วันที่ 13 กันยายน 2569 นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานการแถลงของโฆษกวุฒิสภากัมพูชา ภายหลังการเยือนกัมพูชาของประธานาธิบดีเมียนมา พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย (Min Aung Hlaing) โดยรายงานจากฝั่งกัมพูชาระบุว่า ผู้นำเมียนมาให้การสนับสนุนอย่างมากต่อแนวทางของกัมพูชาในการแก้ปัญหาชายแดนกับประเทศไทยโดยสันติวิธีและภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไทยระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน โฆษกประธานาธิบดีเมียนมาได้ออกมาชี้แจงสาระสำคัญของการหารือ โดยระบุว่า แนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ปัญหาชายแดนคือ “สันติวิธี” และสิ่งสำคัญคือการพูดคุยเจรจาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน ฝ่ายเมียนมายังเรียกร้องให้กัมพูชาแก้ปัญหาชายแดนด้วยวิธีสันติ และคำนึงถึงผลประโยชน์ของภูมิภาคโดยรวม
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทย จึงขอให้พิจารณารายงานข่าวดังกล่าวบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยระบุว่า การนำเสนอในลักษณะที่ตีความว่าเมียนมาสนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาอย่างเต็มที่ ไม่สอดคล้องกับสาระที่ฝ่ายเมียนมาชี้แจงในภายหลัง พร้อมระบุว่า ไทยมองเหตุการณ์นี้เป็นอีกกรณีที่สะท้อนปัญหาการนำเสนอข้อมูลของฝ่ายกัมพูชาในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อจุดยืนของตนเอง ซึ่งไม่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาชายแดนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญจากคำชี้แจงของเมียนมาคือการสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายใช้การเจรจาและสันติวิธี เพื่อคลี่คลายข้อพิพาท โดยไม่ได้มีถ้อยคำยืนยันว่าประเทศเมียนมาเลือกสนับสนุนฝ่ายไทยหรือฝ่ายกัมพูชาเป็นการเฉพาะ ซึ่ง
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางของอาเซียนที่เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ข้อตกลงที่มีอยู่ และหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิภาค




