ค่าไฟบ้านกำลังเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 โดยรัฐบาลชูหลัก “ใช้น้อย จ่ายน้อย” ปรับอัตราค่าไฟแบบก้าวหน้าให้ครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากได้รับประโยชน์ก่อน พร้อมลดต้นทุนบางส่วนออกจากบิลค่าไฟของประชาชน    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ซึ่งรัฐบาลต้องการลดภาระค่าครองชีพผ่านการปรับโครงสร้างค่าไฟในระยะยาว

รูปภาพบทความ

Advertisement

สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย จะคิดค่าไฟในระบบอัตราก้าวหน้า หรือ Progressive Rate โดยแบ่งเป็นช่วงการใช้ไฟ ได้แก่  
- 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย
- หน่วยที่ 201–400 ราคา 4.1584 บาทต่อหน่วย
- ตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป ราคา 4.3583 บาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวเป็น “ค่าพลังงานไฟฟ้า” ตามโครงสร้างขั้นบันได ยังไม่รวมค่า Ft ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม และหากใช้ไฟเกิน 200 หน่วย จะไม่ได้หมายความว่าทุกหน่วยถูกคิดในอัตราที่สูงขึ้น แต่จะคิดแยกตามแต่ละช่วงการใช้ไฟ  สำหรับบ้านที่ใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน อัตราในช่วงแรกยังแบ่งละเอียดกว่า โดยหน่วยที่ 1–15 อยู่ที่ 2.3488 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 16–25 อยู่ที่ 2.9882 บาท และตั้งแต่หน่วยที่ 26–200 อยู่ที่ 3 บาทต่อหน่วย

อีกส่วนสำคัญคือค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท เมื่อรวมค่า Ft งวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 จะลดจากประมาณ 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลงประมาณ 9 สตางค์ต่อหน่วย โดยยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม  หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อัตราลดลง คือการนำต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับ ไฟฟ้าสาธารณะ ออกจากค่าไฟบ้านแบบอัตราก้าวหน้าในอัตรา 0.0634 บาทต่อหน่วย สำหรับช่วงการใช้ไฟตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป   ส่งผลให้อัตราช่วง 201–400 หน่วย ลดจาก 4.2218 บาท เหลือ 4.1584 บาทต่อหน่วย และช่วงตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป ลดจาก 4.4217 บาท เหลือ 4.3583 บาทต่อหน่วย

รัฐบาลประเมินว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยลดภาระให้ประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือน และเกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายในภาพรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท

 อีกการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การขยายคำนิยาม “ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย” ให้ครอบคลุมผู้ที่อยู่อาศัยจริง แม้สถานที่นั้นยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร  เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีการใช้ไฟฟ้าเพื่ออยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง มีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อตรวจสอบเอกสารและทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด  การขยายสิทธินี้มีเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำระหว่างบ้านที่มีทะเบียนถาวรกับประชาชนที่อยู่อาศัยจริงแต่ยังใช้มิเตอร์ประเภทอื่น ซึ่งในอดีตอาจต้องจ่ายค่าไฟในอัตราสูงกว่า

สำหรับผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยทั่วไป การปรับอัตราใหม่จะดำเนินการโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลงทะเบียนหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม โดยการไฟฟ้าจะเริ่มใช้โครงสร้างใหม่กับการใช้ไฟตั้งแต่เดือนสิงหาคม และสะท้อนในใบแจ้งค่าไฟรอบเดือนกันยายน 2569  ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องการใช้มาตรการช่วยเหลือค่าไฟไม่เกิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ยังคงต้องลงทะเบียนกับการไฟฟ้าตามเงื่อนไขของมาตรการดังกล่าว ซึ่งเป็นคนละส่วนกับโครงสร้างค่าไฟใหม่

หัวใจของการปรับครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การลดค่าไฟแบบเท่ากันทุกครัวเรือน แต่เป็นการจัดโครงสร้างให้คนที่ใช้ไฟน้อยได้รับอัตราที่ต่ำกว่า และลดต้นทุนที่ไม่ควรถูกผลักมาอยู่ในบิลของครัวเรือน  ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ประชาชนจึงควรลองเปรียบเทียบบิลค่าไฟกับเดือนก่อนหน้า โดยเฉพาะครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เห็นผลจากโครงสร้างใหม่ได้ชัดเจนที่สุด

รูปภาพบทความ