วงจรปิดมัด! อาจารย์หมอซิ่งฝ่าไฟแดงกวาดร่าง 3 นศ.ปี 1 ดับสลด 2 ศพ พยานแฉคำพูดชวนอึ้ง “อนาคตผมยังอีกไกล”

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนใจบริเวณแยกบายพาสนางแล จังหวัดเชียงราย เมื่อรถเก๋งซึ่งมีผู้ขับขี่เป็นถึง "อาจารย์แพทย์" ซิ่งฝ่าสัญญาณไฟจราจรพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของกลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุและเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวม 2 ราย และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียและกล้องหน้ารถของพลเมืองดีที่จับภาพนาทีชีวิตไว้ได้อย่างชัดเจน

Advertisement

จากคำบอกเล่าของพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า ก่อนเกิดสลดเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวขับไล่เบียดแซงมากับรถอีกคันด้วยความเร็วสูง ตั้งแต่ช่วงแยกมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสัญญาณไฟแดง รถคันที่เบียดมาด้วยกันหลุดไฟเขียวไปได้ แต่อาจารย์หมอรายนี้กลับตัดสินใจหักออกซ้ายและเร่งเครื่องฝ่าไฟแดงออกไปจนพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาที่จอดรอไฟแดงอยู่เลนซ้ายสุดอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของนักศึกษากระเด็นไปไกลกว่า 10 เมตร และมีรายหนึ่งถูกแรงชนส่งไปอัดติดกับต้นไม้ข้างทางในพงหญ้าที่มืดสนิท ซึ่งหากไม่มีเสียงโทรศัพท์มือถือที่พี่ชายโทรเข้ามาพอดี พยานและเจ้าหน้าที่อาจหาตัวไม่พบเนื่องจากจุดดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่าง

สิ่งที่ทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือพฤติกรรมหลังเกิดเหตุของคู่กรณี โดยพยานระบุว่าผู้ขับขี่มีอาการตกใจและเอาแต่พูดโทรศัพท์ ไม่ได้เข้ามาช่วยดูอาการผู้บาดเจ็บเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวที่สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย เมื่อมีการอ้างคำพูดของอาจารย์หมอที่กล่าวในทำนองว่า "อนาคตผมยังอีกไกล" เพื่อขอความเห็นใจในทางคดี ซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์ได้ตั้งคำถามกลับอย่างเจ็บปวดว่า แล้วอนาคตของเด็กนักศึกษาปี 1 ที่เพิ่งมาเรียนได้เพียงเดือนเดียวเพื่อทำตามความฝันของครอบครัวล่ะ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีโอกาสได้มีอนาคตอีกต่อไปแล้ว

ขณะนี้ญาติของผู้เสียชีวิตได้นำร่างนักศึกษารายหนึ่งกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดปัตตานี ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของเพื่อนร่วมรุ่นและครอบครัว ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่นางแลต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาไฟส่องสว่างและกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุที่มีถึง 6 ตัวแต่กลับใช้งานไม่ได้ พร้อมจี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาที่สุด โดยไม่เห็นแก่ฐานะทางสังคมของคู่กรณี เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับเหยื่อที่ต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควร