คณะกรรมการกีฬามวยเดินหน้ายกระดับวงการมวยไทยทั้งระบบ มีมติรับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยอาชีพเพิ่มอีก 176 ค่าย ส่งผลให้ปัจจุบันมีค่ายมวยที่ผ่านการรับรองแล้วรวม 752 ค่ายทั่วประเทศ พร้อมอนุมัติกรอบวงเงิน 20 ล้านบาท ดูแลสวัสดิการบุคลากรกีฬามวย โดยเฉพาะอดีตนักมวยที่ต้องการความช่วยเหลือ เป็นระยะเวลา 4 ปี ยาวถึงปี 2573
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะประธานคณะกรรมการกีฬามวย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 อาคาร C กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การประชุมมี น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย และนายณัฐพล อันตรเสน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ในฐานะกรรมการและเลขานุการ เข้าร่วม โดยมี 2 มติสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาวงการมวยไทย
รับรองเพิ่ม 176 ค่าย ดันยอดสะสมเป็น 752 ค่าย
นางโปรดปราน เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบการรับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2569 เพิ่มอีก 176 ค่าย แบ่งเป็นค่ายมวยขนาดใหญ่ 39 แห่ง ขนาดกลาง 41 แห่ง และขนาดเล็ก 96 แห่ง
ปัจจุบันมีค่ายมวยไทยที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบกับสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยทั้งหมด 4,441 ค่าย โดยในช่วงปี 2563–2567 มีค่ายมวยผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานแล้ว 576 ค่าย แบ่งเป็นปี 2563 จำนวน 17 ค่าย ปี 2564 จำนวน 173 ค่าย ปี 2565 จำนวน 121 ค่าย ปี 2566 จำนวน 127 ค่าย และปี 2567 จำนวน 138 ค่าย
ส่วนปี 2568 ไม่มีการรับรองค่ายมวย เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ก่อนกลับมาดำเนินการอีกครั้งในปี 2569 จำนวน 176 ค่าย ทำให้ยอดค่ายมวยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสะสมเพิ่มเป็น 752 ค่าย

ผ่านมาตรฐานไม่ได้แค่ “ป้ายรับรอง” แต่เปิดประตูสู่โอกาสใหม่
ค่ายมวยที่ผ่านการรับรองจะได้รับทั้งใบประกาศนียบัตร โล่เกียรติยศ และป้ายรับรองมาตรฐานสำหรับใช้ประชาสัมพันธ์ รวมถึงสิทธิ์ส่งผู้ฝึกสอนเข้ารับการอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยระดับ License ตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้รับการสนับสนุนค่าตอบแทนผู้ฝึกสอนในโครงการ Muaythai for All รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านหนังสือนำเพื่อขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับการขอวีซ่า DTV (Destination Thailand Visa) ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้ามาเรียนมวยไทยในค่าย
ค่ายที่ผ่านมาตรฐานยังจะได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและกิจกรรมของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ตลอดจนมีโอกาสได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยจัดขึ้น
ไฟเขียว 20 ล้านบาท ดูแลอดีตนักมวยต่อเนื่อง 4 ปี
อีกหนึ่งมติสำคัญ คือ การเห็นชอบกรอบวงเงิน 20 ล้านบาท สำหรับให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่บุคลากรกีฬามวย ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 โดยเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูอดีตนักมวยทั้งผู้รับสิทธิ์รายใหม่และรายเดิม
กรอบการช่วยเหลือมีระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2573 โดยแบ่งการช่วยเหลือรายเดือนเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เดือนละ 5,000 บาท จำนวน 45 คน เดือนละ 4,000 บาท จำนวน 7 คน และเดือนละ 3,000 บาท จำนวน 3 คน
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการให้ปรับแนวทางการช่วยเหลือผู้รับสวัสดิการเพื่อการดำรงชีพ ทั้งอดีตนักมวยและผู้ทุพพลภาพ โดยกำหนดให้ตรวจสอบสิทธิ์เป็นรอบทุก 4 ปี
หากผู้ได้รับสิทธิ์ยังมีชีวิตอยู่และยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ จะสามารถได้รับความช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยไม่ต้องยื่นเรื่องหรือเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใหม่ทุกครั้ง เพียงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานะและความจำเป็นของผู้รับสิทธิ์ตามรอบที่กำหนด
มติครั้งนี้จึงครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับมาตรฐาน “ค่ายมวย” ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างนักมวยและบุคลากร ไปจนถึงการดูแล “คนมวย” หลังพ้นสังเวียน พร้อมเชื่อมมวยไทยเข้ากับการท่องเที่ยวและตลาดต่างประเทศ เพื่อผลักดันมวยไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน




