ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งผลหารือวิปรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ตกลงเดินหน้าอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ให้จบภายในเวลา 19.00 น. วันนี้ พร้อมเลื่อนวาระรับทราบรายงาน กกต. ไปสัปดาห์หน้า

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เดินหน้าเข้าสู่วันที่ 4 โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเริ่มพิจารณาในมาตรา 27 ซึ่งเป็นงบประมาณส่วนของราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

การอภิปรายเป็นไปอย่างเข้มข้น โดย สส. จากพรรคประชาชน ได้เปิดข้อมูลและตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการจัดสรรงบประมาณในหลายจุด โดยนายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พรรคประชาชน อภิปรายเรื่อง จัดซื้อจัดจ้างซ้ำซ้อน จึงขอปรับลดงบประมาณ 5% เนื่องจากขาดการทำงานแบบบูรณาการ พร้อมยกตัวอย่างโครงการจัดซื้อกล้องวงจรปิดของตำรวจภูธรภาค 5 และภาค 6 ที่มีสเปกคล้ายกันแต่ราคาต่างกันถึง 20,000 บาท รวมถึงโปรแกรมบริหารจัดการระบบเครือข่ายที่ภาค 5 ตั้งไว้ 4 แสนบาท แต่ภาค 6 กลับตั้งสูงถึง 1 ล้านบาท ต่างกันกว่า 6 เท่า

เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข สส.พรรคประชาชน เสนอตัดงบประมาณกองบินตำรวจทั้งหมด โดยชี้ให้เห็นว่ามีการตั้ง   งบประมาณซ้ำซ้อนกับการเซ็นสัญญาร่วมกับการบินไทย ส่งผลให้การบินไทยส่งหนังสือคัดค้าน นอกจากนี้ จากอากาศยานทั้งหมด 41 ลำ กลับใช้งานได้จริงเพียง 8 ลำ เนื่องจากการบริหารงบประมาณที่ไม่เหมาะสม จนทำให้นักบินต้องเสี่ยงภัยในการปฏิบัติงาน

ด้านนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่องบประมาณตำรวจชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,742 ล้านบาท โดยเฉพาะงบพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลมือถือและคอมพิวเตอร์วงเงิน 57 ล้านบาท รวมถึงโครงการข้อมูลความมั่นคง 50 ล้านบาท ที่จัดตั้งใน จ.ยะลา ซึ่งอาจมีการใช้อำนาจขอข้อมูลจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเข้าข่ายขัดกฎหมายและกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ต่อมา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงผลการหารือของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน โดยตกลงร่วมกันว่าจะจบการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในเวลา 19.00 น. ของวันนี้ (10 กันยายน) โดยจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านรวม 6 ชั่วโมง และหากเกิดการประท้วงจะให้อยู่ในดุลพินิจของประธานในการยุติการอภิปราย

นอกจากนี้ ประธานสภาฯ ระบุว่า วันศุกร์ที่ 11 กันยายนนี้ จะไม่มีการประชุม แต่จะเพิ่มการประชุมนัดพิเศษในสัปดาห์หน้าและสัปดาห์ถัดไป สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายเร่งด่วน โดยวาระสำคัญที่จะเลื่อนไปพิจารณาในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ญัตติด่วนกรณีสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ และวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)Article Image