบบตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพ มีข้อมูลที่ชัดเจน และสามารถติดตามย้อนหลังได้
ส่วนเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคลนั้น นายปกรณ์มองว่า ผู้ที่ยังมีกิเลสก็ต้องขัดเกลาตนเอง แต่ในมุมของฝ่ายบริหาร หน้าที่สำคัญคือทำระบบให้รัดกุม เพื่อลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต




