จากเหตุ ฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหาร ชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่ม เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยออกมาให้ความเห็นถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ โดยระบุว่ายังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ จนกว่าจะมีการตรวจสอบพื้นที่และระบบเหนือฝ้าอย่างละเอียด
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า จากข้อมูลและภาพที่ปรากฏ สามารถตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นได้ 5 ประเด็น
1. น้ำรั่วซึมและความชื้นสะสม
ต้องตรวจสอบว่าบริเวณเหนือฝ้ามีท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง หรือท่อระบบปรับอากาศที่อาจเกิดการรั่วหรือไม่ หากแผ่นฝ้าดูดซับน้ำเป็นเวลานาน น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น ขณะที่วัสดุอาจเสื่อมสภาพจนรับน้ำหนักไม่ไหวและพังลงมา
2. คุณภาพและชนิดของแผ่นฝ้า
ต้องดูว่าแผ่นฝ้าที่นำมาใช้เหมาะกับพื้นที่หรือไม่ โดยเฉพาะคุณสมบัติทนความชื้น รวมถึงขนาดและความยาวของแผ่นที่สัมพันธ์กับโครงคร่าว ตลอดจนชนิดและตำแหน่งของสกรูที่ใช้ยึด หากเลือกวัสดุไม่เหมาะสมหรือยึดไม่แน่น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดหรือถล่ม
3. มาตรฐานการติดตั้ง
ระยะของโครงคร่าวและจุดยึดต้องเป็นไปตามมาตรฐาน หากวางระยะห่างมากเกินไป หรือจำนวนจุดยึดไม่เพียงพอ อาจทำให้ฝ้าไม่สามารถรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบไว้
4. น้ำหนักส่วนเกินเหนือฝ้า
ควรตรวจสอบว่ามีอุปกรณ์ งานระบบ สายไฟ หรือวัสดุอื่นวางหรือแขวนอยู่เหนือฝ้าหรือไม่ เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้คำนวณไว้ อาจทำให้ระบบฝ้ารับภาระเกินกำลัง
5. การตรวจสอบและบำรุงรักษา
ฝ้าเพดานที่ใช้งานมาเป็นเวลานานจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบเป็นระยะ โดยเฉพาะจุดที่มีความชื้นสูง หรือมีงานระบบจำนวนมากอยู่เหนือฝ้า เพื่อค้นหาความเสื่อมสภาพก่อนเกิดความเสียหาย
ศ.ดร.อมร ระบุว่า สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งวัสดุ โครงคร่าว จุดยึด ระบบท่อ และสภาพพื้นที่จริง
อย่างไรก็ตาม จากภาพความเสียหายที่ปรากฏในเบื้องต้น ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่าการพังของฝ้าเพดานครั้งนี้เชื่อมโยงหรือส่งผลต่อโครงสร้างหลักของอาคารรัฐสภา
การตรวจสอบทางวิศวกรรมในพื้นที่จึงยังเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อระบุสาเหตุที่แน่ชัดและกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ






