นับถอยหลังสู่ศึกใหญ่ของทัพนักกีฬาไทย! ก่อนการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ระหว่างวันที่ 19 กันยายน–4 ตุลาคม 2569 ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ผลสำรวจล่าสุดสะท้อนกระแสความสนใจของแฟนกีฬาชาวไทยที่เตรียมส่งแรงเชียร์ พร้อมความคาดหวังต่อเป้าหมายไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง

KBU SPORT POLL มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬา (WISDOM) และเพจ “บี บางปะกง” สำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ “ความหวังและโอกาสของทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026” ผ่านระบบออนไลน์และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 7–9 กันยายน 2569

การสำรวจมีกลุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,102 คน เป็นชาย 702 คน หรือ 63.70% หญิง 352 คน หรือ 31.94% และ LGBTQIA+ 48 คน หรือ 4.36%

ผลสำรวจพบสัญญาณที่น่าสนใจ เมื่อประชาชนถึง 84.60% ระบุว่าสนใจติดตามการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ขณะที่ 11.52% ยังไม่ตัดสินใจและขึ้นอยู่กับโอกาส ส่วนผู้ที่ระบุว่าไม่สนใจมีเพียง 3.88%

เมื่อถามถึงโอกาสที่นักกีฬาทีมชาติไทยจะทำผลงานได้ตามเป้าหมาย ไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง พบว่า 33.05% มองว่ามีโอกาส “ค่อนข้างมาก” และอีก 29.10% มองว่ามีโอกาส “มาก”

หากรวมสองกลุ่มนี้เท่ากับว่า 62.15% ของกลุ่มตัวอย่างมองในเชิงบวกว่าทัพไทยมีโอกาสค่อนข้างมากถึงมากที่จะไปถึงเป้าหมาย 15 เหรียญทอง ขณะที่ 18.92% มองว่ามีโอกาสน้อย 14.28% มองว่ามีโอกาสค่อนข้างน้อย และ 4.65% ยังไม่แน่ใจ

“ตะกร้อ” ยืนหนึ่งความหวังทอง

สำหรับชนิดกีฬาที่ประชาชนมองว่าเป็นความหวังและนักกีฬาทีมชาติไทยมีโอกาสคว้าเหรียญทอง ผลสำรวจจัดอันดับดังนี้

  1. เซปักตะกร้อ 94.60%
  2. เทคบอล 91.22%
  3. วอลเลย์บอลหญิง 90.15%
  4. ยกน้ำหนัก 88.75%
  5. กรีฑา 86.88%
  6. กอล์ฟ 84.06%
  7. เทควันโด 82.39%
  8. มวยสากล 80.55%
  9. แบดมินตัน 78.80%
  10. เรือใบ/อีสปอร์ต 76.00%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า “เซปักตะกร้อ” ยังคงถูกมองเป็นหนึ่งในความหวังสำคัญของทัพไทย ขณะที่เทคบอลและวอลเลย์บอลหญิงได้รับความคาดหวังสูงเช่นกัน โดยทั้ง 3 ชนิดกีฬามีสัดส่วนความคาดหวังมากกว่า 90%

ฝีมือนักกีฬา คือปัจจัยชี้ชะตา

ส่วนคำถามว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ อันดับแรก 29.10% มองว่าอยู่ที่ สมรรถนะและความสามารถของนักกีฬา ตามด้วย 26.50% ระบุว่าเป็น ระยะเวลาในการฝึกซ้อมและการเตรียมทีม และ 22.35% มองว่าเป็น สมรรถนะและความสามารถของทีมงานผู้ฝึกสอน

นอกจากนี้ 12.90% ให้ความสำคัญกับงบประมาณและการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7.11% มองเรื่องความยุติธรรมในการตัดสิน และ 2.04% ระบุปัจจัยอื่น ๆ

ผลสำรวจจึงสะท้อนทั้ง “ความหวัง” และ “แรงกดดัน” ก่อนการแข่งขัน เมื่อแฟนกีฬาส่วนใหญ่พร้อมติดตามและส่งแรงเชียร์ ขณะเดียวกันเป้าหมาย 15 เหรียญทอง กลายเป็นตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตาว่าทัพนักกีฬาไทยจะสามารถเปลี่ยนความหวังของแฟนกีฬากลายเป็นผลงานบนเวทีเอเชียนเกมส์ 2026 ได้หรือไม่

อีกไม่นานได้รู้กัน—15 ทอง จะเป็นเพียงเป้าหมาย หรือกลายเป็นความสำเร็จของทัพไทยบนแผ่นดินญี่ปุ่น