วันนี้ (30 สิงหาคม 2569) เวลา 17.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร จะลงสนามพบเจ้าภาพจีน ในรอบชิงชนะเลิศที่เมืองเทียนจิน โดยเกมนี้มีเดิมพันสูงกว่าถ้วยแชมป์ เพราะ ทีมที่คว้าแชมป์เอเชีย 2026 จะได้สิทธิ์ไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลิสโดยตรง
ไทยผ่านเข้าชิงหลังสร้างหนึ่งในผลงานสำคัญที่สุดของทัวร์นาเมนต์ ด้วยการเอาชนะญี่ปุ่น 3-1 เซต 25-21, 25-20, 20-25 และ 25-20 ในรอบรองชนะเลิศ ชัยชนะครั้งนี้มีน้ำหนักมาก เพราะญี่ปุ่นเป็นทีมเอเชียที่มีอันดับโลกสูงที่สุดทีมหนึ่ง และก่อนเกมถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเต็งของรายการ แต่ไทยเล่นด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น คุมจังหวะได้ดี และรักษาความนิ่งในช่วงสำคัญ จนสามารถปิดเกมได้อย่างเด็ดขาด
“ชมพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ กัปตันทีมและมือเซตทีมชาติไทย ระบุหลังเกมว่า การเอาชนะญี่ปุ่นมีความหมายอย่างมาก เพราะไทยพยายามหาวิธีเอาชนะคู่แข่งรายนี้มานาน และสิ่งสำคัญคือความเชื่อมั่นของผู้เล่นทั้งทีม
เบื้องหลังชัยชนะ “โค้ชอ๊อต” ยกเครดิตให้กับทุกฝ่ายที่ทำงานร่วมกันมาตลอดหลายเดือน ทั้งผู้บริหาร ทีมสต๊าฟฟ์ ทีมวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักกีฬา ซึ่งร่วมกันเตรียมทีมอย่างต่อเนื่องก่อนถึงทัวร์นาเมนต์สำคัญครั้งนี้
4 ครั้งที่พลาด กับความฝันที่ยังไม่เคยเปลี่ยน สำหรับนักวอลเลย์บอลหญิงไทยหลายคน เกมวันนี้มีความหมายมากกว่าการแข่งขันอีกหนึ่งนัด โดยเฉพาะ “ชมพู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์, “เพียว” อัจฉราพร คงยศ และ “แป้น” ปิยะนุช แป้นน้อย ซึ่งผ่านเส้นทางลุ้นโอลิมปิกกับทีมชาติไทยมาแล้วหลายครั้ง ความฝันของทีมไทยเคยหยุดอยู่หน้าประตูโอลิมปิกในรอบคัดเลือกหลายยุค ตั้งแต่ลอนดอน 2012, ริโอ 2016, โตเกียว 2020 ไปจนถึงปารีส 2024
แต่โอลิมปิก 2028 เปิดเส้นทางใหม่ เพราะแชมป์ทวีปแต่ละโซนสามารถคว้าสิทธิ์โดยตรง และนั่นทำให้นัดชิงชนะเลิศเอเชียครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในเกมที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์วอลเลย์บอลหญิงไทย หากไทยชนะจีนได้ นอกจากจะป้องกันแชมป์เอเชียแล้ว ยังจะได้ตั๋วไป LA 2028 โดยอัตโนมัติ
จีนเองก็ประมาทไทยไม่ได้ ฝั่งเจ้าภาพจีนผ่านเข้าสู่รอบชิงด้วยผลงานแข็งแกร่ง หลังเอาชนะอิหร่าน 3-0 เซต และยังไม่เสียเซตตลอด 5 นัดก่อนถึงรอบชิง โดยจีนกำลังลุ้นแชมป์เอเชียสมัยที่ 14 และต้องการกลับมาครองตำแหน่งแชมป์อีกครั้งหลังรอคอยมานานกว่า 10 ปี
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของไทยเหนือญี่ปุ่นทำให้ภาพของนัดชิงเปลี่ยนไปทันที สื่อจีนหลายสำนักจับตาไทยมากขึ้น หลังทีมสาวไทยพิสูจน์แล้วว่าสามารถเล่นกับทีมระดับท็อปของเอเชียได้อย่างไม่เป็นรอง อีกชื่อที่ถูกพูดถึงก่อนเกมคือ เฝิงคุน อดีตกัปตันทีมชาติจีนและเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ซึ่งเข้ามามีบทบาทช่วยงานทีมไทยในช่วงเตรียมทีม ด้วยประสบการณ์ระดับสูงและความเข้าใจระบบวอลเลย์บอลจีนอย่างลึกซึ้ง เธอจึงถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยให้ทีมไทยวางแผนรับมือจีนได้ละเอียดขึ้น แม้ผลการแข่งขันสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับการเล่นจริงของนักกีฬาในสนาม
สถิติ 5 นัดหลัง ไทยเป็นรอง แต่เคยชนะจีนในเกมใหญ่ หากมองจากผลงาน 5 นัดหลังสุด ไทยแพ้จีน 4 นัด และชนะ 1 นัด แต่ชัยชนะนัดเดียวในช่วงดังกล่าว เกิดขึ้นในรอบชิงชนะเลิศชิงแชมป์เอเชีย 2023 ซึ่งไทยเอาชนะจีน 3-2 เซต และคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 3 นั่นหมายความว่า เมื่อเกมเข้าสู่สถานการณ์ที่เดิมพันสูง ทีมไทยเคยพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถเอาชนะจีนได้
และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือการพบกันในรอบชิงชนะเลิศชิงแชมป์เอเชียก่อนหน้านี้สองครั้ง ไทยเป็นฝ่ายชนะจีนทั้งสองครั้งในปี 2009 และ 2023 ไทยและจีนต่างได้สิทธิ์ไปแข่งขัน FIVB Volleyball World Cup 2027 แล้วจากการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ดังนั้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าในวันนี้จึงชัดเจนมาก
แชมป์เอเชียหนึ่งตำแหน่ง ตั๋วโอลิมปิกหนึ่งใบ และบันทึกหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ สำหรับวอลเลย์บอลหญิงไทย การเดินทางมาถึงจุดนี้ผ่านทั้งยุค “7 เซียน” การเปลี่ยนผ่านสู่ผู้เล่นรุ่นใหม่ ความผิดหวังในรอบคัดเลือกโอลิมปิกหลายครั้ง และการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ภายใต้ “โค้ชอ๊อต” วันนี้ทุกอย่างเหลืออีกเพียงหนึ่งเกม ถ้าความผิดหวังทั้ง 4 ครั้งที่ผ่านมาเคยเป็นบทเรียน นัดชิงกับจีนครั้งนี้ก็คือโอกาสเปลี่ยนบทเรียนเหล่านั้นให้กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ไทย พบ จีน รอบชิงชนะเลิศ AVC Women's Volleyball Asian Championship 2026 วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569
เวลา 17.45 น. ตามเวลาประเทศไทย
คืนนี้ไม่ได้มีเพียงแชมป์เอเชียเป็นเดิมพัน แต่มีคำว่า “โอลิมปิกครั้งแรกของวอลเลย์บอลหญิงไทย” รออยู่หลังชัยชนะอีกเพียงนัดเดียว
Cr. ภาพจากเพจ Thailand Volleyball Association สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย






