วันที่ 31 ส.ค.69 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า การดำเนินการกรณีความผิดปกติในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคลากรท้องถิ่นต้องเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด พร้อมย้ำว่า หากพบผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้น และไม่มีอิทธิพลใดสามารถทำให้คดีเบี่ยงเบนไปจากข้อเท็จจริงได้  

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากการตรวจพบความผิดปกติของคะแนนสอบจำนวน 5,925 ราย ก่อนมีการยกเลิกบัญชีเดิมและจัดทำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่ ขณะที่ข้อมูลจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ระบุว่า ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ที่ถูกเพิกถอนการบรรจุประมาณ 3,404 ราย ส่วนผู้สอบอีกบางกลุ่มยังต้องดำเนินการตามสถานะและข้อเท็จจริงของแต่ละราย จึงไม่ควรตีความว่า 5,925 รายทั้งหมดถูกเพิกถอนจากราชการในลักษณะเดียวกัน

Advertisement

เมื่อถูกถามถึงแนวคิดเรื่องการยุบคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. นายกรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตถึงฐานกฎหมายและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดังกล่าว พร้อมย้ำว่า การดำเนินการใด ๆ ต้องอาศัยกฎหมายเป็นหลัก  สำหรับการดำเนินคดี นายกรัฐมนตรีระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ขณะเดียวกันได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อร่วมตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะดำเนินการทั้งทางปกครอง วินัย และคดีอาญากับผู้ที่พบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยการตรวจสอบครอบคลุมทั้งผู้เข้าสอบและเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนน  นายอนุทินย้ำว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจะต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยไม่มีข้อยกเว้น

ทั้งนี้ กระบวนการเพิกถอนหรือดำเนินการกับบุคลากรแต่ละรายยังต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและมติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่บางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แสดงความกังวลเรื่องหลักฐานและขั้นตอนการออกคำสั่ง ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้สิทธิทางศาลปกครองของผู้ได้รับผลกระทบในภายหลัง