วันที่ 4 ก.ย.69 - รายงานล่าสุดระบุว่า ฝั่งเนปาลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,259 คน และสูญหายมากกว่า 5,000 คน ส่วนฝั่งทิเบตของจีนมีผู้เสียชีวิต 21 คน และสูญหายอีก 541 คน ตัวเลขยังอาจเปลี่ยนแปลงเนื่องจากเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างค้นหาและยืนยันอัตลักษณ์ผู้ประสบภัย หนึ่งในภารกิจสำคัญของทีมกู้ภัยคือการค้นหาคนงานราว 900 คนที่ยังสูญหายจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง โดยบางส่วนเชื่อว่าอาจติดอยู่ภายในอุโมงค์ เจ้าหน้าที่ใช้รถขุด เครื่องจักรหนัก และการระเบิดหินแบบควบคุมเพื่อเปิดเส้นทาง หลังปากอุโมงค์ถูกโคลน หิน และซากปรักหักพังปิดกั้น เจ้าหน้าที่ยังมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตในบางจุด เนื่องจากภายในโรงไฟฟ้ามีห้องและพื้นที่ซึ่งอาจไม่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สภาพพื้นที่และปริมาณโคลนมหาศาลทำให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ประเมินเบื้องต้นว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทิ้งเศษซาก ดิน หิน และวัสดุจากอาคารไว้ในพื้นที่ที่สำรวจแล้วราว 2.2 ล้านตัน สะท้อนความรุนแรงของภัยพิบัติและความท้าทายในการฟื้นฟูพื้นที่ ขณะเดียวกัน ทางการเนปาลประเมินว่าจะต้องสร้างบ้านใหม่ราว 20,000 หลัง โดยไม่ต้องการให้ประชาชนกลับไปสร้างบ้านในจุดเดิมที่ยังมีความเสี่ยงสูง และกำลังสำรวจพื้นที่ปลอดภัยสำหรับย้ายชุมชนไปตั้งถิ่นฐานใหม่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม หลังมวลน้ำ โคลน หิน และน้ำแข็งจำนวนมหาศาลไหลลงมาตามหุบเขา โดยมีข้อบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกับการพังทลายของธารน้ำแข็ง ส่งผลให้ชุมชน ถนน สะพาน และโครงการพลังงานหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก
Cr.AP






