วันที่ 6 ก.ย.69 - กระทรวงพลังงานเดินหน้าตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำมันในช่วงวิกฤต พบคลังน้ำมันเพิ่มอีก 5 แห่ง มีรูปแบบการรับและจ่ายน้ำมันผิดปกติ ทั้งการรับน้ำมันเข้าแต่ไม่มีการจ่ายออก การเก็บน้ำมันไว้นาน และพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายประวิงเวลาหรือปฏิเสธการจำหน่าย ก่อนส่งข้อมูลให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. และกรมการค้าภายในตรวจสอบตามกฎหมาย
น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธาน “ทีมสุดซอยพลังงาน” นำเอกสารและข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบยื่นต่อ กขค. หลังพบความผิดปกติจากข้อมูลการรับเข้าและจ่ายออกน้ำมันของคลังทั่วประเทศในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2569 จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ปริมาณน้ำมันรับเข้าและจ่ายออกของคลังส่วนใหญ่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นเดือนมีนาคม บางคลังกลับมีน้ำมันรับเข้าเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการจ่ายออกตามปกติ รวมถึงมีการเก็บน้ำมันไว้เป็นเวลานาน
ทีมตรวจสอบยังได้รับข้อมูลจากลูกค้าบางรายถึงกรณีที่อาจมีการประวิงเวลาและปฏิเสธการขาย ซึ่งต้องตรวจสอบต่อว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ช่วงนั้นหรือไม่ โดยข้อมูลจากทีมตรวจสอบระบุว่า คลังน้ำมันบางแห่งมีปริมาณน้ำมันคงเหลือเฉลี่ยสูงกว่าระดับปกติประมาณ 1.67 ล้านลิตร
ตัวเลขดังกล่าวเป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ทำให้กระทรวงพลังงานส่งข้อมูลต่อให้ กขค. และกรมการค้าภายในตรวจสอบว่า เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 หรือไม่
ก่อนหน้านี้ คณะทำงานได้เรียกผู้ประกอบการและกลุ่มลูกค้าของคลังน้ำมันรวม 33 ราย จากทั่วประเทศมาให้ข้อมูลในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลการรับ จ่าย และคงเหลือน้ำมันกับข้อเท็จจริงทางธุรกิจ
ความคืบหน้าการดำเนินการก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานได้แจ้งความผู้ค้าในกรณีที่เกี่ยวข้องไปแล้วรวม 21 ราย ส่วนคลังน้ำมัน 5 แห่งที่พบเพิ่มเติมยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดจนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาแล้วเสร็จ
กระทรวงพลังงานยังเตรียมปรับระบบกำกับดูแลน้ำมันให้ตรวจสอบได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะระบบแจ้งเตือนกรณีคลังรับน้ำมันเข้าแต่ไม่มีการจ่ายออก การปรับระบบใบกำกับการขนส่งให้ติดตามเส้นทางน้ำมันได้ และการเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานในจังหวัด เป้าหมายคือให้รัฐสามารถเห็นความผิดปกติของการกระจายน้ำมันได้เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงที่การบริหารสต๊อกของผู้ประกอบการบางรายจะกระทบต่อการจำหน่ายน้ำมันในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน






