พลิกเส้นทางชีวิต " “น้ำแข็ง AF7 ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว" หนุ่มเซอร์ผู้หลงใหลในดนตรีพ่วงดีกรีนิติศาสตร์ กับเส้นทางธุรกิจที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและประเด็นร้อนที่ถูกตั้งคำถามในวงกว้าง
กลายเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูทั่วโลกออนไลน์ สำหรับ “น้ำแข็ง AF7” หรือ “ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว” อดีตนักล่าฝันที่เคยครองใจผู้ชมรายการเรียลลิตี้ระดับประเทศเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ซึ่งล่าสุดชื่อของเขาได้กลับมาเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะศิลปิน แต่เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ขับเคลื่อนอาณาจักรก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ดังร่วมกับภรรยา ท่ามกลางกระแสข่าวการร้องเรียนเรื่องการลงทุนที่กลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมอย่างเผ็ดร้อน
จากสายกฎหมายและเสียงดนตรี สู่เวทีระดับประเทศ
น้ำแข็ง เกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2532 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่าที่เป็นจุดเริ่มต้นของความฝันในการเป็นนักดนตรี เขาเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกโดดเด่นด้วยลุคเซอร์ๆ ดูเรียบง่ายแต่มีความจริงใจ น้ำแข็งเลือกเรียนในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แม้จะดูเป็นเส้นทางที่จริงจัง แต่หัวใจของเขากลับผูกติดอยู่กับเสียงเพลง โดยเฉพาะแนวดนตรี Pop Rock เขามีความสามารถพิเศษที่เล่นได้ทั้ง กีตาร์, เบส และกลองชุด ซึ่งเป็นการสะสมทักษะมาด้วยตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก
ชื่อ "น้ำแข็ง AF7" บนเวที True Academy Fantasia
ในปี พ.ศ. 2533 ชื่อของน้ำแข็งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมืองเมื่อเขาตัดสินใจสมัครเข้าร่วมรายการ True Academy Fantasia ซีซั่น 7 โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้ายของซีซั่นนี้ ได้แก่
V1 มีน – กาญจ์คนึง เนตรสีทอง
V2 เกรฟ – สุดารัตน์ เผ่าปฎิมากร
V3 เบน – เบนจามิน วาร์นี
V4 นิว – คนธนันท์ วัฒนชาติวงศ์
V5 นัตตี้ – ณัชภัสร์ พิพัฒน์ไชยศิริ
V6 น้ำแข็ง – ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว
V7 ปั๋ม – ปวรรัตน์ กิตติมงคลเลิศ
V8 กรีน – จิรพัฒน์ ศิริไชย
V9 ผ้าแพร – ธนัญญ่า มโนลีหกุล
V10 บอส – ธนบัตร งามกมลชัย
V12 ปอ – อรรณพ ทองบริสุทธิ์
V13 ต้น – ณัฐวัตร ดีวงกิจ (แทน V11 มาร์ค – วิทวัส ท้าวคำลือ)
โดย น้ำแข็ง ได้รับรหัส V6 แม้จะไม่เคยผ่านโรงเรียนสอนร้องเพลงมาก่อน แต่ด้วยความสามารถด้านดนตรีที่ชัดเจน ทำให้เขาฝ่าฟันจนได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 4 มาครอง ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในวงการบันเทิงไทย
หลังจบรายการ น้ำแข็งเริ่มมีผลงานในวงการอย่างต่อเนื่อง โดยงานที่ถูกจดจำมากที่สุดคือบทบาทการแสดงในภาพยนตร์เรื่อง "Smallroom กูแนว" ที่ทำให้เขาได้ร่วมงานกับคนดังมากมาย อาทิ กิ๊ฟซี่ เกิร์ลลี่เบอรี่ และ นิกกี้ ณฉัตร ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตศิลปินที่ดูจะสดใสและมั่นคง
จุดเปลี่ยนของชีวิต...สู่บทบาทนักธุรกิจคู่กาย CEO หญิงคนเก่ง
เมื่อเวลาผ่านไป น้ำแข็งค่อยๆ ผันตัวออกจากเบื้องหน้าและก้าวเข้าสู่โลกของธุรกิจอย่างเต็มตัว โดยการสนับสนุนและร่วมสร้างธุรกิจกับคู่ชีวิต “เอย พรภิชญา โพธิ์ทอง” ผู้ก่อตั้งและบริหารแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือเลอรส (LERROS) ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูปที่มียอดขายถล่มทลายทั้งในไทยและต่างประเทศ จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่คุณเอยต้องปรับจากการขายหน้าร้านสู่การพัฒนาเป็นซอง จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่ามหาศาล และน้ำแข็งเองก็ได้รับหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการบริหารงานเคียงข้างภรรยามาโดยตลอด
มรสุมดราม่า...ปมร้อนการลงทุนกลางรายการดัง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาชื่อของ "น้ำแข็ง AF7" กลับถูกตั้งคำถามอีกครั้ง เมื่อมีกลุ่มผู้เสียหาย ร่วมถึง“คุณฝ้าย เรือทอง” หรือ ฐิตารีย์ ศรีสุนทร เจ้าของแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือ “เรือทอง” ที่ล่าสุดเสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ 27 สค.2569 ออกมาแจ้งความร้องทุกข์ โดยอ้างว่าถูกชักชวนให้ลงทุนในลักษณะหุ้นส่วนหรือตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่กลับไม่เป็นไปตามข้อตกลงจนเกิดความเสียหายมูลค่านับ 50 ล้านบาท ส่งผลให้มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก บางรายถึงขั้นประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง
ปัจจุบันเส้นทางของ "น้ำแข็ง ชญาน์ทัต" จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของนักร้องในความทรงจำ แต่คือชีวิตจริงที่ต้องผ่านบททดสอบอันหนักอึ้งในโลกธุรกิจและการจัดการความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงตัวตนและความมุ่งมั่นของเขาในวันข้างหน้าต่อไป
ขอบคุณภาพ namkeang v6 af7










